← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 42免費

ตอนที่ 42 — จังหวะที่แตกสลายและเสียงคร่ำครวญของโลหะ

เสียงโลหะบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับยักษ์ตนหนึ่งกำลังขยี้เศษเหล็กอยู่ใต้พื้นดินโรงเตี๊ยมที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง Anwen พยายามยันกายขึ้นจากพื้นดินที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการถล่มลงมาของเพดานไม้ ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากรอยจารึกที่หน้าอก ลามเลียไปตามลำคอและใบหน้า ราวกับมีเข็มน้ำแข็งที่อาบไปด้วยไฟเผาไหม้ทิ่มแทงผิวหนังของเธออยู่ตลอดเวลา

“Mistress! หนีไป! อย่าอยู่ตรงนี้!” เสียงของ Fin ตะโกนแว่วมาท่ามกลางเสียงครืนครั่นที่ดังไม่หยุดหย่อน เด็กหนุ่มคนครัววิ่งฝ่ากลุ่มควันและเศษไม้ที่แตกหัก ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยเขม่าดินและคราบน้ำตา เขาพยายามจะคว้าแขนของเธอ แต่ Anwen กลับรู้สึกว่าร่างกายของเธอไม่ใช่ของเธออีกต่อไป

ทุกครั้งที่เครื่องจักรโบราณใต้พิภพส่งเสียงคำราม รอยจารึกบนร่างของเธอจะสั่นสะเทือนในจังหวะที่สอดประสานกันอย่างน่าสยดสยอง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่แปลกแยก แต่มันคือการเชื่อมต่อ เธอรู้สึกได้ถึงแรงบีบอัดของเหล็กกล้าที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้ฝ่าเท้า เธอรับรู้ถึงความเย็นเฉียบของเถาวัลย์โลหะที่กำลังชอนไชเข้าไปในรอยแยกของเสาไม้ที่เหลือเพียงตอ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือเธอรับรู้ถึงความหิวโหยของมัน—ความหิวที่ต้องการจะดูดซับพลังงานทุกอย่างเพื่อหล่อเลี้ยงวงจรที่กำลังตื่นขึ้น

“มันไม่ได้แค่มาเพื่อทำลาย... แต่มันกำลังสร้างบางอย่างขึ้นมาใหม่ และเราคือส่วนหนึ่งของมัน” Anwen พึมพำด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ดวงตาของเธอไม่ได้มองไปที่ความพินาศรอบกาย แต่มองตรงไปยังใจกลางของรอยแยกที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางความโกลาหลที่ไม่มีวันจบสิ้น พันโทวาลันและกลุ่มทหารราชสำนักที่เหลือรอดพยายามจะตั้งค่ายกลป้องกันรอบตัวพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าโลกที่พวกเขารู้จักกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยวัสดุที่พวกเขาไม่เข้าใจ ดาบเหล็กกล้าที่เคยแข็งแกร่งกลับดูไร้ค่าเมื่อปะทะกับเถาวัลย์โลหะที่พุ่งทะยานขึ้นมาดุจงูเหล็ก มันไม่ได้โจมตีเพื่อฆ่า แต่มันพันธนาการเพื่อยึดครอง รากโลหะเหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างที่เหลืออยู่ของโรงเตี๊ยม เปลี่ยนไม้และดินให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกขนาดมหึมา

“หยุดมัน! ใครก็ได้หยุดมันที!” เสียงตะโกนของขุนนางผู้หนึ่งดังขึ้น ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในทันทีเมื่อพื้นดินใจกลางห้องโถงทรุดฮวบลง เผยให้เห็นความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่งและแสงสีฟ้าที่สว่างจ้าจนตาพร่า

Anwen เห็นชายปริศนาคนนั้นอีกครั้ง เขายืนอยู่ท่ามกลางพายุฝุ่นและเศษซาก ราวกับเป็นเพียงผู้ชมที่เฝ้ารอการเปิดม่านการแสดงครั้งใหญ่ เขาไม่ได้พยายามหนี ไม่ได้พยายามสู้ แต่ดวงตาของเขาที่จ้องมองมายังเธอนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งและน่าหวาดหวั่น

“เจ้าคือกุญแจ และกุญแจต้องเป็นตัวปิดประตู!” ชายคนนั้นตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องจักรที่กำลังเร่งจังหวะ “เจ้าต้องยอมรับความเจ็บปวดที่มากกว่านี้ เพื่อส่งสัญญาณย้อนกลับไปหาแกนกลาง! หากเจ้าไม่ทำ... มันจะลากทุกอย่างที่เหลืออยู่ลงสู่รอยแยก!”

คำพูดของเขาทำให้ Anwen รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับได้ รอยจารึกบนผิวหนังของเธอเริ่มเรืองแสงสีฟ้าจัดจ้า สอดรับกับแสงที่พวยพุ่งออกมาจากก้นบึ้งของโลก เธอสัมผัสได้ถึงภาพนิมิตของฟันเฟืองยักษ์ที่หมุนวนอยู่ใต้ชั้นดินลึก และความจริงที่ว่าเถาวัลย์โลหะเหล่านี้เป็นเพียงเส้นประสาทที่กำลังเชื่อมต่อระบบการทำงานของเครื่องจักรเข้ากับโลกเบื้องบน

“ข้าไม่ได้เป็นคนเริ่มมัน!” Anwen กรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น ขณะที่ความร้อนจากรอยจารึกเริ่มแผดเผาจนเธอแทบจะสิ้นสติ

“แต่มันกำลังรอเจ้าอยู่!” ชายปริศนาตอบกลับ

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็กระแทกเข้าที่กลางอกของเธอ ราวกับมีค้อนยักษ์ทุบลงมา ร่างของ Anwen ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับซากเคาน์เตอร์ไม้ที่ยังเหลือรอดอยู่ เธอหอบหายใจอย่างหนักหน่วง มองเห็นทหารบางนายถูกเถาวัลย์โลหะกระชากลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง เสียงร้องขอชีวิตของพวกเขาถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามต่ำๆ ที่ฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะของสิ่งมีชีวิตโบราณ

แสงสีฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นความดุดัน มันเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่บิดเบี้ยวอากาศรอบข้างให้พร่ามัว Anwen รู้สึกว่าโลกกำลังหมุนคว้าง เธอเห็นดวงตานับพันคู่ที่กำลังจ้องมองลงมาจากรอยแยกนั้น... ดวงตาเหล่านั้นไม่ได้ดูดุร้าย แต่มันดูเหมือนกำลังเฝ้ามองการเติบโตของบางสิ่ง และในวินาทีนั้นเอง เธอตระหนักได้ว่าชีวิตที่เรียบง่ายในฐานะเจ้าของโรงเตี๊ยมได้ตายลงไปแล้ว เหลือเพียงผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของพายุที่จะพัดถล่มทั้งอาณาจักร Castellane ให้พินาศสิ้น

เธอกำหมัดแน่น ความหวาดกลัวยังคงอยู่ แต่ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมให้ความลับนี้กลายเป็นพันธนาการใหม่ของโลกกลับแข็งแกร่งกว่า เธอจะยอมรับความเจ็บปวดนี้ หากมันหมายถึงการหยุดยั้งหายนะที่กำลังคืบคลานขึ้นมา

เสียงครืนครั่นดังสนั่นหวั่นไหวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แสงสีฟ้าจะระเบิดออกจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน และในความมืดมิดที่ตามมา Anwen รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มหาศาลที่กำลังกระชากวิญญาณของเธอลงสู่ความลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด

--- Anwen ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการที่รอยจารึกในร่างหลอมรวมกับจังหวะของเครื่องจักรโบราณ ท่ามกลางความพินาศของโรงเตี๊ยมที่ถูกเถาวัลย์โลหะยึดครอง และคำเตือนจากชายปริศนาว่าเธอต้องยอมรับความเจ็บปวดเพื่อเป็นกุญแจในการปิดประตูแห่งหายนะ