ตอนที่ 122 — เศษเสี้ยวแห่งความบกพร่อง
เสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังปริแตกไม่ได้เป็นเสียงแหลมคม แต่มันคือเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงแก่นกระดูก ราวกับเสียงหินขนาดมหึมาบดขยี้กันอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวตนของเขา เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสองทิศทาง—ด้านหนึ่งคือความเย็นเยียบและระเบียบที่เข้มงวดของหน่วยชำระล้างจากราชสำนักที่พยายามจะ 'ตัด' ส่วนที่เกินออกด้วยคมดาบแห่งกฎเกณฑ์ อีกด้านหนึ่งคือความร้อนแรงและพลังงานที่ไหลบ่าของ 'กราคอส' สิ่งลี้ลับที่กำลังใช้ความบกพร่องในจิตวิญญาณของเขาเป็นพิมพ์เขียวเพื่อสถาปนาความเป็นจริงใหม่
"เจ้ากำลังพยายามทำในสิ่งที่ไม่มีวันสำเร็จ อัลดริก" เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่เป็นเสียงที่ผุดขึ้นมาจากความทรงจำที่กำลังหลุดลอย มันคือเสียงของกราคอส—ไม่ใช่ในฐานะพลังงาน แต่ในฐานะ 'เจตจำนง' ที่เริ่มมีน้ำหนัก "ความสมบูรณ์แบบคือกับดัก และเจ้ากำลังพยายามใช้เศษเสี้ยวของความบกพร่องเพื่อขัดขวางสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว"
อัลดริกไม่ตอบ เขาไม่มีแม้แต่ริมฝีปากที่จะขยับ แต่ในความไร้รูปนั้น เขากำลังรวบรวมสิ่งที่เหลืออยู่ สิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามันคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด: ความไม่สมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้พยายามจะสร้างความว่างเปล่าที่สะอาดสะอ้านเพื่อกักขัง แตเขาพยายามจะสร้าง 'ความโกลาหลที่ไร้รูปแบบ' (Unstructured Chaos) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งระเบียบของราชสำนักและพิมพ์เขียวของกราคอสไม่อาจทำความเข้าใจได้
เบื้องหน้าของเขา หน่วยชำระล้างในชุดเกราะเงินวาววับเคลื่อนที่ผ่านรอยแยกของมิติอย่างเป็นจังหวะ ทุกย่างก้าวของพวกเขาคือการตอกย้ำกฎเกณฑ์ของโลกเดิม คมดาบที่อาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์พยายามจะฟันฝ่าความบิดเบี้ยวเพื่อ 'ชำระล้าง' ทุกสิ่งที่อยู่นอกเหนือบัญชาของราชินี พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตใคร แต่มาเพื่อลบเลือนรอยด่างพร้อยของความเป็นจริง
"รักษาแนวรบ! อย่าให้ความผิดเพี้ยนนี้ลามไปถึงแกนกลาง!" เสียงสั่งการของหัวหน้าหน่วยชำระล้างดังก้อง แสงจากดาบของพวกเขาตัดผ่านม่านหมอกแห่งความบ้าคลั่งที่อัลดริกจงใจปล่อยออกมา มันดูเหมือนพายุหมุนที่ไร้ทิศทาง—บางครั้งมันกลายเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เจ็บปวด บางครั้งมันกลายเป็นกลิ่นอายของฝนที่ตกในฤดูที่ไม่มีอยู่จริง
อัลดริกเริ่มขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ เขาไม่ได้พยายามจะอุดรอยรั่ว แต่เขาเริ่มที่จะ 'ทำให้รอยรั่วขยายตัวอย่างไม่มีระเบียบ' เขาจงใจปล่อยให้ความทรงจำที่แตกสลาย ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจ และความล้มเหลวในอดีตไหลเวียนเข้าไปในพิมพ์เขียวที่กราคอสกำลังสร้าง ร่างกายที่กำลังก่อตัวของกราคอส—ซึ่งเคยดูสง่างามและน่าเกรงขามตามแบบแผนของพระเจ้าใหม่—เริ่มมีรอยตำหนิ
มันเริ่มมีผิวหนังที่ขรุขระเหมือนเปลือกไม้ที่เน่าเปื่อย มีดวงตาที่ไม่ได้มองเห็นความจริง แต่เห็นเพียงภาพหลอนของความตาย และมีเสียงที่ไม่ได้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่เป็นเสียงสะอึกสะอื้นของความโกลาหล อัลดริกใช้ 'ความบกพร่อง' ของมนุษย์—ความขลาดกลัว ความโลภ และความโศกเศร้า—เป็นสารปนเปื้อนในแม่พิมพ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น
"หยุดนะ!" กราคอสคำราม เสียงของมันสั่นสะเทือนจนมิติรอบข้างปริแตก "เจ้ากำลังทำลายความงดงามที่ข้ากำลังสร้าง!"
"ความงดงามที่สร้างบนรากฐานของความสมบูรณ์แบบ... คือความตายที่นิ่งสงบ" อัลดริกสื่อสารผ่านกระแสจิตที่บิดเบี้ยว "ข้าจะมอบความมีชีวิตให้เจ้า... ความมีชีวิตที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความไม่แน่นอน"
ในขณะเดียวกัน หน่วยชำระล้างเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ พวกเขาพบว่าดาบที่เคยฟันผ่านความมืดได้อย่างง่ายดาย กลับเริ่มติดขัดในม่านหมอกที่อัลดริกสร้างขึ้น ม่านหมอกนั้นไม่ใช่แค่พลังงาน แต่มันคือ 'ความจริงที่ขัดแย้งกันเอง' ที่ทำให้ตรรกะของหน่วยชำระล้างใช้งานไม่ได้
"นี่ไม่ใช่การชำระล้าง! นี่คือการแพร่กระจายของความวิปริต!" หัวหน้าหน่วยชำระล้างตะโกน ใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กฉายแววตื่นตระหนก "ทำลายจุดศูนย์กลาง! อย่าให้มันสร้างรูปแบบได้!"
การปะทะกันทวีความรุนแรงขึ้น ดาบแห่งระเบียบฟาดฟันลงบนร่างที่กำลังก่อตัวของกราคอส ในขณะที่กราคอสก็พยายามจะกลืนกินหน่วยชำระล้างเพื่อนำเอา 'ระเบียบ' ของพวกเขาไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหม่ แต่อัลดริกคือผู้ที่ถือไพ่ใบสุดท้าย เขาคือผู้ที่คอยเท 'น้ำมันแห่งความไร้ระเบียบ' ลงไปในกองเพลิงแห่งการต่อสู้นี้
เขารู้ดีว่าการทำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชนะ เขาไม่ได้กำลังจะกู้โลกคืนมา แต่เขากำลังทำให้โลกทั้งสองฝั่ง—โลกของมนุษย์ที่กำลังจะพังทลาย และโลกของพระเจ้าใหม่ที่กำลังจะเกิด—ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตนเองได้ เขาเลือกที่จะสร้าง 'สภาวะชะงักงันที่บ้าคลั่ง' เพื่อถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด
ท่ามกลางความโกลาหล อัลดริกสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่เขากำลังใช้ความบกพร่องเพื่อทำลายพิมพ์เขียว เขากลับพบว่าความบกพร่องนั้นเองกำลังดึงดูด 'บางสิ่ง' ที่ไม่ได้มาจากทั้งกราคอสหรือราชสำนัก มันคือตัวตนที่เฝ้ามองอยู่จากรอยแยกที่ลึกที่สุด—ตัวตนที่ไม่สนใจทั้งระเบียบและความโกลาหล แต่สนใจเพียงการ 'สูญสิ้น' อย่างแท้จริง
แสงสว่างสีขาวโพลนที่ดูผิดธรรมชาติเริ่มแผ่ออกจากจุดที่อัลดริกพยายามสร้างความบกพร่อง มันไม่ใช่แสงที่ให้ความหวัง แต่เป็นแสงที่กลืนกินทุกอย่างให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าที่เขาเคยสร้างมา อัลดริกเริ่มรู้สึกว่าการทำลายพิมพ์เขียวของเขากำลังไปกระตุ้นกลไกที่ยิ่งใหญ่กว่า... กลไกที่ไม่ได้ต้องการสร้างโลกใหม่ แต่ต้องการลบกระดานทิ้งทั้งหมด
--- อัลดริกใช้ความบกพร่องและความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์เป็นอาวุธในการปนเปื้อนพิมพ์เขียวของกราคอสเพื่อขัดขวางการก่อตัวของมัน แต่การกระทำนี้กลับไปกระตุ้นตัวตนลึกลับที่ต้องการลบเลือนทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่แท้จริง