← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 16免費

ตอนที่ 16 — เศษซากแห่งความหวังที่ถูกบดขยี้

ความเงียบไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความกดอากาศที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ปอดให้แหลกละเอียด เมฆานั่งคุดคู้ตัวอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของศาลาไม้ที่เคยตั้งตระหง่านเหนือหุบเขาอัสนี บัดนี้มันเป็นเพียงเศษไม้ผุพังและเถ้าถ่านที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศหนาวเหน็บ ลมพายุที่พัดผ่านไม่ได้นำมาซึ่งเสียงหวีดหวิว เพราะสำหรับเขา โลกทั้งใบได้กลายเป็นสุญญากาศที่ไร้ซึ่งท่วงทำนอง สิ่งเดียวที่เขารับรู้ได้คือความเย็นเยียบที่กัดกินผิวหนัง และความรู้สึกโหวงเหวงในอกที่ลึกยิ่งกว่าเหวใดๆ ในคีรีอัสนี

เขาสูญเสียทุกอย่าง... ตั้งแต่เครื่องมือสื่อสาร พลังสัมผัสพิเศษ แม้กระทั่งแผนที่ที่จะนำทางไปสู่ระฆังทองคำต้นกำเนิดก็ถูกเผาทำลายไปต่อหน้าต่อตา เมฆายกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบใบหน้า ความเหนื่อยล้าสะสมจนกลายเป็นความชาชิน เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เป็นเวลาใด หรือพายุข้างนอกนั่นจะโหมกระหน่ำไปอีกนานเท่าใด สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้กับความเป็นมนุษย์คือ 'ตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำ' ชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อ มันเป็นเพียงเศษโลหะสลักลายคลื่นเสียงที่แม่ให้ไว้ก่อนตาย เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขาเคยมีตัวตน มีครอบครัว และเคยมีเสียงในหัวใจ

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่ผิดแปลกก็แล่นผ่านพื้นดินใต้ร่างของเขา มันไม่ใช่การสั่นไหวของพายุ หรือการเคลื่อนตัวของหิมะ แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่น เป็นระเบียบ และทรงพลัง จังหวะของฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงพร้อมกันหลายคู่ เมฆาสะดุ้งโหยง เขารีบขยับตัวเข้าหาเงาของซากกำแพงหิน หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก แม้เขาจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้านั้น แต่แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านขึ้นมาจากพื้นดินบอกเขาว่า 'ผู้มาเยือน' กำลังใกล้เข้ามา

แสงสว่างจากคบเพลิงที่สั่นไหวปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าของความมืดมิด มันไม่ใช่แสงสีฟ้าจากอัสนี แต่เป็นแสงสีทองอร่ามที่ดูสูงส่งและน่าเกรงขาม เงาร่างในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ขลิบทองค่อยๆ ปรากฏกายออกมาจากม่านหิมะ พวกเขาเดินเรียงแถวกันอย่างมีระเบียบ ท่วงท่าดูราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมมากกว่าการเดินทาง เมฆาพยายามกลั้นหายใจ เขาไม่อยากถูกพบเห็น ไม่อยากถูกพรากสิ่งใดไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ทว่า แรงสั่นสะเทือนที่หนักหน่วงนั้นกลับหยุดลงตรงหน้าซากศาลาที่เขาซ่อนตัวอยู่พอดี เมฆารู้สึกได้ถึงแรงกดดันของอากาศที่เปลี่ยนไป มันคือความกดดันที่เกิดจาก 'อำนาจ' ของผู้ที่มาเยือน

"เจ้าซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดที่ไร้ค่านี้ไปทำไมกัน ชายผู้ไร้เสียง" เสียงนั้นไม่ได้ยินด้วยหู แต่เมฆารู้สึกได้ถึงมันผ่านการสั่นสะเทือนของอากาศที่กระทบเข้ากับผิวหนังและกระดูก มันเป็นเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด

เมฆาถูกกระชากออกจากที่ซ่อนโดยแรงดึงดูดของอำนาจบางอย่าง เขาไม่ได้ถูกจับด้วยมือ แต่ถูกบังคับด้วยคลื่นความถี่ที่ทำให้ร่างกายของเขาขยับตามความต้องการของผู้มาเยือน เขาถูกลากออกมาเผชิญหน้ากับชายผู้นำกลุ่ม ชายที่มีใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีทองคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยความสมเพชผสมกับความต้องการ

"ข้าคือ 'ผู้คุมจังหวะแห่งเทวสถานนิรันดร์'" ชายผู้นั้นกล่าว พร้อมกับที่กลุ่มนักบวชชุดขาวขยับล้อมรอบเมฆาไว้ "พวกเราติดตามร่องรอยของความวุ่นวายที่เจ้าก่อขึ้น และเรามาที่นี่เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของสรวงสวรรค์"

เมฆาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามจะสื่อสารผ่านการเคลื่อนไหว แต่ความสิ้นหวังทำให้เขากลายเป็นเพียงก้อนเนื้อที่สั่นเทา เขาต้องการเพียงแค่ความสงบ เพื่อที่จะรักษาเศษเสี้ยวของวิญญาณที่เหลืออยู่เพื่อรอวันกอบกู้หมู่บ้าน แต่สิ่งที่นักบวชเหล่านี้ต้องการกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจมอบให้ได้

"เราต้องการ 'จังหวะแห่งความเงียบสงัด'" ผู้นำกล่าวต่อ "สิ่งที่เจ้าเก็บรักษาไว้ในอก... สิ่งที่เจ้าใช้เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการประคองจิตใจ... มันคือความผิดบาปที่ขัดต่อระเบียบแห่งสวรรค์ เจ้าครอบครอง 'ตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำ' ไว้เพื่อยึดเหนี่ยวอดีตที่ตายไปแล้ว ซึ่งนั่นจะขัดขวางการหลอมรวมจิตวิญญาณของมนุษย์เข้ากับจังหวะสากลของจักรวาล"

เมฆาเบิกตากว้าง มือของเขากุมที่หน้าอกแน่น เขาไม่ยอม... สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่

"ส่งมันมาให้เรา" คำสั่งนั้นมาพร้อมกับคลื่นเสียงที่รุนแรงจนเมฆาต้องทรุดลงกับพื้น "ตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำนั้นต้องถูกนำไปหลอมรวมในพิธีชำระล้าง เพื่อให้โลกนี้เหลือเพียงจังหวะเดียว คือจังหวะแห่งความว่างเปล่าที่บริสุทธิ์ หากเจ้าไม่ส่งมอบ มันจะถูกยึดครองด้วยกำลัง และเจ้าจะสูญเสียแม้กระทั่งสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่ในหุบเขานี้"

เมฆาพยายามจะขัดขืน เขาพยายามจะวิ่งหนี แต่แรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินกลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดพันขาของเขาไว้แน่นจนขยับไม่ได้ ชายผู้นำก้าวเข้ามาใกล้ เมฆาเห็นมือที่สวมถุงมือสีทองเอื้อมมาที่อกของเขา

ในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถูกกระชากออกไปก็เกิดขึ้น เมฆารู้สึกถึงแรงดึงที่รุนแรงตรงหน้าอก แรงสั่นสะเทือนที่เคยเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขา—แรงสั่นสะเทือนจากตะกรุดโลหะเล็กๆ ชิ้นนั้น—ได้หายวับไปอย่างฉับพลัน

เขามองเห็นตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำอยู่ในมือของนักบวชผู้นั้น มันไม่ได้ถูกเพียงแค่ขโมยไป แต่มันถูก 'พราก' ไปพร้อมกับความหมายของการมีชีวิตอยู่ เมฆารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ลึกยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่การสูญเสียวัตถุ แต่มันคือการที่ตัวตนของเขาถูกลบเลือนไปพร้อมกับโลหะชิ้นนั้น

"สิ่งนี้จะถูกใช้เพื่อความสงบที่แท้จริง" ผู้นำกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มนักบวช ทิ้งให้เมฆานอนจมอยู่กับเศษซากความเงียบที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เหลือแม้แต่ความทรงจำที่จับต้องได้ เพื่อที่จะบอกตัวเองว่าเขาเคยเป็นใคร

--- เมฆาถูกกลุ่มผู้คุมจังหวะแห่งเทวสถานนิรันดร์บุกเข้าหาและพราก 'ตะกรุดโลหะแห่งความทรงจำ' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเขากับตัวตนและอดีตไป เพื่อใช้ในพิธีชำระล้างจิตวิญญาณให้เข้าสู่ความว่างเปล่า