← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 3免費

ตอนที่ 3 — กัมปนาทแห่งการแย่งชิง

ความเงียบไม่ใช่ความว่างเปล่าสำหรับเมฆา แต่มันคือผืนผ้าใบขนาดมหึมาที่ถูกถักทอด้วยแรงสั่นสะเทือน ทว่าในยามนี้ ผืนผ้าใบนั้นกำลังถูกฉีกขาดด้วยจังหวะที่บ้าคลั่งและไร้ระเบียบ

เมฆานั่งอยู่บนชานเรือนไม้ที่สั่นไหวตามแรงลมพายุเบื้องนอก นิ้วมือของเขาแตะลงบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ พยายามประคองสติท่ามกลางความสับสนที่ถาโถมเข้ามาในจิตใจ ความสูญเสีย 'จี้หยกเสียงสวรรค์' ไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเสียวัตถุโบราณ แต่มันคือการสูญเสีย 'จังหวะ' ของหมู่บ้าน เมื่อลมพายุเริ่มกรรโชกแรงขึ้น แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นดินมายังฝ่าเท้าของเขาเริ่มเปลี่ยนจากจังหวะไหลเอื่อยเป็นจังหวะกระแทกกระทั้นที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้

เขารู้สึกได้ถึงความโกรธเกรี้ยวของอากาศที่บีบอัดตัวลงมาเหนือยอดเขาคีรีอัสนี ทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงที่ยอดเขาสูงไกลออกไป แรงสั่นสะเทือนจะวิ่งผ่านชั้นหินและดิน ส่งผ่านมาถึงกระดูกสันหลังของเขาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทง ความเจ็บปวดที่คุ้นเคยนี้เตือนให้เขารู้ว่า 'พายุนิรันดร์' กำลังขยับกายเข้าใกล้หมู่บ้านมากขึ้นทุกที

เมฆาพยายามหลับตาลงเพื่อใช้ 'สัมผัสแรงสั่นสะเทือน' ทำความเข้าใจกับทิศทางของพายุ เขาพยายามแยกแยะระหว่างเสียงคำรามของฟ้าที่เขาไม่ได้ยิน แต่สัมผัสได้ผ่านแรงอัดอากาศ กับแรงสั่นสะเทือนของโครงสร้างบ้านเรือนที่กำลังล้าจากการถูกลมตี ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนประหลาดก็พุ่งตรงมายังหมู่บ้าน มันไม่ใช่จังหวะของธรรมชาติ และไม่ใช่จังหวะของลมพายุ แต่มันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจการกดขี่

ตึก... ตึก... ตึก...

มันคือเสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาจากการเดินปกติ แต่เป็นการย่ำลงบนพื้นดินด้วยน้ำหนักที่จงใจให้เกิดแรงสั่นสะเทือนสะท้อนกลับ เมฆาลืมตาขึ้นทันที หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านไขสันหลัง เขาไม่ได้ยินเสียงใครพูด แต่เขารับรู้ได้ถึง 'มวล' ของบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ รัศมีของความกดอากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไป ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกำลังบีบอัดพื้นที่รอบข้างให้แคบลง

ชาวบ้านเริ่มตื่นตระหนก เมฆาสังเกตเห็นความสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากการขยับตัวอย่างรวดเร็วของคนในหมู่บ้าน พวกเขาเริ่มวิ่งหนีไปมา ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าที่สั่นคลอนบนพื้นดิน เมฆายืนขึ้น พยายามมองฝ่าม่านหิมะและไอเย็นที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางแสงสลัวของยามโพล้เพล้ ร่างในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ขอบทองปรากฏขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน กลุ่มคนเหล่านั้นเดินตรงมาด้วยท่าทีที่สงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ ท่ามกลางพายุที่กำลังคลั่ง พวกเขาดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงลมแม้แต่น้อย ทุกย่างก้าวของพวกเขาทำให้พื้นดินใต้เท้าของเมขาสั่นไหวเป็นจังหวะที่สอดประสานกันอย่างน่าขนลุก มันคือ 'เสียงสวด' ที่ไม่ได้ออกมาจากปาก แต่ถูกส่งผ่านการย่ำเท้าและแรงสั่นสะเทือนของอาภรณ์

ผู้นำของกลุ่มนั้นเป็นชายร่างสูงสง่า ใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักจากหินอ่อน เขาไม่ได้เดินมาเพื่อเจรจา แต่เขาเดินมาเพื่อ 'ทวงถาม' เมฆาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายผู้นั้น มันเป็นความถี่ที่สูงและแหลมคมจนทำให้เขารู้สึกปวดหนึบที่ขมับ

ชายผู้นั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มผู้อาวุโสของหมู่บ้าน เมฆาเห็นการเคลื่อนไหวของปากที่ขยับเป็นคำพูด แม้เขาจะไม่ได้ยิน แต่แรงสั่นสะเทือนในอากาศบอกเขาได้ว่านี่คือคำสั่งที่เด็ดขาด ชายผู้นั้นไม่ได้มาเพื่อขอร้อง แต่เขามาเพื่อประกาศสิทธิ์

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่!" ผู้อาวุโสหมู่บ้านพยายามส่งสัญญาณผ่านการขยับมือและท่าทางที่รุนแรง แต่ชายในชุดขาวเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ ทันใดนั้น เมฆาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่พุ่งผ่านพื้นดินขึ้นมาถึงปลายเท้าของเขา มันคือคลื่นกระแทก (Shockwave) ที่สั้นและรุนแรงจนทำให้ผู้อาวุโสต้องทรุดฮวบลงกับพื้น

ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาหาเมฆา สายตาของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าของชายหนุ่ม แต่มองลงไปที่มือของเมฆาที่กำลังกำแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความถี่ที่แปลกประหลาดจากตัวเมฆา ความถี่ที่เกิดจากความพิการที่กลายเป็นพรสวรรค์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ

ชายผู้นั้นชี้มือไปยังโกดังเก็บเสบียงกลางหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนฐานหินที่แข็งแกร่งที่สุด เมฆารับรู้ได้ถึงความตั้งใจผ่านแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกมา มันเป็นความปรารถนาที่มุ่งตรงไปยังสิ่งหนึ่ง...

"'เมล็ดพันธุ์แห่งฤดูใบไม้ผลิ' ต้องถูกนำไปใช้ในวิหารของเรา"

แม้เมฆาจะไม่ได้ยินคำพูดนั้น แต่เขา 'เห็น' มันผ่านความหมายที่สั่นสะเทือนอยู่ในอากาศ เมล็ดพันธุ์แห่งฤดูใบไม้ผลิ—มันคือ 'ถุงเสบียงธัญญาหารศักดิ์สิทธิ์' ที่ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อใช้เป็นเสบียงสำรองเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้หมู่บ้านรอดพ้นจากความอดตายในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงพ่วงด้วยพายุนิรันดร์ หากไม่มีมัน หมู่บ้านนี้จะตายจากความหิวโหยก่อนที่พายุจะสงบลงเสียด้วยซ้ำ

เมฆาพยายามจะก้าวออกไปขัดขวาง เขาต้องการบอกว่าหากเอาเสบียงนี้ไป หมู่บ้านจะไม่มีทางรอด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัว ชายผู้นั้นก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งเข้าปะทะร่างของเมฆาจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบลงที่หน้าอกทำให้เขาหายใจไม่ออก

เขามองเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าผ่านสายตาที่พร่าเลือน นักบวชกลุ่มนั้นไม่ได้เพียงแค่มาเพื่อยึดเครื่องมือสื่อสารหรือเครื่องราง แต่พวกเขามาเพื่อยึด 'ลมหายใจ' ของหมู่บ้าน ชายผู้นั้นก้าวเดินตรงไปยังโกดังเสบียง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงของชาวบ้าน และแรงสั่นสะเทือนแห่งความสิ้นหวังที่กระแทกเข้าหาเมฆาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในวินาทีนั้น เมฆารู้สึกถึงความสูญเสียที่หนักหนากว่าครั้งไหนๆ 'ถุงเสบียงธัญญาหารศักดิ์สิทธิ์' กำลังจะถูกพรากไปจากมือของพวกเขา และเมื่อมันหายไป ความหวังที่จะมีชีวิตรอดผ่านพ้นพายุนิรันดร์นี้ไปได้ ก็จะเลือนหายไปพร้อมกับมันด้วย

--- กลุ่มนักบวชแห่งเสียงสวดบุกหมู่บ้านเพื่อยึด 'ถุงเสบียงธัญญาหารศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งเป็นเสบียงเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้ชาวบ้านรอดพ้นจากความอดตายในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง