← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 141免費

ตอนที่ 141 — เครื่องมือเหล็กและทางเบี่ยงลำคลอง

“ริน! ดูนั่นสิ ทางมันตันแล้ว!” เสียงตะโกนของลุงบุญมาดังฝ่าเสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวที่กำลังเดินเครื่องอยู่ รินขยับหมวกปีกกว้างขึ้นเล็กน้อย สายตาจ้องมองไปยังปากทางเข้าชุมชนปลายน้ำที่ควรจะเป็นทางสะดวกกลับเต็มไปด้วยวัตถุแปลกปลอม

มันไม่ใช่ซากไม้หรือกอผักตบชวา แต่มันคือแท่งเหล็กสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่ถูกตอกลงไปในเลนตมอย่างแน่นหนา แท่งเหล็กเหล่านั้นเรียงรายเป็นแนวขวาง ตัดผ่านกระแสน้ำมรสุมที่กำลังไหลเชี่ยวจนน้ำรอบๆ เริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่ดูผิดธรรมชาติ รินขบกรามแน่นจนรู้สึกถึงรสขมที่ข้างแก้ม “พวกนายหัวเดชา... ลงมือเร็วขนาดนี้เลยเหรอ”

“พวกเขาวางโครงสร้างเหล็กนี่ไว้เพื่อบังคับทิศทางน้ำ ริน” คามินที่นั่งอยู่ท้ายเรือพูดด้วยเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่รอยต่อของเหล็กอย่างไม่วางตา “ดูตรงนั้นสิ รอยต่อตรงฐานมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกจากน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ มันคือการบังคับให้น้ำไหลไปทางช่องแคบที่เขาเตรียมไว้ เพื่อให้เรือขนาดใหญ่ของกลุ่มพ่อค้าผ่านได้เท่านั้น ส่วนเรือเล็กๆ อย่างเรา... เขาต้องการให้เราติดแหง็กอยู่ตรงนี้”

รินกวาดสายตามองชาวบ้านที่นั่งอยู่เต็มลำเรือ ทุกคนมีสีหน้าหวาดหวั่น เด็กน้อยคนหนึ่งเกาะแขนแม่แน่น “เราจะกลับบ้านยังไงล่ะริน? ถ้าขืนพยายามฝ่าไป เรือเราได้แตกเป็นเสี่ยงๆ แน่” เสียงสั่นๆ ของชาวบ้านคนหนึ่งทำให้รินต้องรีบดึงสติกลับมา

“ฟังนะทุกคน! เราจะไม่ฝ่าตรงไปเด็ดขาด” รินตะโกนก้อง สำเนียงใต้ที่เคยฟังดูร่าเริงกลับกลายเป็นเสียงที่เด็ดขาดจนทุกคนเงียบกริบ “คามิน เตรียมเชือกเส้นหนามาให้ฉัน แล้วช่วยดูตรงตลิ่งฝั่งตะวันออกนั่นที มีซอกเลนที่น้ำยังนิ่งอยู่ไหม?”

“มีครับริน แต่ตรงนั้นเป็นเขตน้ำตื้น ถ้าเราเบี่ยงไปทางนั้น เราต้องใช้แรงดันน้ำช่วย ไม่ใช่แค่การขับเรือตามปกติ” คามินตอบพลางหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดกลไกที่เขาเห็น เขากดนิ้วลงบนพื้นไม้เรือเพื่อระงับความตื่นเต้น “เราต้องหาจุดที่กระแสน้ำไหลผ่านช่องว่างใต้ตลิ่ง แล้วใช้เครื่องมือเบี่ยงน้ำเพื่อเปิดทาง”

รินเปิดกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่สะพายไว้ข้างเอว เธอหยิบ ‘คันบังคับทิศทางน้ำ’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์โบราณที่ทำจากไม้เนื้อแข็งขัดเงาและมีกลไกฟันเฟืองทองเหลืองอยู่ภายใน มันคือมรดกจากยุคก่อนที่พวกหมอผีริมน้ำมักจะพูดถึงกันว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ ‘เตือน’ เมื่อสายน้ำเปลี่ยนทิศ

“ริน มั่นใจนะว่าจะใช้ไอ้นั่นได้ผล?” ลุงบุญมาถามพลางชี้ไปที่แท่งเหล็กที่ดูเหมือนจะพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อหากมีแรงสั่นสะเทือน

“ถ้าไม่ลองตอนนี้ เราก็ต้องไปนอนข้างถนนที่ท่าเรือต่างถิ่นนั่นแหละ!” รินตอบพร้อมกับคว้าคันบังคับมาถือไว้ “คามิน! คุมเครื่องยนต์ให้คงที่ อย่าให้กระแสน้ำหมุนวนพัดเราเข้าหาเหล็กนั่น!”

รินเริ่มลงมือ เธอไม่ได้แค่บังคับทิศทางเรือ แต่เธอใช้คันบังคับนั้นโยนลงไปในน้ำในจุดที่กระแสน้ำเริ่มก่อตัวเป็นวงกลม กลไกฟันเฟืองในมือเธอสั่นสะเทือนตามแรงดันน้ำ เธอต้องคำนวณจังหวะการหมุนของเฟืองให้สอดคล้องกับแรงของน้ำมรสุมที่กำลังพัดเข้ามา

“หมุนไปทางขวา! อีกนิด!” รินตะโกนสั่งตัวเองในใจ ขณะที่เหงื่อเริ่มไหลซึมตามไรผม

เรือเริ่มเอียงวูบเมื่อกระแสน้ำพยายามจะผลักเข้าหาแท่งเหล็ก คามินรีบขยับตัวไปที่คันบังคับเครื่องยนต์ “ริน! น้ำมันกำลังจะตีกลับ! เราจะหลุดออกไปทางซอกตลิ่งไหม?”

“หลุดแน่! แค่ต้องดึงน้ำให้มันเปิดทาง!” รินออกแรงหมุนคันบังคับไม้จนกล้ามเนื้อแขนขึ้นเป็นลอน เสียงฟันเฟืองทองเหลืองเสียดสีกันดัง ‘แกรก...แกรก...’ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ดังสนั่น ทันใดนั้นเอง แรงดันน้ำที่เคยพัดเข้าหาแท่งเหล็กกลับถูกเบี่ยงออกไปทางร่องเล็กๆ ข้างตลิ่งที่คามินชี้ไว้

เรือหางยาวพุ่งทะยานผ่านช่องแคบระหว่างแท่งเหล็กกับตลิ่งได้อย่างหวุดหวิด เสียงเหล็กกระทบกับน้ำดังสนั่นหวั่นไหวจนเรือสั่นสะเทือนไปทั้งลำ แต่สุดท้าย... ความเงียบสงบของคลองสายเล็กๆ ก็เข้าปกคลุมเรือของพวกเขาอีกครั้ง

“เราทำได้!” รินตะโกนพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเรือ หอบหายใจแรง ชาวบ้านที่นั่งเงียบมาตลอดต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ

“นั่นมันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่ๆ” คามินพูดพลางมองดูคันบังคับไม้ที่ยังคงสั่นไหวเล็กน้อย “เครื่องมือโบราณนั่น... มันทำงานกับกระแสน้ำได้จริงๆ เหมือนกับที่คำทำนายแห่งดวงดาวเคยบอกไว้เรื่องการควบคุมสายน้ำ”

รินปาดเหงื่อออกจากหน้า พลางมองไปที่ชุมชนปลายน้ำที่เริ่มเห็นแสงไฟจากเรือนแพอยู่รำไร “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นคามิน นายหัวเดชาจะสร้างเขื่อนเพื่อปิดกั้นเรา แต่ตราบใดที่น้ำยังมีทางไหล และเรายังมีวิธีจัดการกับมัน เขาก็ไม่มีวันครองคลองนี้ได้ทั้งหมด”

เธอมองไปยังชาวบ้านที่เริ่มกลับมามีรอยยิ้ม และสายตาที่มองมายังเธอไม่ใช่แค่ความหวัง แต่คือความเชื่อมั่น “พวกเราต้องกลับไปรวมตัวกันที่นั่น เราต้องทำให้ชุมชนปลายน้ำเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุด ถ้าเราคุมทางน้ำสายเล็กๆ เหล่านี้ได้ เราจะคุมหัวใจของการค้าทั้งหมดในเขตมรสุมนี้ได้”

ขณะที่เรือกำลังแล่นเข้าสู่เขตชุมชน รินสังเกตเห็นเงาของเรือลาดตระเวนของนายหัวเดชาอยู่ไกลๆ ที่หัวโค้งน้ำ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอขยับถอยหลังแม้แต่น้อย

“คามิน เตรียมแผนผังน้ำรอบคลองคำสาปไว้ให้ดี” รินสั่งเสียงเข้ม “ครั้งต่อไป เราจะไม่ใช่แค่หลบเลี่ยง แต่เราจะสร้างเส้นทางของเราเอง”

--- รินนำชาวบ้านพยายามกลับเข้าชุมชนปลายน้ำ แต่ถูกกลุ่มของนายหัวเดชาใช้แท่งเหล็กขวางทางน้ำไว้ เธอจึงใช้เครื่องมือโบราณบังคับทิศทางน้ำเพื่อสร้างทางเบี่ยงจนพาเรือผ่านช่องแคบกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย และตั้งปณิธานจะสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อต่อสู้กับกลุ่มทุน