← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 134免費

ตอนที่ 134 — ความบิดเบี้ยวของเงาสะท้อนและมาตรการชำระล้าง

เสียงโลหะครูดกับพื้นหินดังสนั่นหวั่นไหว แผ่วเบาในตอนแรกแต่ทวีความรุนแรงขึ้นราวกับเสียงขยี้กระดูกของยักษ์ใหญ่ Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากฝ่าเท้ากึ่งโลหะของเธอขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ทุกย่างก้าวที่เธอและร่างปริศนาที่หน้าตาเหมือนเธอทุกประการพยายามตะเกียกตะกายหนีออกจากซากเมืองหลวง Castellane นั้น เต็มไปด้วยความไม่มั่นคง พื้นดินที่เคยเป็นหินแข็งบัดนี้บิดเบี้ยวเป็นคลื่นโลหะชีวภาพที่ขยับเขยื้อนราวกับมีลมหายใจ

“เร็วเข้า!” Anwen ตะโกนออกไป เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานมหาศาล ร่างปริศนาที่เหมือนเธอไม่มีคำตอบ มีเพียงแววตาที่ตื่นตระหนกและลมหายใจที่หอบถี่ ร่างนั้นเคลื่อนที่ตามเธอไปอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางแสงสลัวที่บิดเบี้ยวจากรอยแยกมิติบนท้องฟ้า

เบื้องหลังของพวกเธอ ท้องฟ้าไม่ได้เป็นสีฟ้าหรือดำอีกต่อไป แต่มันคือม่านพลังงานสีทองหม่นที่กำลังม้วนตัวลงมาบีบอัดพื้นที่เบื้องล่างให้แคบลงเรื่อยๆ นี่คือ 'มาตรการชำระล้าง' ของภาคีระเบียบเหล็ก แสงสว่างที่ดูบริสุทธิ์แต่แฝงไปด้วยความตายกำลังกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่เป็นระเบียบ ทุกสิ่งที่ 'ผิดเพี้ยน' ไปจากโครงสร้างที่พวกมันต้องการ ทุกครั้งที่ลำแสงนั้นสัมผัสกับซากปรักหักพัง เสียงระเบิดของมิติจะดังขึ้นตามมา พร้อมกับการสลายตัวของสสารให้กลายเป็นละอองโลหะที่ไร้ชีวิต

“พวกมันมาแล้ว...” ร่างปริศนาพึมพำ เสียงนั้นเหมือนเสียงของ Anwen เอง แต่กลับมีความกังวานที่แปลกประหลาด ราวกับเสียงที่สะท้อนมาจากก้นบึ้งของบ่อน้ำ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารภาคีระเบียบเหล็กก็ดังขึ้นจากทิศทางตรงข้าม พวกเขาไม่ได้เดินมาเหมือนมนุษย์ แต่เคลื่อนที่ด้วยจังหวะที่แม่นยำและเย็นชาเหมือนฟันเฟืองของนาฬิกาขนาดใหญ่ ร่างในชุดเกราะโลหะสีเงินวาววับพุ่งทะยานผ่านซากตึกที่บิดเบี้ยว ดวงตาของพวกเขามิใช่ดวงตาเนื้อหนัง แต่เป็นเลนส์แสงสีฟ้าที่ตรวจจับความร้อนและความผิดปกติของพลังงาน

“เป้าหมายพบตัว: ตัวแปรความโกลาหล และ เงาสะท้อนที่ผิดพลาด” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังมาจากหัวหน้าหน่วยล่าสังหาร “เริ่มมาตรการชำระล้างระดับที่สอง”

Anwen รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เธอขยับมือที่กึ่งโลหะของเธอ รอยจารึกบนผิวหนังเรืองแสงสีม่วงหม่นสลับกับแสงสีทองจากวัตถุปริศนาที่เธอครอบครอง ความรู้สึกของการเป็น 'ผู้ถักทอความโกลาหล' แล่นพล่านไปตามเส้นประสาท มันไม่ใช่ความรู้สึกของพลังอำนาจ แต่มันคือความรู้สึกของการต้องแบกรับเศษเสี้ยวของความเป็นจริงที่กำลังแตกสลาย

“อย่าหยุดวิ่ง!” Anwen กระชากแขนร่างปริศนาให้หลบหลังซากเสาที่ทำจากโลหะชีวภาพขนาดยักษ์ ขณะที่ลำแสงชำระล้างพุ่งผ่านเหนือศีรษะไปเพียงไม่กี่นิ้ว ความร้อนจากแสงนั้นเผาไหม้อากาศจนเกิดเสียงเปรี๊ยะของมิติที่ฉีกขาด

ขณะที่พวกเธอกำลังหนีไปตามตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษซากของอดีต Anwen สังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจ (หรือสิ่งที่ทำหน้าที่แทนหัวใจ) ของเธอเต้นผิดจังหวะ ร่างปริศนาที่เดินข้างๆ เธอนั้นเริ่มมีรอยร้าวตามผิวหนัง ไม่ใช่รอยร้าวจากความเสียหายทางกายภาพ แต่เป็นรอยร้าวที่เผยให้เห็นแสงสว่างจากภายใน เหมือนกับว่าร่างนั้นไม่ได้ประกอบขึ้นจากเนื้อหนังหรือโลหะ แต่ประกอบขึ้นจาก 'ความทรงจำ' ที่กำลังจะจางหายไป

“เธอเป็นใครกันแน่?” Anwen ถามออกไปโดยไม่หันไปมอง แต่ในใจเธอกลับเต็มไปด้วยคำถามที่หนักอึ้งกว่านั้น ร่างนั้นคือตัวเธอในอดีต? คือตัวเธอที่ไม่ได้เลือกทางนี้? หรือคือเศษเสี้ยวของความเป็นจริงที่ถูกทิ้งไว้ในอนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ?

“ฉันคือสิ่งที่เธอทิ้งไว้...” ร่างนั้นตอบกลับมาสั้นๆ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะพรรณนา “และฉันคือสิ่งที่กำลังจะถูกลบเลือน”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเธอก็เริ่มบิดตัวอย่างรุนแรง เงายักษ์บนฟากฟ้าเริ่มเคลื่อนที่ลงมาใกล้จนมองเห็นรูปร่างที่คล้ายกับมือขนาดมหึมาที่กำลังจะตะปบลงบนโลกใบนี้ มาตรการชำระล้างจากฟากฟ้าบีบอัดจากบน และการไล่ล่าจากภาคีระเบียบเหล็กบีบอัดจากด้านข้าง ความจริงรอบตัวพวกเธอกำลังถูกบดขยี้จนเหลือพื้นที่เพียงไม่กี่ก้าว

Anwen ตัดสินใจในเสี้ยววินาที เธอไม่สามารถหนีไปได้ตลอดกาล เธอต้องเผชิญหน้า หรือไม่ก็ต้องหาทางแทรกแซงกระแสแห่งการทำลายล้างนี้ เธอหันกลับไปมองทหารภาคีที่กำลังใกล้เข้ามา แสงสีฟ้าจากเลนส์ตาของพวกมันสะท้อนความตายที่ไร้ความรู้สึก

“ถ้าโลกนี้ต้องการระเบียบที่ตายตัว...” Anwen กัดฟันกรอด พลังงานจากรอยจารึกระเบิดออกมาจากร่างของเธอ สร้างคลื่นความโกลาหลขนาดเล็กที่ทำให้พื้นที่รอบๆ บิดเบี้ยวจนทหารภาคีเสียหลัก “ฉันก็จะมอบความโกลาหลที่ไม่มีวันหยุดนิ่งให้พวกแก!”

เธอไม่ได้ใช้พลังเพื่อทำลาย แต่เธอใช้พลังเพื่อ 'ถักทอ' ความผิดเพี้ยนเข้าไปในระเบียบของพวกมัน เธอพยายามดึงเอาเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลายในอากาศมาสร้างเป็นกำแพงมิติที่ไร้รูปแบบ ทว่าแรงกดดันจากเงายักษ์ด้านบนกลับรุนแรงเกินไป ลำแสงชำระล้างพุ่งลงมาจากฟากฟ้าตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่ ราวกับว่าสวรรค์ได้ชี้เป้ามาที่ผู้ทรยศต่อระเบียบอย่างชัดเจน

“หลบไป!” Anwen ตะโกนพร้อมกับผลักร่างปริศนาให้พุ่งเข้าไปในรอยแยกมิติที่เปิดออกชั่วคราวจากการปะทะกันของพลังงาน

ร่างปริศนาหายวับไปในความมืดมิดของรอยแยก ทิ้งให้ Anwen ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางพายุแห่งแสงและการทำลายล้าง เธอสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าฤดูหนาวใดๆ ใน Castellane แสงสีทองจากมาตรการชำระล้างกำลังจะกลืนกินเธอในอีกไม่กี่อึดใจ

ในวินาทีสุดท้ายที่แสงสว่างกำลังจะบดขยี้ร่างกึ่งโลหะของเธอ Anwen กลับไม่ได้รู้สึกถึงความกลัว แต่เธอสัมผัสได้ถึง 'สายตา' นั้นอีกครั้ง สายตาที่มองมาจากนอกขอบเขตความจริง สายตาที่เฝ้ามองการดิ้นรนของเธอด้วยความนิ่งเฉยและรอคอย... และในความมืดมิดที่กำลังจะมาถึง เธอเห็นบางอย่างที่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผืนดินที่กำลังแตกสลาย มันไม่ใช่เครื่องจักร และไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือบางสิ่งที่กำลัง 'ตื่น' ขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน เพื่อมาทวงคืนความโกลาหลที่เธอเพิ่งจะปลุกมันขึ้นมา

--- Anwen และร่างปริศนาพยายามหลบหนีการไล่ล่าของภาคีระเบียบเหล็กท่ามกลางมาตรการชำระล้างที่บีบอัดมิติ แต่ร่างปริศนากลับหายไปในรอยแยก ทิ้งให้ Anwen เผชิญหน้ากับแสงทำลายล้างและบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากใต้ดิน