ตอนที่ 134 — เสียงคำรามจากกระบอกเหล็กโบราณ
กลิ่นเขม่าดินปืนและกลิ่นคาวปลาคละคลุ้งไปกับละอองน้ำที่แตกกระจาย คามินเกาะขอบไม้สักของเรือมัจฉานุไว้แน่นจนข้อนิ้วเป็นสีขาว แผ่นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามจังหวะที่กระแสน้ำมรสุมพัดเข้าปะทะหัวเรือ 'ริน! บังคับหัวเรือเข้าหาทางน้ำลึกเร็ว! อย่าให้พวกมันล้อมเราได้!' เขาตะโกนสุดเสียงแข่งกับเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านยอดเสากระโดงเรือ
เบื้องหน้าของเขา กองเรือเหล็กของนายหัวเดชาจำนวนห้าลำกำลังเคลื่อนตัวเป็นรูปครึ่งวงกลม บีบอัดพื้นที่ทางน้ำให้แคบลงเรื่อยๆ เรือเหล่านั้นดูเหมือนสัตว์ร้ายสีดำทะมึนที่กำลังขยับเขยื้อนท่ามกลางโคลนตม ทุกครั้งที่เรือของศัตรูเคลื่อนผ่าน เสียงโซ่และกลไกเหล็กกระทบกันดังสนั่นจนน่าขนลุก ลูกกระสุนปืนใหญ่จากเรือเหล่านั้นพุ่งแหวกอากาศลงน้ำจนเกิดน้ำพุขนาดยักษ์ กระเด็นเข้าใส่กราบเรือมัจฉานุจนไม้แตกละเอียด
'พวกมันมีมากกว่าเราสามต่อหนึ่ง!' รินตะโกนตอบกลับมา ใบหน้าของเธอเปื้อนคราบโคลนและเหงื่อ มือยังคงกุมหางเสือแน่น 'คามิน! ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง เราจะถูกต้อนเข้าหาเขื่อนที่เขากำลังสร้างแน่!'
คามินก้มมองไปที่ลานเรือกลางลำเรือ ที่นั่นมีสิ่งประดิษฐ์ที่เขาและช่างไม้ในหมู่บ้านช่วยกันดัดแปลงจากกลไกเครื่องทุ่นแรงโบราณ มันไม่ใช่ปืนใหญ่มาตรฐานของพวกพ่อค้าต่างถิ่น แต่มันคือท่อเหล็กหล่อขนาดมหึมาที่มีลวดลายสลักเสลาคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ที่เถาว์เคยค้นพบในบันทึก 'มันยังทำงานได้ใช่ไหม?' เขาถามตัวเอง พลางขยับเข้าไปใกล้กลไกที่เต็มไปด้วยฟันเฟืองไม้และสปริงเหล็ก
'ริน! หมุนเรือไปทางซ้ายสามสิบองศา! ฉันต้องการมุมยิงที่ตรงกับแนวกระแสน้ำวน!' คามินสั่งการ น้ำเสียงของเขาพยายามรักษาความนิ่งไว้แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาหยิบไขควงเหล็กขึ้นมาขันน็อตตัวสุดท้ายที่ยึดแท่นเล็งเข้ากับพื้นเรือ 'ถ้าโครงสร้างไม้ตรงนี้ไม่รับแรงสะท้อน เรือเราจะแตกเป็นสองเสี่ยงก่อนจะได้ยิงเสียอีก'
'เตรียมตัว! พวกมันกำลังเล็งมาทางเราแล้ว!' เสียงลูกเรือตะโกนลั่น เมื่อเรือเหล็กลำหน้าสุดหันปากกระบอกปืนเข้าหาพวกเขา
ตู้ม!
แรงระเบิดจากเรือศัตรูทำให้น้ำมหาศาลซัดเข้าใส่เรือมัจฉานุจนเอียงวูบ คามินเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นไม้ เขาเห็นเศษไม้กระเด็นผ่านหน้าไปเพียงไม่กี่นิ้ว ความตื่นเต้นที่เขาพยายามซ่อนไว้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่มีเวลาให้กลัว เขาต้องทำให้เครื่องมือนี้ทำงาน 'ต้องอาศัยแรงดันจากน้ำมรสุม... ใช่! ใช้แรงดันน้ำช่วยขับเคลื่อนลูกเหล็ก!'
เขาเริ่มลงมือจัดการกับวาล์วทองเหลืองที่เชื่อมต่อกับท่อดูดน้ำใต้ท้องเรือ มือของเขาลื่นเพราะน้ำและคราบน้ำมัน แต่เขาก็ยังกัดฟันหมุนมันไปตามจังหวะที่เถาว์เคยเขียนไว้ในบันทึกเรื่อง 'การไหลเวียนของพลังงานธรรมชาติ' 'จงให้สายน้ำเป็นผู้ส่งแรง ไม่ใช่เพียงแค่แรงระเบิดจากดินปืน' คำแนะนำของวิญญาณในบันทึกดังก้องในหัว
'คามิน! พวกมันจะประชิดแล้ว!' รินตะโกนเตือน เมื่อเรือเหล็กขนาดใหญ่ลำหนึ่งแล่นเข้ามาจนเห็นความสูงของกำแพงเหล็ก
'หมุนวาล์ว! เปิดทางให้น้ำเข้าสู่ห้องเผาไหม้!' คามินคำราม เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีกระชากคันโยกเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นมา เสียงกลไกไม้และเหล็กทำงานประสานกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟันเฟืองบดกันดัง ครืด... ครืด... ก่อนจะตามด้วยเสียงลมที่ถูกอัดเข้าไปในท่อเหล็กจนดังหวีดหวิวเหมือนมังกรกำลังร้องไห้
เขามองไปที่ช่องเล็ง ปืนใหญ่โบราณที่ดัดแปลงนี้กำลังสั่นสะเทือนอย่างหนักจนตัวเขาเองก็แทบจะยืนไม่อยู่ 'ตอนนี้แหละ!' คามินกระแทกค้อนเหล็กลงบนสลักจุดระเบิด
เปรี้ยงงงงง!!!
ไม่ใช่เสียงระเบิดของดินปืนธรรมดา แต่มันคือเสียงคำรามของแรงดันน้ำมหาศาลที่ถูกบีบอัดผ่านกระบอกเหล็ก ลูกเหล็กทรงกลมขนาดใหญ่ถูกส่งออกไปพร้อมกับกระแสน้ำแรงสูงที่พุ่งทะยานออกไปเหมือนลำแสงสีขาว มันพุ่งผ่านม่านน้ำและหมอกควัน เข้าปะทะกับกราบเรือเหล็กของศัตรูอย่างจัง
โครม!!!
เสียงเหล็กฉีกขาดดังสนั่นไปทั่วลำคลอง แรงปะทะนั้นรุนแรงจนเรือเหล็กลำที่ถูกยิงถึงกับเอียงวูบ น้ำทะลักเข้าสู่ช่องว่างของแผ่นเหล็กที่ถูกกระสุนเจาะจนทะลุ ควันสีดำพุ่งขึ้นจากตัวเรือศัตรู พร้อมกับเสียงกรีดร้องของเครื่องจักรและลูกเรือที่เสียหลัก
คามินหอบหายใจแรง หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เขามองดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาที่ยังคงสั่นเครือ 'ยัง... ยังไม่จบ' เขาพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบประแจขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับกระสุนนัดถัดไป
เรือเหล็กของนายหัวเดชายังเหลืออีกสี่ลำ พวกมันเริ่มตั้งหลักได้และกำลังหันหัวเรือกลับมาหาพวกเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว ท่ามกลางคลื่นที่ปั่นป่วน คามินมองไปที่รินซึ่งกำลังควบคุมเรือมัจฉานุให้หลบหลีกวงล้อมอย่างคล่องแคล่ว
'ริน! อย่าถอย!' คามินตะโกนก้อง พร้อมกับมือที่เริ่มขยับกลไกซ้ำอีกครั้ง 'เราจะลากพวกมันออกไปจากคลองนี้ให้ได้!'
--- คามินใช้ปืนใหญ่ที่ดัดแปลงจากกลไกโบราณและแรงดันน้ำมรสุม ยิงเข้าใส่เรือเหล็กของนายหัวเดชาจนได้รับความเสียหายหนัก แม้จะถูกล้อมด้วยศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าก็ตาม