← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 137免費

ตอนที่ 137 — หยดน้ำที่เริ่มนิ่งสนิท

กระแสน้ำในคลองคำสาปที่เคยหมุนวนเหมือนพายุหมุนใต้ดิน บัดนี้เริ่มเปลี่ยนจังหวะ มันไม่ได้สงบลงในทันที แต่มันคือการคลายตัวของกล้ามเนื้อยักษ์ที่กำลังเหนื่อยหอบ ผม—เถาว์—เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านสายใยแห่งความทรงจำที่เกาะเกี่ยวอยู่กับละอองน้ำ พลังงานมหาศาลที่รินเพิ่งจะกระชากมันขึ้นมาเพื่อซัดเรือเหล็กของนายหัวเดชาจนกระเด็นออกไปนั้น ทิ้งร่องรอยความบิดเบี้ยวไว้ในมวลน้ำ พื้นผิวคลองที่เคยเป็นสีดำสนิทและเดือดพล่านด้วยแรงดัน กลับกลายเป็นสีขุ่นข้นของตะกอนดินที่กำลังค่อยๆ ตกตะกอนลงสู่ก้นคลอง

“ริน... เจ้าต้องหยุดมือเดี๋ยวนี้” ผมพยายามส่งผ่านความรู้สึกผ่านความเงียบที่สั่นสะเทือนในจิตใจของเธอ

รินนั่งคุกเข่าอยู่บนดาดฟ้าเรือมัจฉานุ ลมหายใจของเธอหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว เสื้อผ้าลายพรางสีครามเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเค็มและโคลน แขนทั้งสองข้างของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ปลายนิ้วที่เคยแข็งแรงบัดนี้มีรอยแตกเล็กๆ จากแรงดันอากาศที่ระเบิดออกมา เธอจ้องมองไปยังทิศทางที่เรือเหล็กของกลุ่มทุนหายลับไปในม่านหมอกของมรสุม ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววของผู้ชนะ แต่เป็นดวงตาของคนที่เพิ่งขโมยไฟจากสวรรค์มาไว้ในมือ

“มัน... มันนิ่งแล้วเถาว์” รินพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน “ข้าทำได้ ข้าสั่งให้มันหยุดได้จริงๆ”

“มันนิ่งเพราะมันหมดแรง ไม่ใช่เพราะเจ้าควบคุมมันได้สมบูรณ์” ผมตอบกลับผ่านความเงียบที่สอดแทรกในโสตประสาทของเธอ “พลังงานที่เจ้าปลดปล่อยออกไปเมื่อครู่ มันคือลมหายใจของเดลต้าที่ถูกสูบออกไปเกินขนาด เจ้าไม่ได้แค่ขับไล่นายหัวเดชา แต่เจ้ากำลังทำให้หัวใจของคลองแห่งนี้เต้นผิดจังหวะ”

รินพยายามจะยันตัวขึ้น แต่เข่าของเธอกลับทรุดลงไปกับพื้นไม้กระดานเรือ เสียงไม้ลั่น เอี๊ยด ดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นที่ค่อยๆ สงบลง คามินรีบก้าวเข้ามาหาเธอทันที เขาไม่ได้ถามถึงชัยชนะ แต่เขากำลังสำรวจความเสียหายรอบตัว

“ริน! อย่าเพิ่งขยับ” คามินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความเร่งรีบ มือของเขาประคองไหล่เธอไว้ “โครงสร้างเรือมัจฉานุรับแรงกระแทกจากคลื่นที่เจ้าสร้างไว้ไม่ไหว รอยแตกตามรอยต่อไม้ตรงกราบซ้ายเริ่มมีน้ำซึมแล้ว ข้าต้องรีบไปอุดรอยรั่วก่อนที่น้ำจะเข้ามากกว่านี้”

“ข้าไม่เป็นไร คามิน... ข้าแค่... แค่ต้องการน้ำสักจอก” รินตอบพลางพยายามฝืนยิ้ม แต่มันเป็นยิ้มที่ดูทรมานที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

คามินไม่ได้โต้ตอบ เขาหันไปมองทางรินครู่หนึ่งก่อนจะหันไปจัดการกับกลไกเรืออย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวข้าจัดการเอง ริน เจ้าพักเถอะ ถ้าเจ้าล้มลงตอนนี้ เราจะไม่มีใครคอยคุมทิศทางลมมรสุมเลย”

ผมเฝ้ามองรินที่เริ่มหลับตาลง พลังงานรอบตัวเธอเริ่มจางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่หยั่งรากลึก ผมสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าในกระแสน้ำคลองคำสาป มันเหมือนกับบ่อปลาที่ถูกสูบน้ำออกจนเกลี้ยง พลังงานที่เคยไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งหายไป เหลือเพียงความเงียบที่น่ากลัว รินต้องการเวลา... ไม่ใช่แค่เวลาเพื่อพักผ่อนทางกาย แต่เป็นเวลาเพื่อให้ระบบนิเวศของคลองนี้กลับมาสมดุลอีกครั้ง เพื่อให้สิ่งที่เธอเพิ่ง 'ปลุก' ขึ้นมาได้หลับใหลลงอย่างสงบ

ในห้วงความคิดที่พร่าเลือนของริน ผมเริ่มขยับเขยื้อนตัวอักษรที่สลักอยู่ในบันทึกแห่งความทรงจำ ผมรู้ว่าเธอต้องการคำชี้แนะ ไม่ใช่คำปลอบประโลม

‘เจ้าต้องฟังเสียงตะกอน’ ผมเขียนลงไปในมโนสำนึกของเธอ ‘อย่าพยายามฝืนกระแสน้ำที่อ่อนแรงลง แต่จงเรียนรู้วิธีการประคองมันไว้เหมือนการประคองกล้าไม้ในฤดูน้ำหลาก’

รินขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่น เธอรับรู้ถึงคำแนะนำของผม “ประคอง... งั้นเหรอ?”

“ใช่” ผมเน้นย้ำ “ตอนนี้คลองคำสาปไม่ใช่ศัตรู และไม่ใช่เครื่องมือของเจ้า แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่บาดเจ็บ เจ้าต้องใช้ความสงบเข้าหาความสงบ อย่าใช้พลังอำนาจไปกดทับสิ่งที่กำลังฟื้นฟู”

เสียงฝีเท้าของคามินที่วิ่งวุ่นอยู่บนเรือ และเสียงไม้กระทบกันจากการซ่อมแซมค่อยๆ ห่างไกลออกไปในความรู้สึกของริน ผมเห็นความมุ่งมั่นในแววตาที่เริ่มปิดลงของเธอ เธอไม่ได้ต้องการแค่จะปกป้องเรือมัจฉานุ แต่เธอต้องการจะฟื้นฟูสิ่งที่ถูกทำลายไปจากการล่าอาณานิคมของพวกพ่อค้าต่างถิ่น

ผมขยับเข้าใกล้ความรู้สึกของเธอมากขึ้น สัญญาที่ผมให้ไว้กับดวงวิญญาณแห่งเดลต้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น

‘ริน... เจ้าไม่ต้องแบกรับความบ้าคลั่งของน้ำไว้เพียงลำพัง ข้าจะอยู่ตรงนี้ ในทุกหยดน้ำที่ไหลผ่าน และในทุกอักษรที่เจ้าจะค้นพบ ข้าจะช่วยเจ้าเยียวยาเส้นเลือดใหญ่แห่งนี้เอง’

ความเงียบปกคลุมคลองคำสาปอีกครั้ง แต่มันเป็นความเงียบที่ต่างออกไป มันคือความเงียบของการรอคอยการเติบโตใหม่

ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งสัญญาณเตือนภัยจากเรือลาดตระเวนของกลุ่มทุนที่อยู่ไกลออกไปก็ดังขึ้นแว่วมาตามลมมรสุม พร้อมกับเงาตะคุ่มของเรือลำเล็กๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว

“ริน! ตื่นก่อน!” เสียงคามินตะโกนลั่น “พวกมันไม่ได้ถอยไปจริงๆ... พวกมันส่งเรือเร็วมาล้อมเราไว้แล้ว!”

--- เถาว์สังเกตเห็นว่าพลังงานในคลองคำสาปเริ่มสงบลงหลังจากรินใช้พลังซัดเรือของนายหัวเดชา แต่เขารู้ดีว่ามันคือความสงบจากการสูญเสียพลังงานเกินขนาด เขาจึงให้คำแนะนำแก่รินให้รู้จักการประคองพลังงานแทนการควบคุม และสัญญาว่าจะช่วยเธอฟื้นฟูคลอง ทว่าสถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นเมื่อเรือลาดตระเวนของกลุ่มทุนเริ่มเข้าปิดล้อม