ตอนที่ 127 — เงาเรือรบใต้คลองคำสาป
ไอชื้นจากโคลนตมใต้คลองคำสาปลอยขึ้นมาปะทะกับผิวสัมผัสที่ไม่มีตัวตนของข้า มันไม่ใช่ความเย็นเยียบแบบน้ำแข็ง แต่เป็นความเหนอะหนะที่ทำให้การเฝ้ามองดูเป็นเรื่องยากลำบาก ข้าพยายามประคองกระแสจิตที่หลงเหลืออยู่ให้คงที่ มองผ่านม่านหมอกสีเทาที่ปกคลุมผิวน้ำไหลเอื่อย
ที่ริมตลิ่งฝั่งตะวันตก รินกำลังขะมักเขม้นอยู่กับคันบังคับไม้โอ๊กขนาดใหญ่ มือที่กร้านจากการดึงเชือกและจับพายของเธอกำลังสับสวิตช์กลไกอย่างรวดเร็ว เสียงเฟืองไม้กระทบกันดัง ‘แก๊ก-แก๊ก’ สลับกับเสียงน้ำไหลซ่านผ่านท่อไม้ไผ่ที่ขัดสานกันอย่างประณีต คามินนั่งอยู่ข้างๆ เขาใช้ไขควงเหล็กถ่างแผ่นไม้ที่ปิดทับวาล์วแรงดันออก ใบหน้าของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบรอยร้าวของรอยต่อ
“คามิน! เช็กแรงดันที่ท่อแยกทิศใต้ที ถ้ามันตีกลับขึ้นมาทางรูระบาย เราจะคุมน้ำไม่อยู่!” รินตะโกนแข่งกับเสียงน้ำที่ไหลเชี่ยวขึ้นเรื่อยๆ เธอเช็ดเหงื่อด้วยหลังมือทิ้งคราบโคลนไว้บนแก้ม
“ใจเย็นริน ฉันกำลังดูรอยร้าวที่ข้อต่อสาม” คามินตอบกลับ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามรักษาความสุขุม “ถ้าเราเร่งแรงดันมากไป โครงสร้างไม้ที่พวกเราดัดแปลงจากประตูน้ำโบราณอาจจะรับไม่ไหว มันไม่ใช่แค่การเปิดปิดน้ำ แต่มันคือการเปลี่ยนทิศทางกระแสน้ำทั้งลำคลอง”
ข้าเฝ้ามองการกระทำของพวกเขาผ่านความทรงจำที่เหลืออยู่ ข้าอยากจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ริน บอกเธอว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำนั้นถูกต้องตามที่ข้าเคยบันทึกไว้ในสมุดเล่มเก่า แต่มือของข้าทำได้เพียงแค่กระเพื่อมผ่านอากาศธาตุ ข้าเห็นรินหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู มันคือบันทึกหน้าสุดท้ายที่ข้าเขียนไว้ก่อนที่กายหยาบจะดับสูญ
‘จงใช้จังหวะน้ำขึ้นเพื่อสร้างแรงส่ง และใช้จังหวะน้ำลงเพื่อสร้างแรงดูด...’
รินพึมพำคำนั้นเบาๆ “ตามที่บันทึกบอกไว้จริงๆ ด้วย คามิน เตรียมตัวให้พร้อม เราจะเริ่มทดสอบแรงดันครั้งแรก”
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเริ่มพิธีการทดสอบ ความรู้สึกผิดปกติบางอย่างก็แล่นผ่านกระแสจิตของข้า มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากกลไกไม้ แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์กลไกที่หนักหน่วงกว่า
ข้าหันขวับไปทางปากคลองคำสาปที่เชื่อมต่อกับทะเลมรสุม หมอกหนาที่เคยเป็นม่านบังตาเริ่มถูกฉีกขาดด้วยความเร็วที่ผิดปกติ ไม่ใช่เรือแจวของชาวแพ หรือเรือสินค้าลำเล็กๆ ที่คุ้นตา แต่มันคือรอยแยกของผิวน้ำที่เกิดจากใบพัดเหล็กขนาดใหญ่
“ริน! คามิน! หยุดก่อน!” ข้าพยายามจะตะโกน แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการเร่งเร้ากระแสลมรอบตัวพวกเขาสั้นๆ
“มีอะไรเถาว์? บอกมาสิ!” รินเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ราวกับเธอจะสัมผัสได้ถึงความแปรปรวนของบรรยากาศรอบตัว
ข้าเร่งการรับรู้ ข้ามองลึกลงไปใต้เงาตะคุ่มของกลุ่มต้นโกงกาง สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือเรือรบหุ้มเหล็กสีดำทมิฬของนายหัวเดชา มันไม่ได้มาเพียงลำเดียว แต่มาเป็นขบวนยาวที่ตัดผ่านผิวน้ำอย่างรวดเร็วและดุดัน ปลายกระบอกปืนใหญ่ที่ทำจากโลหะผสมตั้งตระหง่าน พร้อมที่จะยิงทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“พวกมันมาเร็วเกินไป!” ข้าเห็นรินหน้าซีดลงเมื่อสายตาเธอเหลือบไปเห็นธงสัญลักษณ์รูปเกลียวคลื่นสีทองของนายหัวเดชาที่โบกสะบัดอยู่บนยอดเสาเรือลำหน้าสุด “คามิน! เก็บเครื่องมือ! พวกมันไม่ได้มาเจรจาแน่!”
“แต่น้ำยังไม่พร้อม!” คามินอุทาน เขาพยายามจะขันน็อตตัวสุดท้ายที่รอยต่อท่อส่งน้ำ “ถ้าเราปิดระบบตอนนี้ แรงดันที่ค้างอยู่จะทำให้เรือเราล่ม!”
ข้ามองเห็นเรือรบเหล่านั้นเคลื่อนที่เข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาสร้างกับดักน้ำไว้มากขึ้นเรื่อยๆ นายหัวเดชาไม่ได้มาเพื่อสำรวจประตูน้ำโบราณ แต่เขามาเพื่อทำลายและยึดครองทุกอย่างด้วยอำนาจที่เหนือกว่า เรือลำหน้าสุดเริ่มลดความเร็วลง เตรียมพร้อมสำหรับการยิงถล่มทางน้ำ
ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไม่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ทำได้แค่เขียนบันทึกอีกต่อไป ข้าต้องสื่อสารให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่วิญญาณจะทำได้ ข้าทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี รวบรวมความทรงจำของสายน้ำและลมมรสุมที่เคยไหลผ่านที่นี่ มากลั่นเป็นแรงกระเพื่อมที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข้าพุ่งเข้าหาแผ่นไม้ที่รินกำลังจับอยู่ แล้วสั่นสะเทือนมันอย่างบ้าคลั่งจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง!’ สลับกับลมที่พัดกรรโชกเข้าหาตัวเธอ
“เถาว์! นี่นายใช่ไหม!” รินตะโกนด้วยความตกใจ เธอหลบวาล์วที่กำลังสั่นเทา
ข้าไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ข้าส่งภาพจำลองของเรือรบสีดำที่กำลังพุ่งเข้าหาพวกเธอเข้าไปในโสตประสาทของเธอผ่านแรงสั่นสะเทือนนั้น รินชะงักกึก ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นเงารูปทรงเรือรบที่ข้าจำลองขึ้นในอากาศธาตุ
“พวกมันมาแล้ว... เรือรบของนายหัวเดชา!” รินคำรามออกมา เสียงของเธอกลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้ “คามิน! ไม่ต้องรอให้พร้อมแล้ว ปล่อยน้ำเข้าท่อส่งทั้งหมด! เราจะใช้แรงดันที่เหลืออยู่ทั้งหมดเปลี่ยนคลองนี้ให้กลายเป็นเขี้ยวเล็บ!”
“แต่มันเสี่ยงเกินไปริน! ถ้ามันระเบิด...”
“ถ้าไม่ทำ เราจะไม่มีโอกาสได้สู้!” รินตัดบทพร้อมกับกระชากคันบังคับสุดแรง
ข้ามองดูพวกเขาสองคนท่ามกลางพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นเหนือลำคลอง ข้ามองเห็นเรือรบเหล็กดำลำนั้นกำลังจะเข้าสู่ระยะสังหาร ข้ากำแน่นในความมืดมิดของมิติจิตใจ ข้าขอสัญญา... ไม่ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะแลกด้วยอะไร ข้าจะใช้เศษเสี้ยวพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดช่วยเธอทำลายพวกมันให้สิ้นซาก
--- เถาว์เฝ้าสังเกตการณ์รินและคามินที่กำลังทดสอบกลไกประตูน้ำโบราณ แต่แล้วเขาก็พบกองเรือรบเหล็กของนายหัวเดชาที่เคลื่อนที่เข้ามาโจมตีอย่างรวดเร็ว เถาว์จึงต้องใช้พลังที่เหลืออยู่เตือนรินให้เตรียมรับมือกับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง