ตอนที่ 120 — เสียงคลื่นกระทบแพที่คลองคำสาป
กลิ่นโคลนตมผสมกับกลิ่นคาวปลาจางๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีที่เรือพายลำเล็กเคลื่อนผ่านซุ้มกอหญ้าคา รินกระชับพายในมือแน่นขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ผิวน้ำสีขุ่นที่กำลังไหวระริกตามจังหวะน้ำขึ้น เธอขมวดคิ้วเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของวงคลื่นที่กระจายตัวออกจากตอไม้กลางคลองคำสาป
“น้ำขึ้นช้ากว่าปรกติไปครึ่งชั่วโมง หรือว่าลมมรสุมจะเปลี่ยนทิศเร็วขึ้น?” รินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยจากการเดินทางไกล เธอพยายามมองหาเงาของเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่มักจะลอบเข้ามาสำรวจเส้นทาง แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงเงาสะท้อนของเรือนแพไม้เก่าแก่ที่ลอยนิ่งสนิทอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่
“ริน! ทางนี้!” เสียงตะโกนแหลมเล็กดังมาจากริมตลิ่ง รินหันไปมอง เห็นเด็กชายตัวน้อยสามสี่คนกำลังช่วยกันลากแหขึ้นจากน้ำ พวกเขาวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ท่ามกลางความเงียบสงัดของคลองคำสาปที่ดูเหมือนจะถูกตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
“วันนี้จับอะไรได้บ้างล่ะพวกเจ้า?” รินถามพลางจอดเรือเทียบกับชานไม้หน้าเรือนแพหลังใหญ่
“ได้ปลากระดี่เต็มเลยครับพี่ริน! ดูสิ น้ำนิ่งจนเห็นตัวปลาเลย!” เด็กชายคนหนึ่งชูตะกร้าหวายที่มีปลาดิ้นขลุกขลักให้ดู
รินยิ้มมุมปาก แต่ในใจยังคงมีความกังวลหลงเหลืออยู่ เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบวิทยุสื่อสารเครื่องเก่าขึ้นมาเปิดดู หน้าจอดิจิทัลยังคงนิ่งสนิท ไม่มีสัญญาณรบกวนจากนายหัวเดชาเหมือนเมื่อคืน ไม่มีเสียงซ่าที่ฟังดูเหมือนคนกำลังพยายามเจาะระบบเครือข่ายของคามิน ความเงียบนี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่มันคือความเงียบที่อิ่มเอมจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกโอบกอดด้วยสายน้ำ
“คามินอยู่ไหน?” เธอถามขณะก้าวขึ้นสู่ชานไม้
“เขากำลังตรวจเช็กกลไกประตูกั้นน้ำอยู่ที่ท้ายเรือนครับ” เด็กน้อยตอบ “เห็นว่ากำลังปรับปรุงโครงสร้างไม้ให้รับแรงกระแทกของคลื่นได้ดีขึ้น”
รินเดินตามทางเดินไม้ที่ทอดตัวยาวไปตามแนวเรือนแพ เธอเห็นคามินกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับแผงไม้และรอกเหล็ก มือของเขาเปื้อนคราบน้ำมันและเขม่าดิน เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที แต่เขากลับขยับประแจในมืออย่างคล่องแคล่ว
“น้ำนิ่งผิดปรกติไหมคามิน?” รินเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นไม้สนและน้ำมันเครื่องจางๆ จากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกมั่นคงขึ้น
คามินเงยหน้าขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “น้ำนิ่งเพราะเราปรับระดับทุ่นลอยน้ำใหม่ ริน... ผมไม่อยากให้กระแสน้ำไหลแรงจนกัดเซาะฐานรากเรือนแพเหมือนเมื่อปีก่อน ผมกำลังสร้างระบบหมุนเวียนน้ำแบบใหม่ที่จะทำให้พวกเราไม่ต้องพึ่งพาระบบควบคุมจากฝั่งนายหัวเดชาอีกต่อไป”
“นายกำลังจะสร้างกำแพงน้ำของตัวเองขึ้นมางั้นเหรอ?” รินถามพลางมองไปที่กลไกซับซ้อนที่เขาติดตั้งไว้
“ไม่ใช่กำแพงเพื่อปิดกั้น แต่เป็นโครงสร้างเพื่อรักษา” คามินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ถ้าเราคุมทิศทางน้ำได้ เราก็คุมวิถีชีวิตของเราได้ ไม่ต้องรอให้ใครมาสร้างเขื่อนผูกขาดเส้นทางเดินเรือของเรา”
รินทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ เธอหลับตาลงและปล่อยให้ความรู้สึกไหลเวียนไปตามร่างกาย ในความสงบนี้เองที่เธอได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคย มันไม่ใช่เสียงจากวิทยุ ไม่ใช่เสียงของลม แต่เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับตัวอักษรในบันทึกของเถาว์ที่เธอมักจะอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า 'หัวใจของสายน้ำคือการไหลเวียน ไม่ใช่การหยุดนิ่ง'
เธอนึกถึงคำทำนายแห่งดวงดาวที่พวกหมอผีริมน้ำชอบเล่าขาน เรื่องราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่ง อลิซ... ในตอนแรกเธอคิดว่านั่นคือเรื่องเพ้อฝันของคนเมาเหล้าป่า แต่ในขณะที่เธอนั่งอยู่ตรงนี้ ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างวิถีเก่ากับกลุ่มทุนใหม่ เธอเริ่มเข้าใจว่าการรวมโลกไม่ได้หมายถึงการเอาทุกอย่างมาขยำรวมกัน แต่มันคือการทำให้ทุกชีวิตในเดลต้าไหลไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ทำลายกันและกัน
“ริน เป็นอะไรไป? หน้าตาดูเหม่อๆ” คามินเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงบนไหล่เธอเบาๆ
“ฉันแค่คิดว่า... ฉันไม่อยากไปไหนอีกแล้ว” รินลืมตาขึ้น สายตาของเธอเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความแน่วแน่ “ฉันจะอยู่ที่นี่ จะสอนเด็กพวกนี้ให้อ่านกระแสน้ำให้ออก สอนให้พวกเขารู้ว่าน้ำขึ้นน้ำลงไม่ได้บอกแค่เวลาเข้าออกของเรือ แต่มันบอกถึงลมหายใจของโลกใบนี้”
“เธอจะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์คลองคำสาปจริงๆ เหรอ?” คามินถามด้วยรอยยิ้มที่แฝงความโล่งใจ
“ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์ แต่ฉันจะเป็นคนสร้างตำนานใหม่ที่นี่ ตำนานที่ไม่ได้มาจากคำทำนาย แต่มาจากมือของพวกเราเอง” รินกล่าวพลางมองออกไปที่ลำคลองที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
ความสงบสุขที่เธอได้รับไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือฐานรากที่มั่นคงที่สุดสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป เธอรู้ดีว่านายหัวเดชาจะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้ และสัญญาณรบกวนจากวิทยุอาจจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตราบใดที่เธอยังมีกระแสน้ำและเด็กๆ กลุ่มนี้ เธอจะไม่มีวันพ่ายแพ้
ทันใดนั้น เสียงหวูดเรือสินค้าขนาดใหญ่ดังสนั่นมาจากสุดขอบฟ้า ทิศทางของเสียงไม่ได้มาจากปากแม่น้ำมรสุม แต่มาจากทิศทางที่เขื่อนของกลุ่มทุนกำลังถูกก่อสร้างขึ้น แสงไฟสปอตไลท์จากเรือลำนั้นสาดส่องเข้ามาในคลองคำสาป ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจับจ้องมายังความสงบสุขที่เธอกำลังสร้าง
--- รินตัดสินใจฝังตัวอยู่ที่คลองคำสาปเพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาการอ่านกระแสน้ำและปกป้องชุมชนเรือนแพจากการคุกคามของกลุ่มทุน ท่ามกลางความสงบสุขที่เธอกำลังสร้าง เสียงหวูดเรือจากกลุ่มทุนก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนถึงสงครามที่กำลังจะมาถึง