← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 77免費

ตอนที่ 77 — เงาที่ลามเลียและแสงแห่งการตื่นรู้

ความเงียบในดินแดนรอยต่ออัญมณีนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความตึงเครียดที่แฝงอยู่ในอากาศที่สั่นไหว รินรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่แผ่ซ่านมาจากรอยสักบนผิวหนัง มันไม่ได้แค่เต้นเป็นจังหวะเหมือนชีพจรอีกต่อไป แต่มันกำลัง ‘หิว’ ความร้อนแรงของแสงสีทองที่ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแสบร้อน ราวกับมีฝูงมดไฟนับล้านกำลังกัดกินเส้นเลือดของเธออย่างไม่หยุดยั้ง

“ริน! ถอยออกมา!” เสียงของชายหน้ากากตะโกนก้อง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในมวลอากาศที่บิดเบี้ยว

เงาทมิฬที่จู่โจมเข้ามาไม่ได้มาเพียงลำพัง พวกมันเคลื่อนไหวเหมือนควันดำที่ข้นคลักและมีชีวิต มันเลื้อยไหลผ่านกลุ่มอัญมณีลอยล่อง ราวกับน้ำมันดิบที่หยดลงบนผิวน้ำใสสะอาด ทุกครั้งที่เงาเหล่านั้นสัมผัสกับสิ่งใด สิ่งนั้นจะมอดไหม้และกลายเป็นสีเทาหม่น รินเห็นเศษซากของสถาปัตยกรรมอัญมณีที่เคยงดงาม ถูกความมืดกัดกินจนแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงลอยล่องในความว่างเปล่า

รินพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่ขาของเธอกลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นฉุดรั้งไว้ รอยสักที่แขนและลำคอของเธอเริ่มเปล่งแสงสีทองจัดจ้านจนดูน่ากลัว แสงนั้นไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่แผดเผา รอยสักเริ่มขยายตัว ลามเลียขึ้นมาถึงโหนกแก้มและขมับของเธอ ราวกับมันกำลังพยายามจะยึดครองพื้นที่บนใบหน้าของเธอให้สมบูรณ์

“มันกำลังดึงดูดพวกมัน...” รินพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่า “ฉันไม่ได้แค่ดึงดูดพวกมันมา แต่มันกำลังเปิดทางให้พวกมันเข้ามา!”

บุคคลปริศนาที่มีรอยสักแบบเดียวกัน—ชายที่เพิ่งจะเปิดเผยความจริงเรื่องบันทึกของปู่เถาว์—ไม่ได้ถอยหนี เขาพุ่งเข้าหาความมืดด้วยท่าทีที่สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด มือของเขาที่สวมถุงมือหนังเก่าคร่ำคร่าขยับวาดผ่านอากาศ ทิ้งรอยจารึกแสงสีครามไว้ในความมืดเพื่อเบี่ยงเบนทิศทางของเงาทมิฬ

“อย่าปล่อยให้ความกลัวนำทาง!” ชายปริศนาตะโกนสั่งริน “รอยสักของเธอคือแผนที่ แต่มันก็คือประตู ถ้าเธอไม่ควบคุมทิศทางของมัน ประตูก็จะเปิดออกให้สิ่งที่อยู่ข้างนอกเข้ามา!”

เงาทมิฬขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ริน มันไม่ได้โจมตีด้วยอาวุธ แต่มันคือความว่างเปล่าที่พร้อมจะดูดกลืนตัวตน รินหลับตาลงด้วยสัญชาตญาณ เธอพยายามใช้ ‘วิถีแห่งทางน้ำ’ ที่เคยเรียนรู้มา พยายามจะไหลลื่นไปกับกระแสพลังงานเพื่อหลบหลีก แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป พลังสีทองในตัวเธอกลับตอบสนองต่อความมืดด้วยความรุนแรง มันพุ่งทะลักออกมาจากร่างกายเธอเหมือนเขื่อนแตก แสงสีทองระเบิดออกเป็นวงกว้าง ปะทะกับเงาทมิฬจนเกิดเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ

แรงระเบิดนั้นส่งร่างของรินและชายหน้ากากกระเด็นไปคนละทิศละทาง รินรู้สึกเหมือนร่างของเธอถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะถูกประกอบกลับเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดนั้นแหลมคมจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ ในชั่วขณะที่สติกำลังจะดับวูบ เธอเห็นภาพนิมิตที่ซ้อนทับกัน... ภาพของปู่เถาว์ที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุสีทอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและคำพูดที่ฟังไม่เป็นภาษา แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือสายตาของเขาที่จ้องมองมาที่รอยสักบนตัวเธอ ราวกับจะบอกว่า 'มันยังไม่จบ...'

“ริน! ได้ยินฉันไหม!”

เสียงของชายหน้ากากเรียกสติเธอ รินลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นผิวของอัญมณีที่สั่นไหว แสงสีทองบนร่างกายของเธอเริ่มสงบลง แต่ความรู้สึกแสบร้อนยังคงอยู่ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ รอยสักไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป มันได้ขยายตัวและเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม ราวกับมันได้ 'อัปเกรด' ตัวเองหลังจากผ่านการปะทะ

“มัน... มันเปลี่ยนไป” รินกระซิบ พลางมองดูแขนของตัวเอง ลวดลายที่เคยดูเหมือนแผนที่คลอง บัดนี้กลับดูเหมือนเครือข่ายของเส้นทางมิติที่เชื่อมโยงกันอย่างบ้าคลั่ง

ชายปริศนาเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดภายใต้แสงสลัวของดินแดนรอยต่อ “มันไม่ใช่แค่การดึงดูด แต่มันคือการปรับจูน รอยสักของเธอกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับความถี่ของความมืด เพื่อที่จะสามารถกักขังมันได้... หรือไม่ก็เพื่อที่จะกลายเป็นมัน”

ทันใดนั้น พื้นอัญมณีใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาทมิฬที่ดูเหมือนจะถูกสลายไปแล้ว กลับเริ่มรวมตัวกันใหม่ในจุดที่ลึกที่สุดของรอยแยกมิติ พวกมันไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีแบบไร้ทิศทางเหมือนก่อนหน้า แต่คราวนี้พวกมันกำลัง 'จัดระเบียบ' ตัวเอง

เงาเหล่านั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่มันเป็นมนุษย์ที่ไร้ใบหน้าและมีร่างกายเป็นกลุ่มควันดำที่หมุนวน รูปร่างเหล่านั้นยืนล้อมรอบพื้นที่อัญมณีที่พวกเขายืนอยู่ ราวกับกำลังทำพิธีกรรมบางอย่าง

“พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเธอ” ชายหน้ากากกล่าวพลางชักอาวุธที่ดูเหมือนแท่งคริสตัลออกมา “พวกมันกำลังรอให้รอยสักของเธอเปิดทางให้ 'บางสิ่ง' ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก้าวข้ามมา”

รินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดไปตามสันหลัง พลังสีทองในตัวเธอเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่การสั่นไหวเพื่อต่อสู้ แต่มันคือการสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังรับรู้ถึงการมาถึงของบางสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์

“เราต้องไปจากที่นี่” รินบอกด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด แม้ในใจจะสั่นรัว “ถ้าฉันเป็นประภาคารที่เรียกพวกมันมา เราก็ต้องดับแสงนี้ลง หรือไม่ก็ต้องหาที่ที่แสงนี้จะทำอันตรายพวกมันไม่ได้!”

“ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ริน” ชายปริศนากล่าวขณะที่เขามองไปที่เส้นขอบฟ้าของดินแดนรอยต่อ ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ “เมื่อกุญแจเริ่มทำงาน กลอนประตูย่อมถูกทำลาย ความจริงที่ปู่เถาว์พยายามจะผนึกไว้... บัดนี้มันกำลังจะถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์”

รินมองไปที่รอยสักของตัวเอง แสงสีทองที่เคยเป็นความหวัง บัดนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงเครื่องหมายที่ระบุตำแหน่งของเหยื่อชั้นดีท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา และในวินาทีนั้นเอง เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ดังมาจากใต้พื้นอัญมณี... เสียงที่ไม่ได้มาจากปู่เถาว์ แต่เป็นเสียงที่เย็นเยียบและโบราณยิ่งกว่า

'ยินดีต้อนรับ... เจ้าของผนึกคนสุดท้าย...'

--- รินเผชิญกับการโจมตีของเงาทมิฬที่รุนแรงขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้รอยสักของเธอเปลี่ยนรูปร่างและขยายตัวเพื่อปรับตัวเข้ากับความมืด ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น เธอเริ่มตระหนักว่ารอยสักของเธอไม่ใช่แค่กุญแจ แต่เป็นเครื่องหมายที่นำพาหายนะมาสู่ทุกที่ที่เธอไป