ตอนที่ 136 — แรงสั่นสะเทือนใต้ท้องเรือมัจฉานุ
กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นคาวปลาและไอเค็มจากน้ำมรสุมตลบอบอวลอยู่ในอากาศ รินพยายามพยุงตัวขึ้นจากพื้นไม้กระดานของเรือมัจฉานุที่ยังคงสั่นสะเทือนจากการปะทะเมื่อครู่ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดคล้ายเสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตที่กำลังบาดเจ็บ 'คามิน! นายยังอยู่ดีไหม!' รินตะโกนก้อง เสียงของเธอแหบพร่าเพราะควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาจากปืนใหญ่กลไกโบราณที่เพิ่งแผดเสียงคำรามออกไป
'ผม... ผมยังไหว ริน! แต่กลไกแรงดันน้ำมันโอเวอร์โหลดไปแล้ว' เสียงของคามินตอบกลับมาจากอีกฝั่งของดาดฟ้า เขาดูเหมือนกำลังง่วนอยู่กับการใช้ค้อนไม้เคาะตอกคานไม้ที่เริ่มบิดเบี้ยวจากการรับแรงสะท้อน 'เราต้องรีบซ่อมรอยรั่วที่ท้องเรือ ไม่อย่างนั้นคลื่นที่รินเพิ่งสร้างขึ้นนั่นแหละที่จะจมเราแทนพวกนายหัวเดชา'
รินไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะในวินาทีนี้ประสาทสัมผัสของเธอไม่ได้อยู่ที่เสียงตะโกนหรือกลิ่นควัน แต่มันคือบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปใต้ฝ่าเท้า สิ่งที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่แค่การสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์หรือกระแสน้ำ แต่มันคือจังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอและทรงพลัง มันเหมือนมีหัวใจขนาดมหึมาขยับอยู่ใต้ชั้นดินเลนและตะกอนปากแม่น้ำมรสุม 'มันคืออะไรกัน...' เธอพึมพำ มือที่เปื้อนคราบเขม่าและคราบน้ำเค็มเอื้อมไปแตะที่แผ่นไม้พื้นเรือที่ดูเหมือนจะมีแสงสีฟ้าจางๆ ไหลผ่านรอยแตก
ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงไปในน้ำวนก็จู่โจมเธอ รินไม่ได้จมลงในน้ำจริงๆ แต่สติของเธอเหมือนถูกดึงเข้าไปสู่มิติที่ทับซ้อนกัน พลังงานบางอย่างเริ่มไหลทะลักเข้าสู่ปลายนิ้ว มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความรู้สึกที่ล้นทะลักจนแทบจะรับไม่ไหว เหมือนพยายามจะเทน้ำทั้งมหาสมุทรลงในแก้วใบเล็ก 'หยุดนะ! มันแรงเกินไป!' รินกัดฟันกรอด ร่างกายของเธอสั่นระริกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่าน
ในความวุ่นวายนั้น ตัวอักษรที่ดูเหมือนจะลอยออกมาจากอากาศธาตุก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ มันเป็นลายมือที่คุ้นเคย นุ่มนวล และสงบเงียบอย่างน่าประหลาด 'อย่าต่อต้านมัน ริน... อย่าพยายามกั้นขวางกระแสที่กำลังไหลผ่าน'
'เถาว์? นั่นคุณใช่ไหม?' รินพยายามเพ่งมองตัวอักษรที่ลอยเด่นท่ามกลางแสงสีฟ้าที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ
'นี่ไม่ใช่พายุ ไม่ใช่คลื่นที่บ้าคลั่ง' ตัวอักษรเลื่อนไหลไปตามจังหวะลมหายใจของเธอ 'แต่นี่คือลมหายใจของเดลต้า มันคือพลังแห่งชีวิตที่ไหลเวียนผ่านรากโกงกาง ผ่านดินเลน และผ่านสายน้ำที่หล่อเลี้ยงพวกเรามานับพันปี นายหัวเดชาพยายามจะขังมันไว้ในท่อเหล็กและเขื่อนคอนกรีต แต่เขาไม่รู้เลยว่าเขากำลังพยายามจะกักขังหัวใจของโลกใบนี้'
รินสูดลมหายใจเข้าลึก ความเย็นเยียบจากพลังงานนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูก 'ถ้ามันคือชีวิต... แล้วทำไมมันถึงดูอันตรายขนาดนี้?'
'เพราะมันคือพลังที่ไร้ทิศทาง หากไม่มีใครคอยประคับประคอง มันจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เหมือนน้ำมรสุมที่ไม่มีเขื่อนกั้น' เถาว์เขียนทิ้งท้ายไว้ก่อนที่ตัวอักษรจะค่อยๆ จางหายไปในแสงสว่าง 'จงเป็นดั่งลำคลองที่นำทางน้ำ ไม่ใช่ดั่งกำแพงที่กักขังมัน'
รินหลับตาลง เธอเลิกพยายามจะผลักดันพลังงานนั้นออกไป แต่เปลี่ยนเป็นการเปิดรับ เธอเริ่มจินตนาการถึงโครงสร้างของลำคลองที่ซับซ้อนเหมือนเส้นเลือดในร่างกาย เธอคิดถึงการไหลเวียนของน้ำขึ้นน้ำลงที่ต้องสอดประสานกัน เธอเริ่มขยับมือตามจังหวะการเต้นของ 'หัวใจเดลต้า' ใต้เรือมัจฉานุ
'ริน! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมแสงมันถึง...' เสียงคามินขาดหายไปเมื่อแสงสว่างวาบขึ้นจนมองไม่เห็นสิ่งใด
รินรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เคยบ้าคลั่งเริ่มสงบลงภายใต้การควบคุมของเธอ มันไหลผ่านแขน ผ่านหัวใจ และออกไปสู่ผิวน้ำรอบเรือมัจฉานุ แทนที่จะเป็นคลื่นยักษ์ที่ทำลายล้างอย่างไม่เลือกหน้า พลังงานนั้นกลับกลายเป็นกระแสน้ำวนที่หมุนวนอย่างเป็นระเบียบรอบตัวเรือ สร้างเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นขึ้นมา เธอสามารถรู้สึกได้ถึงความลึกของร่องน้ำ ความหนาแน่นของตะกอน และทิศทางของกระแสน้ำที่กำลังเคลื่อนที่ไปสู่ทะเลกว้าง
เธอลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่อย่างมั่นคงบนดาดฟ้าเรือที่เคยโคลงเคลง แสงสีฟ้าจางๆ ยังคงวนเวียนอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ รินมองออกไปที่เส้นขอบฟ้า เห็นเศษซากเรือเหล็กของนายหัวเดชาที่กำลังถอยร่นออกไปท่ามกลางหมอกควัน
'เราจะไม่ได้แค่ป้องกันตัวอีกต่อไปแล้ว' รินพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความมั่นใจของชาวเรือ แต่เป็นความเด็ดขาดของผู้ที่กุมอำนาจแห่งธรรมชาติ 'คามิน เตรียมเรือให้พร้อม เราจะไม่ได้แค่หนี แต่เราจะไปจัดการกับระบบที่มันบิดเบือนสายน้ำนี้ทั้งหมด'
เธอกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับผืนน้ำที่กว้างใหญ่ 'ฉันจะใช้พลังนี้... ฟื้นฟูทุกอย่างที่พวกนั้นทำลายลงให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม'
--- รินสัมผัสถึงพลังงานมหาศาลใต้ดินที่เถาว์อธิบายว่าเป็นพลังแห่งชีวิตของเดลต้า และเธอสามารถควบคุมพลังงานที่บ้าคลั่งนั้นให้สงบลงได้สำเร็จ พร้อมตั้งปณิธานที่จะใช้พลังนี้ฟื้นฟูระบบนิเวศ