ตอนที่ 26 — พายุแห่งอำนาจและคำลวง
เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วลานกว้างหน้าโรงสีหลวง แสงแดดยามเช้าของเดือนฟรอสต์ฟอลที่ควรจะให้ความอบอุ่น กลับดูหม่นหมองภายใต้เงาทมิฬของกองทหารม้าหลวงที่เรียงรายเป็นระเบียบราวกับกำแพงเหล็ก อัลดริกยืนอยู่บนขั้นบันไดหินของอาคารตาชั่งหลวง ร่างกายของเขาหนักอึ้งไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจากการลงไปเผชิญความมืดมิดใต้ดิน แต่เพราะสายตาคมกริบของเซอร์กัลเลนที่จ้องมองตรงมายังเขา ราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงความลับที่เขายังไม่ได้เอ่ยออกมา
“ท่านลอร์ดอัลดริก” เสียงของเซอร์กัลเลนราบเรียบแต่ทรงพลัง มันไม่ได้มีโทนของคำถาม แต่มันคือคำสั่งที่แฝงไว้ด้วยการกดขี่ “แสงประหลาดที่พุ่งขึ้นจากใต้ดินนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านธรรมดาจะเข้าใจได้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าเมืองชายแดนจะเก็บไว้เป็นความลับส่วนตัวได้เช่นกัน”
อัลดริกสูดลมหายใจเข้าปอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กจากชุดเกราะของทหารหลวงลอยมาแตะจมูก เขาพยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด “ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่หาได้ยาก เซอร์กัลเลน แผ่นดินไหวทำให้กลไกเก่าแก่ใต้ดินสั่นไหว แต่มันไม่มีอันตรายต่อราชอาณาจักร”
“โกหก” เซอร์กัลเลนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากเมืองหลวงตัดกับกลิ่นสาบเหงื่อของทหารอย่างรุนแรง “แสงสีนวลที่สว่างวาบขึ้นมานั้นไม่ใช่แสงจากหินหรือถ่านหิน แต่มันคือสัญญาณ มันคือเสียงเรียกที่ออราเคิลสัมผัสได้ผ่านสายสัมพันธ์แห่งดวงดาว ข้าได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบ ‘หัวใจ’ ของโอ๊คเมียร์ และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาปิดบังความจริงได้”
เอลิดี้ยืนอยู่ข้างหลังอัลดริก มือของเธอขยำชายเสื้อคลุมแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอรู้ดีว่าความจริงที่พวกเขาพบใต้ดินนั้นลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าที่ราชสำนักจะรับมือได้ หากพวกเขารู้ว่ากลไกโบราณกำลังตื่นขึ้น และมันไม่ได้มีไว้เพื่อชั่งข้าวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือฟันเฟืองที่อาจเปลี่ยนสมดุลของแผ่นดินทั้งหมด โอ๊คเมียร์จะกลายเป็นสมรภูมิ ไม่ใช่ประตูข้าว
“ท่านต้องการอะไรกันแน่?” อัลดริกถามตรงไปตรงมา เขาไม่อยากเสียเวลาเล่นเกมการเมือง “หากท่านต้องการตรวจสอบตาชั่ง ข้าก็ยินดีให้ตรวจสอบตามระเบียบ แต่ทหารของท่านไม่ควรจะมาตั้งค่ายปิดล้อมเมืองและข่มขู่ชาวบ้านเช่นนี้”
เซอร์กัลเลนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขัน “ตรวจสอบตามระเบียบงั้นหรือ? อัลดริก ท่านเป็นคนซื่อตรง ข้าชื่นชมสิ่งนั้น แต่ความซื่อตรงของท่านกำลังจะกลายเป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงของราชินีอลิซ ข้าไม่ได้มาเพื่อชั่งข้าว แต่ข้ามาเพื่อชั่ง ‘ความจงรักภักดี’ ของผู้ดูแลเมืองนี้”
ทหารสองนายก้าวเข้ามาข้างหน้า พร้อมกับแบกหีบไม้ขนาดใหญ่ที่มีตราประทับของราชสำนักเอลเดอร์เมียร์ อัลดริกรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี ความวุ่นวายเริ่มก่อตัวขึ้นในหมู่ชาวเมืองที่เริ่มมามุงดูด้วยความหวาดกลัว คาเอล หลานชายของเขา พยายามแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ลุงอัลดริก! พวกเขาเริ่มรื้อถอนพื้นหินตรงทางเข้าห้องใต้ดินแล้ว!” คาเอลกระซิบเสียงสั่นขณะเข้าถึงตัว “พวกเขาบอกว่าต้องตรวจสอบหา ‘สิ่งแปลกปลอม’ ที่ทำลายความสงบของเมือง”
หัวใจของอัลดริกหล่นวูบลงไปที่ตาชั่ง สิ่งแปลกปลอมที่พวกเขาหมายถึงคือวัตถุโลหะที่เขาเพิ่งจะประสานเข้ากับกลไกไป หากทหารพวกนี้เข้าไปขุดคุ้ยโดยไร้ความรู้ พวกเขาอาจจะทำลายสมดุลที่เพิ่งจะกู้คืนมาได้ หรือร้ายกว่านั้นคือการไปกระตุ้นให้กลไกที่ยังไม่เสถียรทำงานผิดจังหวะอีกครั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้!” อัลดริกตะโกนก้อง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทั้งทหารและชาวเมือง “การรื้อถอนโครงสร้างฐานรากของตาชั่งหลวงโดยไม่มีวิศวกรหลวงหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกควบคุม เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจทำให้สิ่งก่อสร้างสำคัญของราชอาณาจักรพังทลายลงมาได้!”
เซอร์กัลเลนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “กฎหมายงั้นหรือ? อัลดริก ท่านลืมไปแล้วหรือว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ผู้แทนพระองค์ ข้ามีอำนาจสั่งการให้ทำการตรวจสอบทุกตารางนิ้วของโอ๊คเมียร์ หากท่านจะขัดขวาง ข้าก็จำเป็นต้องรายงานต่อราชสำนักว่าเจ้าเมืองโอ๊คเมียร์กำลังปกปิดภัยคุกคามต่ออาณาจักร”
คำขู่นั้นรุนแรงดุจคมดาบที่จ่ออยู่ที่คอหอย อัลดริกมองไปที่เอลิดี้ เธอสบตาเขาด้วยแววตาที่สื่อความหมายชัดเจน—อย่าเพิ่งสู้ตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่าพวกเขามีอะไรอยู่ในหีบนั้น
การเผชิญหน้าดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมา ทหารเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่เขตอาคารตาชั่งหลวง อัลดริกจำต้องยอมถอยก้าวหนึ่งเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนอื่นไว้ แต่ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความกังวลถึงชายชุดขาวใต้ดินที่เขาพบ คนผู้นั้นเตือนเขาถึงผลกระทบจากการปลุกกลไก และตอนนี้ ผลกระทบนั้นกำลังมาถึงในรูปแบบของกองทัพ
เมื่อทหารเริ่มรื้อพื้นหินชั้นแรกออก อัลดริกสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ—ไม่ใช่แสงสีนวลจากใต้ดิน แต่เป็นกลิ่นของกำยานและสารเคมีบางอย่างที่ลอยออกมาจากหีบของราชสำนัก มันไม่ใช่แค่การตรวจสอบ แต่มันคือการเตรียมการสำหรับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
“เอลิดี้” อัลดริกกระซิบขณะที่เขากำลังถูกพาตัวไปพบเซอร์กัลเลนเพื่อ ‘ให้การ’ “ข้าเกรงว่าตาชั่งที่เรากำลังดูแลอยู่ ไม่ได้มีไว้เพื่อชั่งข้าวอีกต่อไปแล้ว”
เอลิดี้มองตามทหารที่กำลังขุดลงไปในความมืด “และสิ่งที่พวกเขากำลังจะพบ... อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ตาชั่งนี้ต้องหยุดหมุนไปตลอดกาล”
ภายใต้แสงแดดที่ดูจอมปลอม อัลดริกตระหนักว่าสงครามที่แท้จริงไม่ได้เริ่มต้นด้วยเสียงกลองศึกที่ชายแดน แต่มันเริ่มต้นด้วยความเงียบงันของความลับที่ถูกเปิดโปง และการต่อสู้เพื่อรักษาความเที่ยงตรงในโลกที่กำลังจะเสียสมดุล
--- อัลดริกต้องเผชิญหน้ากับเซอร์กัลเลนและกองทหารหลวงที่เข้ามาใช้อำนาจกดดันเพื่อตรวจสอบความลับใต้ดิน เขาพยายามปกป้องความลับของกลไกโบราณแต่กลับพบว่าราชสำนักอาจมีจุดประสงค์แอบแฝงที่ร้ายแรงกว่าการตรวจสอบความผิดปกติ