← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 26免費

ตอนที่ 26 — รอยต่อไม้และแรงลมมรสุม

เสียงไม้กระดานลั่นประท้วงดัง 'เอี๊ยด' ท่ามกลางเสียงคำรามของลมมรสุมที่พัดกวาดผ่านผิวน้ำ คามินปาดเหงื่อที่ผสมกับละอองฝนออกจากหน้าผาก มือที่สั่นเทาของเขากำคีมเหล็กแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขามองดูรอยแยกขนาดใหญ่ที่ร่องเรือ 'มัจฉาเริงร่า' ซึ่งเกิดจากการกระแทกกับโขดหินตอนกระแสน้ำเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลัน

“คามิน! หาข้อต่อเหล็กนั่นเจอไหม? ถ้าไม่รีบอุดรอยรั่วก่อนน้ำขึ้นรอบหน้า เราจะจมไปพร้อมกับแพของริน!” เสียงรินตะโกนฝ่าเสียงลมพายุ เธออยู่บนดาดฟ้าเรือที่โคลงเคลงไปมา พยายามประคองตะเกียงน้ำมันให้แสงสว่างยังคงส่องถึงจุดที่เขากำลังทำงาน

“หาไม่เจอ!” คามินตะโกนตอบพลางขว้างคีมลงบนพื้นไม้กระดาน “พวกกลุ่มทุนกว้านซื้อข้อต่อเหล็กเกรดเอไปเกลี้ยงตลาดริมน้ำแล้ว นายหัวเดชาบอกว่าเขาจะเก็บไว้ใช้กับเรือลำใหม่ของบริษัทเขาเท่านั้น”

คามินทรุดตัวลงนั่งข้างรอยแยก ความรู้สึกเหมือนโลกกำลังถล่มลงมาตรงหน้า เขาไม่ใช่แค่ช่างไม้ แต่เขาคือผู้รักษาความปลอดภัยของเรือลำนี้ หากไม่มีวัสดุอุตสาหกรรมที่แข็งแรงพอ รอยแยกนี้จะฉีกขาดออกทันทีที่คลื่นลูกใหญ่ปะทะ

“มันต้องมีวิธีสิ...” คามินพึมพำ เขามองไปที่กองเศษไม้เก่าๆ และยางไม้ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในโรงเรือนแพ “กฎแห่งกระแสน้ำกำลังบีบเรา คามิน... อย่าลืมสิ่งที่บรรพบุรุษเคยบอก” เขาไม่ได้ยินเสียงนั้น แต่เขารู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆ พัดผ่านหลังคอ ราวกับเป็นคำเตือนจากความทรงจำของใครบางคน

รินก้าวลงมาจากดาดฟ้าเรือด้วยท่าทางลนลาน แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความเด็ดเดี่ยว “พวกนั้นมันเห็นแก่ตัว รินไปดูที่โกดังของนายหัวมา เขาไม่แม้แต่จะยอมแบ่งเศษเหล็กให้เราด้วยซ้ำ เขาบอกว่าเราเป็นแค่ชาวเรือเร่ร่อนที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเส้นทางเดินเรือหลัก”

“ถ้าเราใช้เหล็กไม่ได้ เราก็ต้องใช้สิ่งที่น้ำไม่เคยพรากไปจากเรา” คามินลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่กิ่งไม้แก่นแข็งและยางชันที่วางอยู่มุมหนึ่ง “ริน ไปเอาขี้ผึ้งป่ากับเรซินจากใต้ถุนแพมาให้ฉันหน่อย เร็ว!”

“จะทำอะไรน่ะ? นายจะเอาของพวกนั้นมาอุดรอยรั่วขนาดใหญ่นี่เหรอ? มันจะทนแรงดันน้ำได้ยังไง!” รินถามด้วยความไม่มั่นใจ แต่เธอก็ขยับตัววิ่งไปตามคำสั่งทันที

คามินไม่ได้ตอบ เขาเริ่มลงมือทำงานด้วยความเร่งรีบ เขาไม่ได้มองหาตะปูหรือน็อตเหล็กอีกต่อไป แต่เขาเริ่มใช้สิ่วแกะสลักไม้เนื้อแข็งให้มีรูปร่างเป็นลิ่มที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เขาใช้เทคนิค 'เข้าไม้แบบสลักประสาน' ซึ่งเป็นวิถีโบราณที่คนรุ่นใหม่เลิกใช้ไปแล้วเพราะมันใช้เวลานานกว่าการใช้ตะปูเหล็ก

“ขยับไปทางซ้ายหน่อยริน! ส่องไฟตรงรอยต่อนี้!” คามินสั่งขณะที่เขาใช้ค้อนไม้ตอกลิ่มไม้ลงไปในรอยแยกอย่างประณีต เสียง 'ปึก ปึก' ของค้อนไม้สู้กับเสียง 'ซ่า' ของฝนที่ตกหนัก

มือของเขาเปื้อนไปด้วยยางไม้สีเข้มและคราบดิน เขาต้องควบคุมจังหวะการตอกให้แม่นยำ หากแรงไปไม้จะแตก หากเบาไปน้ำจะซึม คามินต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี ฟังเสียงความแน่นของเนื้อไม้ที่สอดประสานกัน เขาใช้ยางชันที่ผสมกับขี้ผึ้งเคี่ยวจนร้อนจัด ค่อยๆ ทาลงไปในช่องว่างระหว่างลิ่มไม้เหล่านั้น

“มันดูเหมือน... งานศิลปะมากกว่างานซ่อมเรือนะ” รินพูดเบาๆ ขณะที่เฝ้ามอง คามินไม่ได้ตอบ เขาจดจ่ออยู่กับความร้อนของยางไม้ที่ลวกปลายนิ้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ ความเจ็บปวดนั้นถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่าภูมิปัญญาของชุมชนไม่ได้พ่ายแพ้ต่อทุนนิยมที่ไร้หัวใจ

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ พายุเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น น้ำในลำคลองเริ่มเอ่อสูงขึ้นตามกฎแห่งกระแสน้ำ คลื่นซัดเข้าใส่ตัวเรือจนคามินเกือบเสียหลัก เขารีบคว้าขอบเรือไว้ มือที่เปื้อนยางไม้เหนียวหนึบทำให้เขายึดเกาะได้มั่นคงกว่าเดิม

“ริน! เตรียมตัวรับแรงกระแทก! น้ำกำลังจะขึ้นสูงกว่าเดิมแล้ว!” คามินตะโกน

คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าหา 'มัจฉาเริงร่า' อย่างจัง เรือทั้งลำเอียงวูบจนรินต้องรีบเกาะเสากระโดงเรือ คามินหลับตาแน่น เขารู้สึกถึงแรงดันมหาศาลที่พยายามจะฉีกรอยแยกที่เขาเพิ่งซ่อมเสร็จออก เขาได้ยินเสียงไม้ลั่น แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงแตกหัก แต่มันคือเสียงการบีบอัดของลิ่มไม้ที่สอดประสานกันอย่างแน่นหนา

เมื่อคลื่นลูกนั้นผ่านพ้นไป และพายุเริ่มสงบลงเหลือเพียงฝนโปรยปราย คามินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขามองไปที่รอยแยกตรงกลางลำเรือ

รอยแยกนั้นไม่ได้หายไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยลวดลายไม้ที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างวิจิตรบรรจง ลิ่มไม้แต่ละชิ้นขัดประสานกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับตัวเรือ รอยต่อที่เคยเป็นจุดอ่อนที่สุด บัดนี้กลับกลายเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดเพราะความยืดหยุ่นของวัสดุธรรมชาติที่ยอมให้เรือขยับตามแรงน้ำโดยไม่แตกหัก

รินเดินเข้ามาใกล้ เธอเอามือลูบไปตามรอยซ่อมที่ดูแปลกตา “มัน... มันดูแข็งแรงกว่าเดิมอีกนะคามิน ดูสิ น้ำมันไม่ซึมเข้าเลยแม้แต่นิดเดียว”

คามินปาดคราบยางไม้ออกจากหน้า ลมหายใจของเขาหอบถี่แต่แววตากลับเป็นประกาย “เหล็กอาจจะแข็ง แต่มันจะหักเมื่อเจอแรงบิดที่ผิดจังหวะ... แต่ไม้ที่มีชีวิตแบบนี้ มันจะไหลไปตามน้ำ และโอบอุ้มกระแสน้ำเอาไว้”

เขามองดูเรือที่ผ่านการซ่อมแซมด้วยภูมิปัญญาเก่าแก่ ลำเรือที่ดูผิดแผกจากเรือลำอื่นในตลาดที่เต็มไปด้วยเหล็กและเครื่องจักร แต่มันคือเรือที่พร้อมจะท้าทายพายุลูกต่อไปในโลก Alcoron ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง

--- คามินต้องซ่อมแซมรอยแยกบนเรือท่ามกลางพายุที่รุนแรง แต่กลับไม่สามารถหาอะไหล่เหล็กได้เนื่องจากถูกกลุ่มทุนผูกขาด เขาจึงตัดสินใจใช้เทคนิคการเข้าไม้แบบโบราณและการใช้ยางไม้ธรรมชาติซ่อมแซมจนสำเร็จ ซึ่งทำให้เรือแข็งแกร่งกว่าเดิม