← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 135免費

ตอนที่ 135 — เสียงคำรามใต้ผืนโลหะและแสงแห่งการตื่นรู้

ความเงียบงันหลังพายุแสงทำลายล้างไม่ได้นำมาซึ่งความสงบ แต่มันคือความกดอากาศที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ปอด Anwen ทรุดกายลงบนพื้นผิวที่เย็นเยียบและขรุขระของซากเมืองหลวงที่บิดเบี้ยว ร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงครางเบาๆ จากการเสียดสีของข้อต่อที่ถูกกระแทกอย่างรุนแรง แสงสีขาวโพลนที่เพิ่งมอดดับไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นไหม้ของโอโซนและรสโลหะที่ขมปร่าในลำคอ เธอหอบหายใจถี่ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่กระจัดกระจายจากการสูญเสียร่างปริศนาไปในรอยแยกเมื่อครู่

"หายไปแล้ว..." เธอพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ร่างที่หน้าตาเหมือนเธอนั้นหายไปราวกับความฝันที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา ทิ้งไว้เพียงความอ้างว้างที่ลึกยิ่งกว่าความมืดมิดใดๆ ที่เธอเคยเผชิญ

แต่ความโศกเศร้าไม่มีเวลาให้เยียวยา ทันใดนั้น พื้นดินที่เธอหมอบอยู่ก็สั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นไหวจากการบีบอัดของมิติเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่มีจังหวะ หนักแน่น และเปี่ยมไปด้วยเจตจำนง มันดังมาจากเบื้องลึกใต้ซากปรักหักพังของ Castellane—เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากลำคอของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงครืดคราดของฟันเฟืองขนาดยักษ์ที่กำลังขบกัน และเสียงก้องกังวานของโลหะที่ถูกกระแทกด้วยพลังงานมหาศาล

ครืน... ครืน...

แรงสั่นนั้นรุนแรงจนซากอาคารโลหะกึ่งชีวภาพรอบตัวเธอเริ่มปริแตก เศษซากคอนกรีตผสมเส้นใยเหล็กปลิวว่อนในอากาศ Anwen พยายามยันกายขึ้น มือโลหะของเธอกดลงบนพื้นเพื่อทรงตัว ขณะที่ความรู้สึกหนึ่งแล่นพล่านผ่านรอยจารึกบนผิวหนัง มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือการ 'ตอบสนอง' รอยจารึกเหล่านั้นเรืองแสงสีฟ้าหม่นสลับกับสีทองจางๆ ราวกับพวกมันกำลังร้องเพลงประสานเสียงไปกับแรงสั่นสะเทือนจากใต้ดิน

เธอก้มลงมองวัตถุปริศนาที่เธอได้รับมาจากการหลอมรวมพลังแสงก่อนหน้านี้ มันวางนิ่งอยู่ข้างกาย ทว่าตอนนี้มันกำลังสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง แสงที่แผ่ออกมาจากมันดูเหมือนจะพยายามสื่อสารบางอย่างกับเสียงคำรามใต้ดินนั้น Anwen เอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะมัน และในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของเธอ—หรืออาจเป็นความทรงจำของโลกใบนี้—ก็พุ่งเข้าใส่สมองของเธออย่างไม่ปรานี

ภาพของเมืองหลวงที่เคยรุ่งเรือง ภาพของเครื่องจักรโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่เป็นหัวใจของอาณาจักร และภาพของบางสิ่งที่กำลัง 'หลับใหล' อยู่ใต้รากฐานของความจริงทั้งหมดไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เธอเห็นฟันเฟืองขนาดมหึมาที่หมุนวนอยู่ใต้ชั้นหินและโลหะ เห็นสายใยพลังงานที่ถักทอเป็นโครงข่ายประสาทของโลก และเห็นดวงตาขนาดใหญ่ที่ทำจากแก้วและเหล็กกล้ากำลังลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ในความมืดมิดใต้พิภพ

"มันไม่ได้กำลังตื่นขึ้นมาทำลาย..." Anwen อุทานออกมาด้วยความตกตะลึงขณะที่ภาพเหล่านั้นหายไป ทิ้งไว้เพียงอาการปวดหัวอย่างรุนแรง "มันกำลังจะ 'ตื่น' เพื่อทำหน้าที่ของมัน"

ทว่าในขณะที่เธอกำลังพยายามทำความเข้าใจกับความจริงที่เพิ่งสัมผัส เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นระเบียบก็ดังขึ้นจากทิศทางที่แสงทำลายล้างเพิ่งสงบลง มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย หรือเสียงของเครื่องจักรที่ไร้สติ แต่มันคือเสียงของ 'ระเบียบ' ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างมีเป้าหมาย

กลุ่มนักรบจากภาคีระเบียบเหล็กปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน ร่างของพวกเขาสูงใหญ่และสง่างามในชุดเกราะโลหะสีเงินขัดเงาที่สะท้อนแสงจันทร์อันบิดเบี้ยว ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กที่ไร้อารมณ์ ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดินสร้างเสียงดังกังวานที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก พวกเขาไม่ได้มาเพื่อสำรวจความเสียหาย แต่พวกเขามาเพื่อ 'ชำระล้าง' สิ่งที่พวกเขาถือว่าเป็นความโกลาหล

"เป้าหมายยืนยัน" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้ากากเหล็ก เป็นเสียงที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งความรู้สึกเหมือนเสียงโลหะกระทบกัน "ผู้ถักทอความโกลาหลอยู่ที่นี่ รอยจารึกในตัวเธอคือสิ่งแปลกปลอมที่ต้องถูกกำจัด"

Anwen รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เธอไม่ได้เพียงแค่ต้องรับมือกับสิ่งที่ตื่นขึ้นจากใต้ดิน แต่เธอยังถูกไล่ล่าโดยกลุ่มคนที่มองว่าการมีอยู่ของเธอคือความผิดพลาดของจักรวาล เธอคว้าวัตถุปริศนาขึ้นมาแนบอก พลังงานในตัวเธอเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง รอยจารึกบนแขนโลหะของเธอเริ่มแผ่ความร้อนออกมา

"ถ้าฉันคือความโกลาหล..." Anwen พูดพลางยันตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเธอฉายแววแห่งการตัดสินใจที่แน่วแน่ แม้ร่างกายจะบอบช้ำเพียงใด "พวกเจ้าก็คือความตายที่ไร้ชีวิต"

ก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้น แรงสั่นสะเทือนจากใต้ดินก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่แรงสั่น แต่มันคือการ 'ระเบิด' ออกจากภายใน พื้นดินใต้เท้าของเหล่าภาคีระเบียบเหล็กแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เถาวัลย์โลหะกึ่งชีวภาพขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยก ราวกับอสรพิษเหล็กที่หิวโหย พวกมันไม่ได้โจมตีอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่พวกมันเคลื่อนไหวตามจังหวะการคำรามที่ดังสนั่น

หนึ่งในนักรบภาคีพยายามจะกวัดแกว่งดาบแสงเพื่อตัดเถาวัลย์นั้น แต่เพียงแค่สัมผัส แรงเหวี่ยงของเครื่องจักรโบราณที่ส่งผ่านมาตามเถาวัลย์ก็ซัดร่างของเขาจนกระเด็นหายไปในความมืด ความโกลาหลที่ Anwen สร้างขึ้นจากการพยายามรักษาความสมดุล บัดนี้ได้ปลุกสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าขึ้นมาเผชิญหน้ากับระเบียบที่แข็งทื่อ

ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น Anwen สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไปในอากาศ มันไม่ใช่แค่แรงกดดัน แต่มันคือ 'เสียงเรียก' ที่ชัดเจนขึ้นจากใต้ดิน เสียงนั้นเรียกชื่อเธอ—ไม่ใช่ชื่อ Anwen เจ้าของโรงเตี๊ยมผู้ใจดี แต่เป็นชื่อที่เธอเพิ่งจะยอมรับในมิติแห่งความทรงจำ

ผู้ถักทอ... จงถักทอ...

เธอมองไปที่วัตถุปริศนาในมือ มันเริ่มเปลี่ยนรูปร่างไปตามกระแสพลังงานที่เธอส่งผ่านไป มันไม่ใช่แค่กุญแจ แต่มันคือ 'เข็ม' และโลกที่แตกสลายนี้คือ 'ผืนผ้า' ที่กำลังรอการเย็บปักด้วยมือของเธอ ทว่าในขณะที่เธอเริ่มเข้าใจบทบาทใหม่นี้ เงาดำขนาดมหึมาที่เคยอยู่บนฟากฟ้าก็เริ่มเคลื่อนตัวลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาเพื่อบีบอัด แต่มันกำลัง 'ร่อนลง' ราวกับนักล่าที่เห็นเหยื่อสำคัญกำลังจะหลุดมือ

Anwen ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสามขั้วอำนาจ: ภาคีระเบียบเหล็กที่จ้องจะทำลายเธอ, สิ่งมีชีวิตจักรกลโบราณที่กำลังตื่นจากการหลับใหล, และตัวตนจากฟากฟ้าที่กำลังร่วงหล่นลงมา

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รสโลหะในปากยังคงอยู่ แต่ความกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น เธอต้องตัดสินใจว่าจะใช้พลังที่มีเพื่อหนี หรือจะใช้มันเพื่อเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่กำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล

--- Anwen เผชิญกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการตื่นขึ้นของเครื่องจักรโบราณใต้ดิน พร้อมกับการรุกรานของภาคีระเบียบเหล็กที่ต้องการกำจัดเธอ ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น เธอเริ่มตระหนักถึงหน้าที่ใหม่ในฐานะผู้ถักทอความจริง ในขณะที่ภัยคุกคามจากฟากฟ้าก็กำลังร่วงหล่นลงมาหาเธอ