← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 18免費

ตอนที่ 18 — พันธนาการแห่งจังหวะที่ถูกบิดเบือน

ความหนาวเหน็บไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มันคือคมมีดที่กรีดลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังและแทรกซึมเข้าสู่กระดูก เมฆานั่งคุดคู้ยู่ในซอกหินแคบๆ ที่โอบล้อมด้วยความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบ สัมผัสเดียวที่เขายังพอมีคือความเย็นจัดที่บาดลึกและการสั่นสะเทือนแผ่วเบาของหิมะที่ร่วงหล่นกระทบโขดหิน ทุกอย่างเงียบงัน... เงียบเสียจนเขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง พลังการรับรู้แรงสั่นสะเทือนที่เคยเป็นดั่งเข็มทิศนำทางชีวิต บัดนี้กลับมืดบอดและพร่าเลือน ราวกับว่าโลกทั้งใบได้ถอนรากถอนโคนความเชื่อมโยงระหว่างเขากับผืนดินไปเสียแล้ว

เขาลูบคลำหน้าอกที่ว่างเปล่า ตรงที่เคยมีตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำและกล่องไม้แกะสลักแห่งเสียงเพรียก ความว่างเปล่านั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลทางกาย มันคือความว่างเปล่าที่ตะโกนก้องอยู่ในหัวของเขา แม้จะไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินก็ตาม เขาเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ ท่ามกลางพายุที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่ผิดแปลกก็แผ่ซ่านมาตามพื้นดิน มันไม่ใช่จังหวะที่สม่ำเสมอของพายุ หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูร แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยอำนาจ การก้าวเดินที่จงใจเป็นจังหวะจะโคน เมฆาพยายามยันกายขึ้น แผ่นหลังของเขาขูดกับผนังหินที่ขรุขระจนรู้สึกเจ็บ แต่เขาไม่สน ความเจ็บปวดคือหลักฐานเดียวที่บอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่

เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ แสงไฟจากคบเพลิงที่ไม่ได้ให้ความสว่างเพียงพอ แต่กลับสร้างเงาทอดยาวที่ดูน่าเกรงขามและน่าสยดสยอง พวกเขาไม่ได้เดินมาด้วยความเร่งรีบ แต่เดินมาด้วยความเหนือกว่า ร่างที่นำหน้ามานั้นสวมชุดคลุมยาวสีขาวขลิบทอง ลวดลายบนชุดเป็นรูปคลื่นเสียงที่ขดตัวเป็นวงกลมซ้อนกันอย่างซับซ้อน—เครื่องหมายของ 'ภาคีผู้คุมจังหวะแห่งสัจธรรม' กลุ่มนักบวชที่ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาความสมดุลของโลกด้วยการ 'ตัด' สิ่งที่ผิดเพี้ยนออกไป

เมฆาพยายามจะถอยหนี แต่ร่างกายที่อ่อนแอจากการขาดสารอาหารและความหนาวเหน็บกลับไม่รักดี เขาเสียหลักล้มลงกับพื้นหิน เสียงกระแทกนั้นไม่ได้ส่งผลต่อการได้ยินของเขา แต่มันส่งแรงสั่นสะเทือนสั้นๆ ขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ทำให้เขารู้ว่าความลับของที่ซ่อนนี้ถูกเปิดเผยแล้ว

ผู้นำของพวกเขา ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเมฆา ชายผู้นั้นมีใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับรูปสลักหิน ดวงตาของเขาไม่ได้มองเมฆาในฐานะมนุษย์ แต่มองเหมือนมองดูสิ่งแปลกปลอมที่หลุดรอดเข้ามาในระเบียบอันบริสุทธิ์ เขาไม่ได้ใช้คำพูด แต่ใช้เครื่องมือสื่อสารด้วยการเคาะไม้เท้าโลหะลงบนพื้นหินหนึ่งครั้ง—ตึง!—แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนเมฆารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง

เมฆาพยายามมองหาช่องทางหนี แต่รอบกายเขากลับถูกปิดล้อมด้วยนักบวชคนอื่นๆ ที่ยืนคุมเชิงอยู่ทุกทิศทาง ทุกคนมีจังหวะการหายใจที่ประสานกันอย่างน่าขนลุก พวกเขาไม่ใช่แค่กลุ่มคน แต่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของกลไกขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงสวดที่เขาไม่ได้ยิน

ผู้นำกลุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เขาชูมือขึ้นในระดับสายตา ในมือของเขามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเมฆาแทบหยุดเต้น มันคือ 'กุญแจทองเหลืองแห่งจังหวะสวรรค์' อุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับจูนความถี่ของอากาศรอบๆ หมู่บ้านให้เข้ากับจังหวะของวิหารใหญ่ สิ่งนี้คือความหวังสุดท้ายที่จะใช้ควบคุมทิศทางของพายุไม่ให้พัดถล่มหมู่บ้านจนราบพณาสูร

เมฆาพยายามจะขยับปากเพื่อส่งเสียง แต่สิ่งที่ออกมามีเพียงลมหายใจที่สั่นเครือ เขาใช้มือที่สั่นเทาชี้ไปที่หมู่บ้านเบื้องล่าง เป็นการสื่อสารสุดท้ายที่เขาจะทำได้—เขาต้องการกุญแจนี้เพื่อช่วยคนของเขา

แต่ผู้นำภาคีกลับส่ายหน้าช้าๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ยากจะหยั่งถึง เขาขยับมือสื่อสารผ่านแรงสั่นสะเทือนที่กดทับลงบนอากาศรอบตัวเมฆา เป็นแรงกดดันที่บอกเล่าเจตจำนงอย่างชัดเจนว่า 'สิ่งที่ผิดเพี้ยนต้องถูกกำจัด เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของจักรวาล'

ก่อนที่เมฆาจะทันได้ทำอะไร สิ่งที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด—'เข็มทิศหินแกนเสียงดั้งเดิม' ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขาแอบซ่อนไว้ในสาบเสื้อเพื่อใช้เป็นเครื่องนำทางและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจสุดท้าย—ก็ถูกกระชากออกไปโดยนักบวชอีกคนที่ยืนซุ่มอยู่ด้านหลัง

เมฆาพยายามตะเกียกตะกายจะไปคว้ามันคืน แต่แรงสั่นสะเทือนจากไม้เท้าของผู้นำภาคีฟาดลงบนพื้นข้างตัวเขาอย่างรุนแรง แรงกระแทกนั้นทำให้เขากระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเขามองเห็นภาพเบลอ

เขามองเห็นมือของนักบวชคนนั้นชู 'เข็มทิศหินแกนเสียงดั้งเดิม' ขึ้นเหนือหัว มันคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่จะบอกเขาว่าทิศทางไหนคือทางรอด และทิศทางไหนคือทางสู่ระฆังทองคำต้นกำเนิด แต่นักบวชผู้นั้นกลับไม่ได้มองมันด้วยความเคารพ เขามองมันเหมือนขยะที่ต้องถูกกำจัด

“ความโกลาหลต้องถูกทำให้สงบ” เสียงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านออกมาจากท่าทางของพวกเขาบอกเช่นนั้น ผู้นำภาคีเดินเข้ามาหาเมฆาที่นอนหายใจรวยริน เขาไม่ได้ต้องการชีวิตของเมฆาในทันที แต่สิ่งที่เขาต้องการคือการทำลายล้างทุกสิ่งที่อาจก่อให้เกิด 'จังหวะที่ไม่แน่นอน'

นักบวชคนนั้นโยนเข็มทิศหินแกนเสียงดั้งเดิมลงไปในกองไฟที่นักบวชอีกคนจุดขึ้นเพื่อทำพิธี เมฆาเบิกตากว้าง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนสุดท้ายของหินก้อนนั้น—แรงสั่นสะเทือนที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ เมื่อมันถูกความร้อนแผดเผาและแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา

มันไม่ใช่แค่เข็มทิศที่ถูกทำลาย แต่มันคือเข็มทิศแห่งโชคชะตาของเขาที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงนำทาง และความเงียบงันที่ไร้ซึ่งความหวังอย่างแท้จริง

--- เมฆาถูกกลุ่มภาคีผู้คุมจังหวะแห่งสัจธรรมบุกจู่โจมในที่ซ่อน และพวกเขาได้พรากพร้อมกับทำลาย 'เข็มทิศหินแกนเสียงดั้งเดิม' ซึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นสุดท้ายในการนำทางและยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาไปจนสิ้นซาก