← 章節目錄

The Glass Library

章節 98免費

ตอนที่ 98 — รอยสลักบนผนังหินที่ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

รองเท้าหนังที่ขัดจนเงาวับของเอเลียสส่งเสียงกระทบกับเศษหินแกรนิตที่แตกกระจายอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซากประตูโค้งที่พังทลายลงมาครึ่งหนึ่ง กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและดินโคลนลอยเข้าปะทะจมูกจนเขาต้องขมวดคิ้ว

“ถ้าตามบันทึกของอาลักษณ์ชุดที่สี่รหัสนี้ระบุไว้ถูกต้อง สถานที่นี้ควรจะตั้งอยู่ตรงนี้” เอเลียสพึมพำกับตัวเอง เขาหยิบนาฬิกาพกทองเหลืองขึ้นมาเช็กเวลาพลางถอนหายใจยาว “แต่สภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงซากกองหินที่ไม่มีใครอยากยุ่งมากกว่าจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางประวัติศาสตร์”

เขาก้าวผ่านซากกำแพงที่เอียงกะเท่เล่ แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดผ่านรอยแตกของเพดานที่ถล่มลงมาสร้างลำแสงเป็นเส้นๆ กระทบกับฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เอเลียสต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงตัวขณะเดินผ่านเนินดินที่เกิดจากปูนฉาบเก่าๆ เขาพยายามนึกถึงคำเตือนของเซเลสเทนเกี่ยวกับความไม่เสถียรของพลังงานแสงวิเศษ หากที่นี่มีแรงสั่นสะเทือนจากกระแสเวทมนตร์หลงเหลืออยู่ มันอาจจะไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยสำหรับการเดินสำรวจลำพัง

“มันควรจะเป็นที่นี่...” เขาพูดซ้ำอีกครั้งพลางปาดเหงื่อที่ขมับ “หากคำพยากรณ์ที่ราชสำนักพยายามจะบิดเบือนมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนี้จริง เราคงกำลังเดินเข้าหาหายนะที่ถูกเขียนไว้ด้วยหมึกทองคำ”

เอเลียสกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องโถงกว้างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิหารเก่าแก่ เสาหินขนาดใหญ่หลายต้นหักโค่นลงกองกับพื้น ราวกับยักษ์ที่พ่ายแพ้สงครามมานับพันปี เขาเริ่มรู้สึกถึงความขัดแย้งในใจ ระหว่างหน้าที่ของอาลักษณ์ที่ต้องรักษาความถูกต้องของตำแหน่งสถานที่ กับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่บอกว่าเขากำลังล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกลืมเลือน

เขาก้าวลึกเข้าไปในส่วนที่มืดที่สุดของซากปรักหักพัง พื้นที่ตรงนั้นเริ่มมีความชื้นสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และที่ผิดปกติคืออากาศดูเหมือนจะ 'หนัก' ขึ้นจนเขารู้สึกอึดอัดในปอด เขาหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อข้างใน ผลึกนั้นไม่ได้ส่องแสงสีขาวนวลตามปกติ แต่มันกลับสั่นสะเทือนเบาๆ ในมือของเขา

“เซเลสเทนบอกว่ามันตอบสนองต่อเจตจำนง... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมมันถึงดูเหมือนกำลัง 'เต้นรบ' อยู่ในมือฉันแบบนี้” เขาบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความกังวลปนอยู่ เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ผลึกแก้วแปรปรวนไปมากกว่านี้

ทันใดนั้น แสงสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันของเขาฉายไปกระทบกับผนังหินที่อยู่ด้านหลังเสาหินต้นหนึ่งที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ เอเลียสชะงักฝีเท้า หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่บนผิวหินที่ขรุขระนั้น

บนผนังหินที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะติดอยู่ครึ่งหนึ่ง มีรอยสลักลึกเป็นรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น โดยมีเส้นสายที่คดเคี้ยวคล้ายสายฟ้าพาดผ่านใจกลาง มันไม่ใช่ลวดลายประดับตกแต่งทั่วไปของสถาปัตยกรรมยุคเก่า แต่มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่เซเลสเทนเพิ่งค้นพบในโครงสร้างระดับโมเลกุลของผลึกแก้วเมื่อคืนก่อน

“นี่มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ” เอเลียสกระซิบ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “สัญลักษณ์นี้... มันคือโครงสร้างทางพลังงานแบบเดียวกับที่เซเลสเทนเจอในผลึกแก้วไม่มีผิดเพี้ยน”

เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยสลักนั้น มันไม่ใช่ความเย็นจากอุณหภูมิ แต่เป็นความเย็นที่ดูเหมือนจะดูดกลืนความร้อนจากปลายนิ้วของเขาไปทันทีที่เขาขยับเข้าไปใกล้ ความคิดเรื่องความถูกต้องของข้อมูลในหัวของเขาถูกแทนที่ด้วยความสงสัยที่รุนแรงกว่า หากสัญลักษณ์นี้อยู่ในซากปรักหักพังที่ดูเหมือนไร้ความสำคัญเช่นนี้ แสดงว่าความลับที่ราชสำนักกำลังตามหาอาจจะไม่ได้อยู่ในคลังหนังสือที่ปลอดภัย แต่มันถูกฝังไว้ใต้ดินที่ถูกลืม

เอเลียสยื่นมือที่สั่นเทาไปสัมผัสที่จุดกึ่งกลางของรอยสลัก ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวหินที่เย็นจัด เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่แขน มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่จูนเข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาพอดี

ครืด... ครืด...

เสียงหินบดกันดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดาน เอเลียสถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ ขณะที่ผนังหินขนาดใหญ่ตรงหน้าเขากำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่อยู่เบื้องหลัง มันไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่เป็นทางเดินที่ทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่าง มีแสงสีฟ้าจางๆ ลอยล่องอยู่เหมือนกลุ่มหมอกในความลึกนั้น

เอเลียสยืนนิ่ง ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ เขามองดูช่องว่างที่เปิดออกซึ่งดูเหมือนปากของสัตว์ร้ายที่กำลังรอคอยเหยื่อ

“ทางเข้าสู่ห้องใต้ดิน...” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ สายตามองจ้องเข้าไปในความมืดนั้นอย่างไม่ลดละ “ไม่ว่าข้างล่างนั่นจะมีคำทำนาย หรือมีหายนะรออยู่ แต่ในฐานะอาลักษณ์... ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่าความจริงที่ถูกซ่อนไว้คืออะไร”

เขากระชับไม้เท้าในมือให้แน่นขึ้น แล้วก้าวเท้าลงสู่บันไดหินที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิดนั้นทันที

--- เอเลียสเดินทางมาถึงซากปรักหักพังเก่าแก่และพบสัญลักษณ์ลึกลับที่ตรงกับรหัสในผลึกแก้ว เมื่อเขาสัมผัสสัญลักษณ์นั้น ผนังหินก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นทางเข้าสู่ห้องใต้ดินที่ซ่อนอยู่