← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 45免費

ตอนที่ 45 — แรงสั่นสะเทือนใต้ผิวน้ำและเศษเสี้ยวแห่งความจริง

เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำลึกไม่ได้มาจากฟากฟ้า แต่มันดังมาจากใต้ฝ่าเท้า—หรือจะพูดให้ถูกคือใต้พื้นเรือนแพที่กำลังสั่นระรัวราวกับจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ รินทรุดกายลงกับพื้นไม้ที่เปียกชื้น กลิ่นอายดินและน้ำครำที่ถูกปั่นป่วนด้วยพายุฝนพุ่งเข้าปะทะจมูกจนเธอรู้สึกคลื่นไส้ ทุกครั้งที่รอยสักบนผิวหนังกระตุกวูบ แผ่นดินและผืนน้ำรอบกายจะสั่นไหวตามจังหวะชีพจรของสิ่งบรรพกาลที่กำลังตื่นขึ้น

“ริน! อย่าปล่อยให้กระแสน้ำครอบงำ!” เสียงตะโกนของชายหน้ากากดังฝ่าเสียงฝนที่สาดซัด เขาพุ่งตัวเข้ามาขวางระหว่างรินกับกลุ่มคนในชุดคลุมสีหม่นของพวกคลื่นม่านบังที่กำลังรุกคืบเข้ามาทางหัวเรือ ดาบในมือของเขาไม่ได้เปล่งแสง แต่กลับดูดกลืนแสงไฟจากตะเกียงรอบข้างจนกลายเป็นเงาดำสนิทที่คมกริบ

รินพยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่ความรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นจัดไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดแทนที่เลือดเนื้อ รอยสักบนแขนและลำคอของเธอไม่ได้เป็นเพียงลวดลายอีกต่อไป แต่มันกำลังเรืองแสงสีครามจางๆ ที่ดูเหมือนจะเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของเธอ ทุกครั้งที่แสงนั้นสว่างขึ้น เธอจะรู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะกระชากวิญญาณของเธอให้จมดิ่งลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง

“พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเธอ...” ชายหน้ากากพึมพำขณะปัดป้องคมดาบจากศัตรูที่พุ่งเข้าใส่ “พวกมันต้องการให้เธอเป็นสะพาน! ริน ถ้าเธอไม่หยุดการสั่นสะเทือนนี้ สิ่งที่อยู่ข้างล่างจะขึ้นมาที่นี่ และมันจะไม่ใช่แค่การทำลายเรือนแพ แต่มันคือการกลืนกินทั้งเดลต้า!”

ทันใดนั้น พื้นไม้ใต้เรือนแพก็แยกออก! ไม่ใช่เพราะแรงกระแทกจากการต่อสู้ แต่เป็นเพราะแรงดันจากเบื้องล่างที่มหาศาลเกินกว่าที่ไม้เก่าๆ จะทานทนได้ รินเห็นเงาขนาดมหึมาเคลื่อนผ่านใต้พื้นเรือนแพไป มันไม่ใช่ปลา และไม่ใช่สัตว์น้ำที่เธอเคยรู้จัก แต่มันคือมวลสารของความมืดที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับมีชีวิต อาส้มที่กำลังพยายามพายเรือหนีอยู่ไม่ไกลกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อกระแสน้ำวนขนาดใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ เรือนแพของพวกเธอ

“อาส้ม! หนีไป!” รินตะโกนสุดเสียง แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ฟังคำสั่ง รอยสักที่แขนซ้ายเริ่มลามไปถึงหน้าอก มันไม่ได้แค่เจ็บปวด แต่มันกำลัง 'สั่ง' ให้เธอทำบางอย่าง รินรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะดิ่งลงไป สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่โหยหาการเชื่อมต่อกับแกนกลาง

ชายหน้ากากหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาที่ปรากฏอยู่เหนือขอบหน้ากากนั้นเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฟังนะ! อย่าใช้พลังเพื่อ 'สู้' กับมัน แต่ใช้เพื่อ 'นำทาง' มัน! ริน เธอต้องเป็นทางน้ำ ไม่ใช่เขื่อนที่กั้นน้ำ!”

รินหลับตาลงท่ามกลางพายุที่บ้าคลั่ง เธอพยายามทำตามที่เขาบอก—เลิกต่อต้าน เลิกพยายามจะกดพลังไว้ในร่างกาย แต่ให้ไหลไปกับมัน เธอจินตนาการว่าตัวเองคือลำคลองที่คดเคี้ยว คือกระแสน้ำที่ไหลผ่านโขดหินโดยไม่เสียแรงปะทะ รอยสักที่เคยแผดเผาเริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่สงบอย่างน่าประหลาด แต่มันเป็นความสงบที่น่ากลัว เหมือนความสงบก่อนพายุใหญ่จะเข้า

เปรี้ยง!

สายฟ้าฟาดลงกลางลำน้ำใกล้กับเรือนแพ แสงสว่างวาบทำให้รินเห็นภาพนิมิตชั่วขณะ—เธอเห็นนครอควาเลียที่กำลังล่มสลาย และเห็นใบหน้าของชายหน้ากากที่ไม่ได้สวมหน้ากาก... ใบหน้านั้นมีรอยแผลเป็นที่เหมือนกับรอยสักบนตัวเธอไม่มีผิดเพี้ยน!

“ไม่...” รินครางออกมา ความจริงที่เห็นในนิมิตทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยชีวิต แต่เขาคือส่วนหนึ่งของวงจรนี้ เขาคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรอคอยเธอ หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ต้องทำลายเธอ

แรงสั่นสะเทือนทวีความรุนแรงขึ้นจนเรือนแพเอียงวูบ กลุ่มคลื่นม่านบังเริ่มถอยร่นเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พวกเขากำลังปลุกขึ้นมานั้นใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมได้ เงาดำจากใต้น้ำเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายมือยักษ์ที่พยายามจะคว้าจับเรือนแพและทุกสิ่งที่อยู่บนนั้น รินรู้สึกได้ว่ารอยสักของเธอกำลังขยายตัวออก ราวกับมันกำลังพยายามจะ 'เปิด' ประตูที่ไม่มีวันปิดได้อีกต่อไป

“ริน! จับมือฉันไว้!” ชายหน้ากากตะโกนพลางเอื้อมมือมาหาเธอ ท่ามกลางแรงเหวี่ยงของคลื่นและเศษไม้ที่ปลิวว่อน

รินมองมือที่ยื่นมานั้นด้วยความลังเล ใจหนึ่งเธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่อีกใจหนึ่งรอยสักบนผิวหนังกลับเตือนเธอว่า... มือคู่นี้อาจจะเป็นคนสุดท้ายที่เธอจะได้สัมผัส ก่อนที่เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำนิรันดร์

ในจังหวะที่เรือนแพกำลังจะถูกกลืนกินลงสู่หลุมดำใต้น้ำ รินตัดสินใจคว้ามือเขาไว้ แต่ในวินาทีที่ผิวหนังของทั้งสองสัมผัสกัน รอยสักบนตัวเธอก็ระเบิดแสงสีครามสว่างจ้าออกมา ไม่ใช่เพื่อปกป้อง แต่เพื่อดึงดูดทุกอย่างให้ดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความจริงที่ถูกลืมเลือน

--- รินพยายามใช้ 'วิถีแห่งทางน้ำ' เพื่อควบคุมพลังท่ามกลางการโจมตีของกลุ่มคลื่นม่านบังและการตื่นขึ้นของสิ่งบรรพกาล แต่เธอกลับพบความลับผ่านนิมิตว่าชายหน้ากากมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับรอยสักของเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกดูดลงสู่ใต้บาดาล