← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 39免費

ตอนที่ 39 — เสียงเพรียกจากใจกลางมิติ

เสียงคำรามของวายุเทพกึกก้องราวกับฟ้าจะถล่มลงมาทับ เมฆาต้านทานแรงปะทะอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากใจกลางมิติที่บิดเบี้ยว เขาเกาะกุม 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ที่สั่นเทิ้มในมือแน่น สัมผัสที่เคยพร่าเลือนยิ่งกว่าเดิมจากการปรากฏตัวของ 'แกนกลางแห่งการดำรงอยู่' ธาตุบรรพกาลผู้ทรงพลังยิ่งกว่าวายุเทพ

เศษแก้วผลึกสีฟ้าอมม่วงที่เขาได้รับมาจากชายหน้ากากโลหะในมิตินี้ยังคงส่องแสงเรืองรองอย่างอ่อนแรง ราวกับกำลังจะมอดไหม้ไปทุกขณะ การเชื่อมต่อที่เมฆาสร้างขึ้นระหว่างเครื่องรับกับเศษแกนเสียงทั้งสามชิ้น และระฆังทองคำต้นกำเนิดที่กำลังจะแตกสลาย ดูเหมือนจะเปราะบางยิ่งกว่าเส้นใยแมงมุมท่ามกลางพายุหมุน

'อสูรคลื่นสูญญากาศ' หายไปแล้ว อาจจะถูกดึงกลับไปยังมิติของมัน หรืออาจจะถูกบดขยี้โดยพลังอันมหาศาลของแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ แต่ถึงแม้ศัตรูที่คุ้นเคยจะจากไป ภัยคุกคามที่อยู่ตรงหน้ากลับยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า

แกนกลางแห่งการดำรงอยู่ไม่ได้มีรูปร่างที่ชัดเจน มันคือกลุ่มก้อนพลังงานที่บิดเบี้ยว สั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่ต่ำทุ้มจนแสบแก้วหู แม้เมฆาจะหูดับ แต่เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันที่เกาะกินทุกอณูอากาศรอบตัว ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังจะถูกบีบอัดให้แหลกสลาย

ภาพเบื้องหน้าของเมฆาพร่ามัว เขาเห็นระฆังทองคำต้นกำเนิดกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยร้าวบนพื้นผิวของมันขยายใหญ่ขึ้นทุกวินาที เสียงบางอย่างที่เขาเคยได้ยินเมื่อครั้งยังเด็ก เสียงที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง กำลังจะเงียบงับไปตลอดกาล

'เจ้าเห็นมันแล้วสินะ... จุดจบของทุกสรรพเสียง' เสียงทุ้มต่ำดังก้องขึ้นในหัวของเมฆา มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นความรู้สึกที่ถูกส่งตรงเข้ามาในจิตสำนึก ชายหน้ากากโลหะปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขาอย่างเงียบเชียบราวกับเงา

เมฆาหันไปมองใบหน้าภายใต้หน้ากากโลหะที่สะท้อนแสงระยิบระยับ เขาเห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ฉายแววแห่งความเหนื่อยล้าและความเข้าใจอันลึกซึ้ง

'มันคือแกนกลางของทุกสรรพสิ่ง' ชายหน้ากากโลหะกล่าวต่อ 'หากมันดับสลาย โลกก็จะเข้าสู่ความสงบ... ความสงบที่ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ไร้ซึ่งชีวิต'

'แต่... พายุนิรันดร์เล่า?' เมฆาถามในใจ ความคิดของเขาสั่นคลอน เขาเคยคิดว่าการหยุดพายุคือเป้าหมายสูงสุด แต่ตอนนี้... เขาตระหนักได้ว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง

'พายุคือเสียงร่ำไห้ของโลกที่กำลังจะตาย' ชายหน้ากากโลหะตอบ 'มันคือสัญญาณสุดท้ายก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกกลืนกินด้วยความเงียบงันที่สมบูรณ์แบบ... ภาคีจังหวะดับสูญกำลังจะบรรลุเป้าหมายของพวกเขา'

เมฆาพยายามรวบรวมสติ เขากำเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองแน่น พลังที่เขารู้สึกได้จากแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ มันไม่ใช่แค่พลังทำลายล้าง แต่มันคือพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่ถูกบิดเบือน

'ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง' ที่โครนอสเคยมอบให้แก่เขา ร้อนผ่าวอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เขายังจำคำพูดของช่างตีเหล็กได้ 'ทุกสรรพสิ่งล้วนมีคลื่นความถี่ของตนเอง หากเจ้าสามารถหา 'ความถี่หลัก' ที่แท้จริงได้ เจ้าก็จะสามารถสร้างสมดุลได้'

เมฆาหลับตาลง เขาเพ่งสมาธิไปยังเศษแกนเสียงทั้งสามชิ้น และระฆังทองคำที่กำลังจะแตกสลาย เสียงคำรามของวายุเทพและแรงสั่นสะเทือนของแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ค่อยๆ จางลงไป แทนที่ด้วยเสียงบางเบา... เสียงที่แผ่วพลิ้ว ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านยอดหญ้า

มันคือเสียงของ 'ความถี่หลัก' เสียงแห่งการดำรงอยู่ก่อนที่จะถูกก่อรูปเป็นสรรพสิ่ง เขาพบมันแล้ว! ความถี่ที่โครนอสพูดถึง ความถี่ที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน

'เจ้าทำได้!' ชายหน้ากากโลหะอุทานอย่างแผ่วเบา 'เจ้าเชื่อมต่อกับแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ได้แล้ว!'

เมฆาเปิดตาขึ้น เขาเห็นภาพตรงหน้าเปลี่ยนไป รอยร้าวบนระฆังทองคำค่อยๆ หายไปช้าๆ เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกโชนขึ้นจากใจกลางของมัน แสงสว่างที่ปลดปล่อยออกมาขับไล่ความมืดมิดและความปั่นป่วนของมิติที่บิดเบี้ยว

แกนกลางแห่งการดำรงอยู่ค่อยๆ จมดิ่งลงไปในเปลวเพลิงนั้น พลังทำลายล้างของมันถูกกลืนกินและแปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์

'นี่คือ... ระฆังทองคำต้นกำเนิด?' เมฆาถามอย่างไม่แน่ใจ

'ไม่ใช่' ชายหน้ากากโลหะส่ายหน้า 'นี่คือ 'หัวใจแห่งการกำเนิด' มันคือสิ่งที่จะสั่นสะเทือนเป็นเสียงแรก เมื่อจักรวาลถือกำเนิดขึ้น และมันคือสิ่งที่จะสั่นสะเทือนเป็นเสียงสุดท้าย เมื่อจักรวาลจะดับสูญ... เจ้าได้ช่วยมันไว้แล้ว เมฆา'

--- เมฆาได้สัมผัสถึง 'ความถี่หลัก' ของแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ และใช้ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องเพื่อเชื่อมต่อกับมัน ทำให้เขาสามารถหยุดยั้งการทำลายล้างของแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ได้ และปลุก 'หัวใจแห่งการกำเนิด' ซึ่งเป็นคลื่นเสียงต้นกำเนิดที่แท้จริงขึ้นมาแทน