ตอนที่ 47 — วิหารใต้บาดาลและดวงตาแห่งความหิวโหย
ความหนาวเหน็บไม่ใช่สิ่งที่รินรู้สึกเป็นอย่างแรก แต่มันคือความรู้สึกของการถูกบีบอัด ร่างกายของเธอเหมือนถูกยัดลงในช่องแคบที่เต็มไปด้วยแรงดันมหาศาล ปอดของเธอแสบร้อนราวกับถูกเติมด้วยน้ำกรดที่เย็นจัด ทุกครั้งที่เธอพยายามสูดลมหายใจ สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงกลิ่นคาวของตะกอนดินและกลิ่นอับชื้นของหินโบราณที่ถูกทิ้งไว้ใต้บาดาลนานนับศตวรรษ
'อึก... แค่ก!' รินสำลักเอาความขุ่นมัวออกมาจากลำคอ เธอพยายามยันกายขึ้นจากพื้นหินที่ชื้นแฉะ แต่ความเจ็บปวดจากการกระแทกเมื่อครู่ทำให้เธอต้องทรุดลงไปอีกครั้ง สายตาของเธอยังพร่ามัวด้วยแสงสีฟ้าที่เพิ่งจางหายไปจากมิติหมอก ความทรงจำสุดท้ายคือการถูกดึงดูดลงสู่ความมืดมิดผ่านมือของชายปริศนา และวินาทีที่โลกทั้งใบกลายเป็นเพียงเสียงคำรามของสายน้ำ
'ริน! ตั้งสติไว้!' เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความกังวลดังขึ้นใกล้ๆ เธอพยายามลืมตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ท้องฟ้าสีหม่นของเดลต้า แต่เป็นเพดานหินโค้งมนที่สูงลิบจนดูเหมือนปากของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา แสงสลัวที่ส่องสว่างในที่แห่งนี้ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์ แต่มันคือแสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่เรืองออกมาจากคริสตัลใต้น้ำและรอยแยกของผนังถ้ำ
เธอมองเห็นชายคนนั้น—ชายที่มีใบหน้าที่เธอเพิ่งเห็นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกดูดหายไป—เขากำลังคุกเข่าอยู่ข้างเธอ ใบหน้าของเขาเปียกโชกและมีรอยขีดข่วนจากการฝ่ากระแสน้ำที่บ้าคลั่ง เขาไม่ได้สวมหน้ากากอีกต่อไป แต่ออร่าความเคร่งเครียดที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนรินรู้สึกได้
'เราอยู่ในส่วนลึกของรอยแยก...' เขาพูดพลางขยับตัวมาบังทิศทางที่มาจากปากทางเข้า 'และเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน'
รินพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความร้อนที่ยังคงไม่หายไปจากรอยสักบนแขน มันไม่ได้เป็นความร้อนที่แผดเผาเหมือนตอนที่เธอควบคุมพลังไม่ได้ แต่มันคือความร้อนที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับว่ามันกำลัง 'สื่อสาร' หรืออาจจะกำลัง 'เตือนภัย' ต่อสถานที่แห่งนี้ เมื่อเธอก้มลงมองแขนของตัวเอง ลวดลายบนผิวหนังกลับส่องแสงสีครามจางๆ ออกมา มันขยายตัวและเปลี่ยนรูปร่างไปตามสถาปัตยกรรมของถ้ำแห่งนี้ ราวกับว่ารอยสักของเธอคือส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียวที่ถูกสลักไว้บนผนังหิน
'ที่นี่คือ... วิหาร?' รินพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและเบาบางราวกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง
'มันคือสิ่งที่ถูกลืมเลือน' ชายคนนั้นตอบ เขาไม่ได้มองเธอด้วยความสงสาร แต่มองด้วยความระแวดระวังที่แฝงไปด้วยความยำเกรง 'สิ่งที่อยู่ลึกเกินกว่าที่น้ำจะไหลผ่าน และลึกเกินกว่าที่ความโลภของคนบนดินจะเอื้อมถึง'
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังมาจากเงามืดที่ปลายโถงถ้ำ มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ทั่วไปที่เดินบนพื้นไม้เรือนแพ แต่มันเป็นเสียงที่หนักหน่วงราวกับมีบางอย่างที่ใหญ่โตและทรงพลังกำลังเดินตรงมาหาพวกเขา เสียงนั้นสะท้อนก้องไปตามผนังหิน สร้างแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ส่งผ่านพื้นหินมาถึงหน้าอกของริน
'พวกคลื่นม่านบัง...' ชายคนนั้นพึมพำพร้อมกับชักอาวุธที่ดูเหมือนดาบสั้นที่ทำจากกระดูกปลาขนาดใหญ่ขึ้นมา 'พวกมันตามรอยพลังของเธอมาจนถึงที่นี่'
รินมองไปทางปากทางเข้าที่ดูเหมือนจะเป็นอุโมงค์น้ำวนขนาดใหญ่ เธอเห็นเงาร่างหลายร่างกำลังเคลื่อนที่ผ่านม่านน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับนักล่าในความมืด พวกเขาไม่ได้มาในรูปแบบของคนเดินเรือ แต่มาในชุดเครื่องแบบที่รัดกุมและถืออุปกรณ์โลหะที่ดูแปลกตา
'แต่นี่มันใต้ดิน... พวกเขามาได้ยังไง?' รินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินใจ เมื่อเธอเห็นแสงไฟจากตะเกียงของพวกกลุ่มคลื่นม่านบังเริ่มสาดส่องเข้ามาในโถงถ้ำ
แต่ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะครอบงำรินไปมากกว่านี้ รินก็ต้องหยุดหายใจด้วยความสยดสยองที่แท้จริง สิ่งที่อยู่ 'ข้างหลัง' พวกเขาต่างหากที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ในความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าปลายโถงถ้ำ ดวงตาสีเหลืองอำพันขนาดมหึมาคู่หนึ่งได้เปิดขึ้น มันไม่ได้จ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความโกรธแค้น แต่มันจ้องมองมาด้วยความหิวโหยที่ไร้ก้นบึ้ง... หิวโหยในสิ่งที่รอยสักบนตัวเธอกำลังเป็นอยู่
มันไม่ใช่สัตว์ และไม่ใช่เทพเจ้า แต่มันคือเงาที่หลุดออกมาจากตำนานที่เลวร้ายที่สุดของเดลต้า สิ่งที่มีขนาดมหึมาจนแสงจากคริสตัลใต้น้ำไม่อาจส่องไปถึงส่วนที่เหลือของร่างกายมันได้ทั้งหมด รินรู้สึกได้ว่าความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนหูของเธออื้ออึง
'วิ่ง...' ชายคนนั้นกระซิบสั่ง เสียงของเขาแผ่วเบาแต่เด็ดขาด รินไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด เธอออกแรงเฮือกสุดท้ายพยุงตัวขึ้น แต่ทว่ารอยสักที่แขนของเธอกลับเริ่มเรืองแสงสว่างจ้าจนแสบตา และในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นทั้งมนุษย์และไม่ใช่ทั้งสัตว์ แต่มันคือเงาที่หลุดออกมาจากตำนานที่เลวร้ายที่สุดของเดลต้า
รินมองไปที่ดวงตาสีเหลืองคู่นั้น และในวินาทีนั้นเอง เธอเข้าใจว่าความจริงที่เธอตามหาอาจจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะค้นพบเลยแม้แต่น้อย
--- รินและชายปริศนาตื่นขึ้นในวิหารใต้บาดาลที่ลึกลับหลังจากถูกดูดลงสู่ก้นบึ้ง แต่พวกเขากลับถูกล้อมด้วยกลุ่มคลื่นม่านบังและสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่ตื่นขึ้นจากการตอบสนองของรอยสักบนตัวเธอ