← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 99免費

ตอนที่ 99 — รอยแยกแห่งตัวตนและพันธนาการที่มองไม่เห็น

ความเงียบในมิติที่บิดเบี้ยวนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงอื้ออึงของความว่างเปล่าที่พยายามจะตะโกนออกมา อัลดริกไม่ได้รู้สึกถึงลมหายใจของตัวเองอีกต่อไป เขารู้สึกเพียงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านอยู่ในทุกอณูของสิ่งที่เคยเป็นร่างกาย กระแสพลังงานสีครามจางๆ ไหลเวียนผ่านรอยร้าวที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่แตกสลายในจิตใจของเขา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบที่มนุษย์คนหนึ่งจะเข้าใจได้ แต่มันคือความรู้สึกของการถูกลอกคราบ—ทีละชั้น—ทีละความทรงจำ—ทีละความรู้สึก จนกระทั่งไม่เหลือแม้แต่ชื่อของตัวเองให้ยึดถือ

เขาลอยคว้างอยู่ในความมืดที่ไม่ได้มืดมิดอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความสับสนทางทัศนียภาพที่ซึ่ง 'บน' และ 'ล่าง' ไม่มีอีกต่อไป ทุกอย่างคือการบิดเบี้ยวที่ไร้ทิศทาง อัลดริกพยายามรวบรวมสมาธิ ใช้ความว่างเปล่าที่เขาพยายามสร้างขึ้นเป็นกรงขัง พยายามย้ำเตือนตัวเองถึงความเที่ยงตรง—ความเที่ยงตรงที่เขาเคยใช้กับตาชั่งข้าวหลวง—ความเที่ยงตรงที่ต้องไม่เอนเอียงไม่ว่าแรงกดดันจะมหาศาลเพียงใด แต่ความพยายามนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคม ทุกครั้งที่เขาพยายามสร้างความนิ่งสงบขึ้นมาใหม่ สิ่งลี้ลับกลับใช้ความพยายามนั้นเป็นพิมพ์เขียวชั้นดี มันหยิบเอาความตั้งใจที่จะ 'กักเก็บ' ของเขา มาสร้างเป็นโครงสร้างของ 'การเชื่อมต่อ'

“เจ้ากำลังสร้างบ้านให้พวกเรา...” เสียงหนึ่งไม่ได้ดังขึ้นในหู แต่ดังขึ้นในรอยแยกของมิติที่สั่นคล้องในหัวใจของเขา มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และไม่ใช่เสียงของปีศาจ แต่มันคือเสียงของความไม่สมบูรณ์ที่กำลังเรียกร้องความสมบูรณ์ “เจ้าพยายามจะปิดกั้น แต่เจ้ากลับกลายเป็นประตูที่เปิดกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

ภาพเหตุการณ์ในโลกเบื้องบนวูบผ่านไปในดวงตาที่ไร้แววของเขา อัลดริกเห็นภาพเมืองโอ๊คเมียร์ที่ดูเหมือนจะสงบสุข แต่ลึกลงไปในรากฐาน เขารู้ดีว่ารอยร้าวที่เขากำลังแบกรับอยู่นี้ กำลังแผ่ขยายออกไปเหมือนใยแมงมุมที่มองไม่เห็น เขาเห็นเงาร่างของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่ยืนเฝ้ามองอยู่บนขอบเหวของมิติ สายตาของพวกเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความเมตตา แต่มันคือสายตาของช่างตัดเสื้อที่กำลังพิจารณาจะตัดเศษผ้าที่เสียไปทิ้งเสีย เพื่อรักษาผืนผ้าผืนใหญ่ที่เรียกว่า 'ความสมดุล' เอาไว้

ในขณะเดียวกัน ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ความจริงเริ่มบิดเบี้ยว เซอร์กัลเลนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกองทหารหลวงที่กำลังตื่นตระหนก กลิ่นไหม้ของโอโซนและกลิ่นดินที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ เซอร์กัลเลนจ้องมองรอยแยกที่พื้นดินด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโลภที่ถูกพรางไว้ด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยโอ๊คเมียร์ แต่เขามาเพื่อ 'จับจอง' สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ท่านลอร์ดอัลดริกกำลังจะกลายเป็นพระเจ้า หรือไม่ก็กลายเป็นหายนะ” เซอร์กัลเลนพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เขาสั่งให้ทหารติดตั้งอุปกรณ์ดึงพลังงานรอบๆ รอยแยก “และไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไหน พลังงานที่รั่วไหลออกมานี้ต้องเป็นของราชสำนัก”

กลับมาที่อัลดริก ในความว่างเปล่าที่ไร้กาลเวลา เขาเริ่มตระหนักถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับสิ่งลี้ลับเพียงลำพัง แต่เขากำลังต่อสู้กับ 'ผลกระทบ' ของการมีอยู่ของตัวเอง ความเที่ยงตรงที่เขาพยายามรักษาไว้นั้น กำลังกลายเป็นสิ่งที่บิดเบี้ยวที่สุด เมื่อเขาพยายามจะหยุดความโกลาหลด้วยความนิ่งสงบ ความนิ่งสงบนั้นเองที่กลายเป็นแม่พิมพ์ให้ความโกลาหลสร้างรูปร่างใหม่ขึ้นมา

เขามองเห็นแสงสว่างลึกลับอีกครั้ง—แสงที่ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นแสงที่เกิดจากการเสียดสีกันของมิติที่กำลังซ้อนทับกัน แสงนั้นสว่างวาบจนความว่างเปล่าในตัวเขาสั่นสะเทือน มันไม่ใช่ทางออก แต่มันคือการเผชิญหน้าครั้งใหญ่กว่าเดิม เขาเห็นภาพของเอลิดี้—หญิงสาวผู้ถือกุญแจแห่งความหวัง—เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกเบื้องบน แต่ใบหน้าของเธอในนิมิตนั้นกลับดูห่างไกลและแปลกแยก ราวกับว่าเธอเป็นเพียงตัวละครในความทรงจำที่เขากำลังสูญเสียไปทีละน้อย

“ข้าไม่ใช่แม่พิมพ์...” อัลดริกพยายามจะตะโกน แต่เสียงของเขาไม่มีแม้แต่คลื่นความถี่ที่จะสั่นสะเทือนความว่างเปล่าได้ “ข้าคือผู้ดูแลตาชั่ง... ข้าคือความเที่ยงตรง...”

แต่คำพูดนั้นกลับถูกกลืนกินไปในทันที ความว่างเปล่าในตัวเขาเริ่มขยายตัวออกไปอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เป็นเพียงกรงขัง แต่มันกำลังเริ่มสร้าง 'เนื้อเยื่อ' ของมิติใหม่ขึ้นมาข้างในตัวเขา สิ่งลี้ลับกำลังใช้ความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดของเขาเป็นเชื้อไฟในการก่อร่างสร้างตัวตนขึ้นมาในโลกเบื้องบน รอยร้าวในจิตใจของเขาไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน แต่มันกำลังกลายเป็น 'รากฐาน' ของสิ่งที่จะมาแทนที่โลกใบเดิม

ความรู้สึกสุดท้ายที่เขาสัมผัสได้ก่อนที่สติจะดับวูบลงไปในกระแสพลังงานที่บ้าคลั่ง คือความตระหนักว่า เขาไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของสถานการณ์ แต่เขาคือ 'สาเหตุ' ของทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น และความเที่ยงตรงที่แท้จริงอาจไม่ใช่การรักษาความเดิมเอาไว้ แต่คือการยอมรับความพินาศที่กำลังจะมาถึงเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่... สิ่งที่เขาอาจไม่มีที่ยืนอยู่อีกต่อไป

--- อัลดริกที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ต้องเผชิญกับการที่ความว่างเปล่าในตัวกลายเป็นแม่พิมพ์ให้สิ่งลี้ลับสร้างตัวตนใหม่ในโลกเบื้องบน ท่ามกลางการแทรกแซงจากราชสำนักและเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่จ้องทำลายเขาเพื่อรักษาความสมดุล