← 章節目錄

The Glass Library

章節 97免費

ตอนที่ 97 — แสงสะท้อนที่บิดเบี้ยวบนหน้ากระดาษ

“มันไม่ใช่แค่กระดาษ” บรอนเวนพึมพึมพำ นิ้วโป้งของเธอกดลงบนพื้นผิวที่สากลึกของหน้ากระดาษซึ่งดูเหมือนจะขยับไหวอยู่ใต้ผิวสัมผัส “มันเหมือนกับผิวหนังของสัตว์ที่กำลังหายใจ”

แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในห้องทำงานส่วนตัวของเอเลียสวูบไหวไปมา บรอนเวนขยับตัวเข้าใกล้หนังสือเล่มนั้นมากขึ้น กลิ่นจางๆ ของโอโซนและกลิ่นไหม้ของสารเคมีจากผลึกแก้วลอยขึ้นมาแตะจมูก เธอไม่ได้ต้องการคำตอบจากเอเลียส หรือคำอธิบายทางเทคนิคจากเซเลสเทนที่มักจะร่ายยาวเรื่องการหักเหของแสงในผลึกแก้วอีกต่อไป สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่มันล้ำหน้ากว่าทฤษฎีทางฟิสิกส์ของอาลักษณ์แสงไปไกล

“คุณกำลังจะบอกว่ามันไม่ใช่การเขียนด้วยหมึกงั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำและจริงจังของเอเลียสดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขาเดินเข้ามาพร้อมกับกองเอกสารที่ถูกจัดระเบียบอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามนิสัยของเขา “ถ้าไม่มีหมึก แล้วข้อมูลเหล่านี้ถูกบันทึกลงไปได้อย่างไรโดยไม่ขัดต่อกฎเหล็กของสำนักอาลักษณ์?”

บรอนเวนไม่ได้หันไปมอง เธอยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้ากระดาษ “มันไม่ได้ถูกเขียน เอเลียส มันถูก ‘บันทึก’ ไว้ด้วยอย่างอื่น คุณเคยได้ยินเรื่องแสงสะท้อนของกาลเวลาไหม? สิ่งที่นักปราชญ์นอกรีตเคยพูดถึงเวลาแสงตกกระทบผลึกแก้วบริสุทธิ์ในมุมที่ผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ”

“เรื่องเพ้อฝัน” เอเลียสถอนหายใจยาว เขาขยับแว่นสายตา “นั่นเป็นเพียงปรากฏการณ์ภาพลวงตาที่เกิดจากการหักเหของแสงผ่านโครงสร้างผลึกที่มีตำหนิเท่านั้น ไม่ใช่การบันทึกเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น”

“แล้วถ้าตำหนินั้นคือจุดประสงค์ล่ะ?” บรอนเวนสวนกลับทันควัน เธอชี้ไปที่เส้นแสงสีเงินที่กำลังวิ่งวนอยู่ใต้พื้นผิวของกระดาษ “ดูนี่สิ มันไม่ได้เรียงตัวตามตัวอักษร แต่มันเคลื่อนที่ตามจังหวะการสั่นสะเทือนของแสงที่ตกกระทบ”

เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากโถงทางเดิน ก่อนที่เซเลสเทนจะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับกล่องเครื่องมือขนาดเล็ก เธอไม่ได้ดูร่าเริงเหมือนทุกที ใบหน้าของเธอซีดเซียวเล็กน้อย “บรอนเวน! เอเลียส! ฉันเพิ่งทดสอบผลึกแก้วจำลองในห้องแล็บ... มันไม่ได้ทำงานตามกลไกปกติแล้วนะ พลังงานของมันตอบสนองต่อความตั้งใจของผู้ใช้ มันเหมือนกับว่า... มันพยายามจะสื่อสารบางอย่าง”

เซเลสเทนเดินตรงมาที่โต๊ะ เธอหยิบกล้องขยายขึ้นมาส่องดูหน้าหนังสือที่บรอนเวนกำลังอ่าน “โอ้พระเจ้า... นี่มันไม่ใช่การเขียนแบบอักขระปกติ นี่มันคือการบันทึกแบบภาพสะท้อน! บรอนเวน คุณไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน?”

“จากเรือนกระจกแก้วที่พิกัดที่เอเลียสหามาได้” บรอนเวนตอบ น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด “มันคือความเชื่อมโยงที่หายไป เรือนกระจกนั่นไม่ใช่แค่สถานที่เก็บสะสม แต่มันคือเครื่องบันทึกภาพขนาดใหญ่ที่รวบรวมแสงสะท้อนของเหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้ในรูปแบบของวัตถุ”

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า” เอเลียสพูดพลางขมวดคิ้วจนเป็นรอยลึก “นั่นหมายความว่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่มันคือสิ่งที่ ‘กำลังจะเกิดขึ้น’ และนั่นจะทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของระบบอาลักษณ์แสงทั้งหมด ถ้าเราสามารถควบคุมสิ่งที่ยังไม่เกิดได้ อำนาจของราชสำนักจะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายทันที”

“หรือมันอาจจะเป็นคำทำนายที่พวกราชสำนักพยายามตามหามาตลอดก็ได้” บรอนเวนพูดต่อ เธอเริ่มเห็นความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้น ทุกอย่างในเอลเดอร์เมียร์กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความพยายามที่จะครอบครองสิ่งที่ยังไม่เกิด “คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... ถ้าหนังสือเล่มนี้บันทึกภาพของเธอไว้ล่ะ?”

เซเลสเทนรีบเสริม “นั่นคือเหตุผลที่พลังงานในผลึกแก้วมันปั่นป่วน! มันกำลังตอบสนองต่อความตึงเครียดระหว่างความถูกต้องกับอำนาจทางการเมืองในเมืองนี้! แสงกำลังพยายามสะท้อนความจริงที่กำลังจะมาถึง!”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงไหวของเปลวไฟในตะเกียง บรอนเวนตัดสินใจก้มหน้าลงไปใกล้หน้ากระดาษอีกครั้ง เธอต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอเห็นเป็นเพียงภาพลวงตาจากผลึกแก้วที่เสื่อมสภาพตามที่เอเลียสกล่าวอ้าง แต่ยิ่งเธอมองลึกลงไป เส้นแสงสีเงินเหล่านั้นก็เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

มันไม่ใช่ข้อความ และไม่ใช่แผนที่ แต่มันคือภาพเงาที่วูบวาบไปมาเหมือนกลุ่มควัน

บรอนเวนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เมื่อภาพสะท้อนในหน้ากระดาษเริ่มชัดเจนจนเห็นรายละเอียดของเสื้อผ้าและใบหน้า ในภาพนั้นไม่ใช่ภาพของบุคคลในตำนาน แต่เป็นภาพของตัวเธอเองในชุดเดินทางสีเข้ม เธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกองหนังสือที่ล้มระเนระนาดในหอจดหมายเหตุกลาง

ในภาพสะท้อนนั้น มือของบรอนเวนไม่ได้ถือหนังสือด้วยความระมัดระวัง แต่มันกำลังกำด้ามมีดสั้น และเธอกำลังแทงทะลุหน้ากระดาษของตำราเล่มสำคัญเล่มหนึ่งจนฉีกขาด กระแสแสงสีเงินพุ่งออกจากรอยฉีกนั้นราวกับเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผล

“บรอนเวน... คุณเห็นอะไร?” เอเลียสถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ เขาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชนกัน

บรอนเวนไม่ตอบ เธอไม่ได้มองเอเลียส และไม่ได้มองเซเลสเทนที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ภาพในหนังสือยังคงดำเนินต่อไป เธอเห็นตัวเองในหน้ากระดาษกำลังเผาทำลายคลังหนังสือของสำนักอาลักษณ์จนกลายเป็นเถ้าถ่าน แสงสีทองที่เคยศักดิ์สิทธิ์กำลังมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำ

“อนาคต...” บรอนเวนพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่า “มันไม่ใช่สิ่งตายตัว เอเลียส แต่มันคือสิ่งที่เรากำลังจะทำลงไปต่างหาก”

ทันใดนั้น หน้ากระดาษที่เคยนิ่งสงบก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนโต๊ะไม้สั่นคลอน ภาพสะท้อนในหนังสือเริ่มหมุนวนเป็นพายุแสงสีเงิน ก่อนที่หน้ากระดาษจะพลิกกลับอย่างรวดเร็วด้วยแรงที่มองไม่เห็น ส่งผลให้ตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะล้มคว่ำ ความมืดเข้าจู่โจมห้องทำงานในทันที พร้อมกับเสียงกรีดร้องของแผ่นกระดาษที่ขาดวิ่นดังลั่นไปทั่วห้อง

--- บรอนเวนค้นพบว่าหนังสือลึกลับไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึก แต่เป็นการบันทึกภาพสะท้อนของเหตุการณ์ในอนาคตผ่านแสงวิเศษ และเธอได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองกำลังทำลายคลังหนังสือในอนาคต