← 章節目錄

Shadows of the Dusk Forest

章節 8免費

ตอนที่ 8 — เสียงกัมปนาทในอุโมงค์ราก

ความเหนียวเหนอะหนะของยางไม้ที่บิดเบี้ยวเกาะติดอยู่ตามผิวหนังของธารา ราวกับมันพยายามจะหลอมรวมร่างของเธอเข้ากับความมืดมิดใต้ผืนดิน กลิ่นอายของซากพืชที่เน่าเปื่อยผสมปนเปกับกลิ่นโอโซนที่แหลมคมจากการทำงานของเครื่องจักรเวทมนตร์ มันเป็นกลิ่นที่ชวนคลื่นเหียน—กลิ่นของธรรมชาติที่กำลังถูกบิดทัศนียภาพจนผิดเพี้ยน ธาราพยายามยันกายขึ้นจากพื้นดินที่สั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เสียงหัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึกที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ท่ามกลางความสลัวรางที่มีเพียงแสงสีม่วงหม่นจากผลึกยางไม้ที่ถูกกระชากพลังงานออกมา แสงนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันแผ่ซ่านความเย็นเยียบที่กัดกินจิตวิญญา

“คราม... คราม เจ้าได้ยินไหม?” เสียงของเธอกระเส่าและแหบพร่า เธอเอื้อมมือไปในความมืด หาพรานหนุ่มที่อยู่ข้างกาย

“ผมอยู่นี่...” เสียงของครามตอบกลับมาอย่างยากลำบาก เขาไอออกมาเป็นเศษใบไม้แห้งที่ดูเหมือนจะถูกดูดกลืนสีสันไปจนหมดสิ้น “ธารา... ดูนั่นสิ”

ธาราหันไปตามทิศทางที่เขากล่าว และภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด ในโถงรากไม้ขนาดมหึมาที่ควรจะเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงป่าดงพญาเย็น บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความวิปริต เครื่องจักรขุดเจาะขนาดมหึมาของกลุ่มนักสำรวจไม่ได้หยุดอยู่แค่บนพื้นดิน แต่มันได้หยั่งรากเหล็กกล้าลงลึกมาถึงห้องโถงแห่งนี้ ท่อโลหะสีดำทมิฬเชื่อมต่อเข้ากับรากไม้ใหญ่ ดูคล้ายกับปรสิตที่กำลังสูบฉีดของเหลวเรืองแสงสีม่วงเข้มเข้าไปในแกนกลางของเครื่องจักร เสียงการทำงานของมันไม่ได้เป็นเพียงเสียงเครื่องยนต์ แต่มันคือเสียงกรีดร้องของจิตวิญญาณพฤกษาที่ถูกกักขัง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเดิมก็กระแทกเข้าที่ใต้ฝ่าเท้า รากไม้ที่บิดเบี้ยวรอบกายเริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ได้ขยับด้วยจังหวะของสิ่งมีชีวิตที่สงบ แต่มันสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่งราวกับงูที่ถูกไฟลวก อสุรกายรากไม้ที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมยักษ์ซึ่งมีกิ่งก้านแหลมคมแทนขา พุ่งทะยานออกมาจากเงามืด ดวงตาที่เกิดจากผลึกยางไม้ที่แตกหักเปล่งแสงสีแดงฉาน พวกมันไม่ได้โจมตีเพื่อล่า แต่มันโจมตีด้วยความคลุ้มคลั่งที่ไร้ทิศทาง

“วิ่ง!” ครามตะโกนพร้อมกับชักมีดสั้นที่อาบด้วยน้ำมันพฤกษาออกมา เขาฟันเข้าที่รากไม้ที่พุ่งเข้ามาหมายจะรัดขาของธารา เสียงเนื้อไม้ฉีกขาดดัง ฉัวะ แต่แทนที่จะมีน้ำยางใสไหลออกมา กลับมีของเหลวสีดำข้นคล้ายเลือดที่เน่าเสียพุ่งกระฉูดออกมาแทน

ธาราไม่ได้วิ่งอย่างไร้จุดหมาย เธอหลับตาลงชั่วขณะ พยายามใช้ความสามารถที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด—การฟังเสียงใบไม้—แม้ในที่แห่งนี้จะไม่มีใบไม้ที่สดใส มีเพียงกิ่งก้านที่ตายซากและบิดเบี้ยว แต่เธอสัมผัสได้ถึง ‘จังหวะ’ ของความพินาศ เธอยินเสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นมาจากส่วนลึกที่สุดของพื้นดิน มันไม่ใช่เสียงของพืช แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า... บางสิ่งที่กำลังขยับกายอยู่ใต้ชั้นหินและรากไม้เหล่านี้

“ทางนี้! ตามรอยแยกที่แสงสีเขียวลอดมา!” ธาราตะโกนบอกคราม เธอเห็นรอยแยกเล็กๆ ที่ยังไม่ถูกเครื่องจักรเข้าถึง มันคือช่องว่างระหว่างรากไม้โบราณที่ยังคงหลงเหลือความบริสุทธิ์อยู่บ้าง

ขณะที่ทั้งคู่กำลังลัดเลาะผ่านซากปรักหักพังของรากไม้ เสียงกัมปนาทที่ดังกึกก้องก็ทำให้โลกทั้งใบแทบหยุดหมุน มันไม่ใช่เสียงระเบิดจากเครื่องจักร แต่มันคือเสียงการเคลื่อนที่ของมวลสารขนาดมหาศาลใต้ดิน ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกำลังพลิกตัวอยู่เบื้องล่าง แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เพดานถ้ำรากไม้ถล่มลงมา เศษดินและไม้ขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาปิดกั้นเส้นทาง

“พวกมันกำลังทำอะไรกันแน่?” ครามถามพลางพยายามดันเศษไม้ที่ขวางทางออก “เครื่องจักรนั่น... มันไม่ได้แค่ขุดเจาะ แต่มันกำลังปลุก ‘บางอย่าง’ ขึ้นมาใช่ไหม?”

ธาราไม่ตอบ ความเงียบที่ตามมาหลังจากเสียงถล่มนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกัมปนาท เธอสัมผัสได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป ความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับลงบนอกไม่ใช่เพียงเพราะฝุ่นผง แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก พลังงานที่บิดเบี้ยวจากเครื่องจักรได้ไปรบกวนสมดุลระหว่างโลกเบื้องบนและโลกใต้ดิน จนทำให้ ‘ผู้พิทักษ์ที่หลับใหล’ กำลังตื่นขึ้นจากการถูกรบกวนด้วยเครื่องยนต์เวทมนตร์

ในเงามืดเบื้องหน้า อสุรกายรากไม้กลุ่มหนึ่งกำลังล้อมกรอบพวกเขาไว้ พวกมันขยับเข้าใกล้ช้าๆ เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของปีศาจ ธาราหยิบธนูไม้ที่ทำจากไม้แก่นจันทน์ขึ้นมา มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่ดวงตายังคงแน่วแน่ เธอรู้ดีว่าหากพวกเธอถูกจับได้ที่นี่ ไม่ใช่แค่ชีวิตของเธอและครามที่จะสูญสิ้น แต่ป่าดงพญาเย็นจะสูญเสียหัวใจของมันไปตลอดกาล

“คราม เตรียมตัว...” ธารากระซิบ “ถ้าข้าสั่งให้ทิ้งทุกอย่าง ให้เจ้าวิ่งไปที่รอยแยกทางทิศเหนือทันที อย่าหันกลับมามอง”

“เราจะไม่ทิ้งกัน ธารา” ครามตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้เหงื่อจะไหลซึมตามไรผม

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็แยกออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่รอยแยกจากการถล่ม แต่มันคือการเปิดออกอย่างจงใจของรอยแยกขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนปากของสัตว์ร้าย แสงสีทองจางๆ ที่ดูผิดแผกไปจากความมืดมิดสีม่วงพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง มันเป็นแสงที่บริสุทธิ์แต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม พลังงานนั้นปะทะเข้ากับเครื่องจักรของนักสำรวจที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้สายเคเบิลและท่อโลหะเกิดการระเบิดและบิดเบี้ยว

ท่ามกลางความโกลาหล ธาราเห็นเงาร่างขนาดมหึมาที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านแสงสีทองนั้น มันไม่ใช่พืช และไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนจะหลอมรวมเอาทั้งรากไม้ หิน และวิญญาณเข้าด้วยกัน ร่างนั้นใหญ่โตจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด และเมื่อมันขยับกาย เสียงกึกก้องก็ทำให้โถงรากไม้ทั้งโถงสั่นสะท้านราวกับจะพังทลายลงในพริบตา

“นั่นมัน... เทพพฤกษาบรรพกาล?” ครามครางออกมาด้วยความตกตะลึง

“ไม่ใช่...” ธาราตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นั่นคือความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกขึ้นมา... และมันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งที่มันพบเห็น”

ก่อนที่อสุรกายรากไม้จะเข้าถึงตัว หรือก่อนที่แสงสีทองจะทำให้พวกเขาสูญเสียการมองเห็น แรงดึงดูดมหาศาลจากรอยแยกที่เปิดออกก็กระชากร่างของทั้งคู่ลงสู่ความลึกที่ไม่อาจหยั่งถึง ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องของเครื่องจักรและเสียงคำรามของป่าที่กำลังพังทลายลงสู่ความมืดมิด

--- ธาราและครามติดอยู่ในโถงรากไม้ใต้ดินท่ามกลางการโจมตีของอสุรกายพฤกษาที่บิดเบี้ยวและเครื่องจักรของนักสำรวจ ก่อนจะเผชิญกับการตื่นขึ้นของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่อาจเป็นทั้งผู้พิทักษ์หรือหายนะที่แท้จริง