ตอนที่ 115 — สัญญาณจากยอดเสากระโดงไม้
เสียงค้อนตอกตะปูไม้สนดังสะท้อนไปทั่วสวนพฤกษศาสตร์ที่กำลังสั่นไหว คามินปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก เขามองดูโครงสร้างไม้แกะสลักที่ดูเหมือนเสากระโดงเรือขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางอาคารหลัก มันไม่ใช่แค่เสาประดับ แต่มันคือเสาส่งสัญญาณที่บรรจุขดลวดทองแดงถักทอร่วมกับผลึกแร่ธรรมชาติที่เขาสกัดได้จากใต้ดิน
“คามิน! น็อตตัวสุดท้ายตรงข้อต่อฐานเรือนไม้เสียบเข้าไปหรือยัง? ถ้ากระแสน้ำมรสุมลูกหน้าพัดแรงขึ้นมา แล้วระบบแรงดันน้ำในกลไกส่งสัญญาณมันหลุด เราจะเสียทั้งสวนทั้งเครื่องส่งตัวนี้ไปเลยนะ!” รินตะโกนมาจากชั้นล่าง เสียงของเธอแหบพร่าจากการเพิ่งขึ้นกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลระดับนานาชาติมาหมาดๆ แต่แววตากลับวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น
“ใกล้แล้วริน! ขอลองเช็กจังหวะการไหลของน้ำในท่อทองแดงอีกรอบ” คามินตอบพลางก้มลงมองกลไกฟันเฟืองไม้ที่หมุนวนตามแรงดันน้ำที่ไหลมาจากลำคลองจำลอง เขาพยายามควบคุมมือไม่ให้สั่น “ถ้าแรงดันไม่คงที่ คลื่นสัญญาณจะขาดช่วงเหมือนเรือที่เจอพายุกลางคลองมรสุม”
คามินหยิบประแจทองเหลืองขึ้นมาขันน็อตตัวสุดท้ายเข้ากับฐานไม้ เสียงไม้ลั่น ‘เอี๊ยด’ เบาๆ ทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ เขาไม่ได้แค่สร้างเครื่องมือสื่อสาร แต่นี่คือการพยายามร้อยรัดผู้คนในที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเข้าด้วยกันผ่านคลื่นความถี่ที่เขาสร้างขึ้นจากพลังงานสะอาดของน้ำและลม
“นายนึกถึงเรื่องที่เถาว์เคยเขียนไว้ในบันทึกไหม?” คามินพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงลายมือหวัดๆ ของเถาว์ที่เคยบอกว่า ‘เมื่อน้ำไหลถึงจุดหนึ่ง มันจะไม่เพียงแค่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่จะพาความหมายของคำว่าบ้านไปถึงผู้คนที่อยู่ไกลออกไป’
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณ ‘ติ๊ด’ ยาวๆ ดังขึ้นจากแผงควบคุมไม้ คามินรีบกระโจนไปที่หน้าจอที่ทำจากกระจกขัดเงาและของเหลวเรืองแสง “ริน! มันทำงานแล้ว! สัญญาณเริ่มวิ่งผ่านท่อทองแดงไปตามแนวกระแสน้ำแล้ว!”
เขารีบปรับจูนค่าแรงดันน้ำผ่านก้านโยกไม้ รินวิ่งขึ้นบันไดวนมาถึงข้างบนพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง “ว่าไงล่ะ? เชื่อมต่อกับชุมชนเรือนแพฝั่งตะวันตกได้หรือยัง? ฉันอยากรู้ว่าพวกนั้นจะรับรู้ถึงสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ไหม”
“กำลังส่งสัญญาณทดสอบ...” คามินกดปุ่มกลไกไม้ “หนึ่ง... สอง... สาม!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ในท่อ คามินกลั้นหายใจ เขามองไปที่เครื่องรับสัญญาณที่ตั้งอยู่ในห้องแล็บด้านล่าง ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็สว่างวาบขึ้นบนหน้าจอระยิบระยับ
“ได้ผล!” รินตะโกนก้อง “สัญญาณจากเครือข่ายไร้สายของเราข้ามผ่านคลองสายหลักไปถึงชุมชนชาวประมงแล้ว!”
แต่ในขณะที่ความดีใจกำลังครอบงำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์ คามินขมวดคิ้ว เขามองลงไปจากระเบียงไม้ เห็นชายในชุดสูทสีเข้มหลายคนเดินนำโดยชายร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างชัดเจน
“นายหัวเดชา...” รินพึมพำ เสียงของเธอเปลี่ยนจากความดีใจเป็นความระแวดระวังทันที
นายหัวเดชาเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าอาคารหลัก เขาไม่ได้ดูโกรธเคือง แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขานั้นดูเยือกเย็นเสียจนคามินรู้สึกหนาวสันหลัง “ยินดีด้วยนะแม่สาวน้อย สำหรับรางวัลระดับโลก และยินดีด้วยนะคุณคามิน สำหรับ... สิ่งประดิษฐ์ที่น่าประทับใจชิ้นนี้”
“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับนายหัว?” คามินถามพลางก้าวลงมาขวางหน้ารินไว้ “สวนนี้เป็นเขตอนุรักษ์ และเราเพิ่งประกาศจุดยืนชัดเจนไปในงานรับรางวัล”
นายหัวเดชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ผมไม่ได้มาเพื่อทะเลาะเรื่องกฎหมาย ผมมาในฐานะพันธมิตร องค์กรเทคโนโลยีที่ผมเป็นหุ้นส่วนอยู่ เขาสนใจระบบสื่อสารของคุณมาก คามิน... ระบบที่ใช้พลังงานสะอาดและเข้าถึงได้ทุกที่แบบนี้ มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่โลกต้องการ ถ้าคุณยอมร่วมมือกับเรา เราจะเปลี่ยนจาก ‘การสื่อสารของชุมชน’ ให้กลายเป็น ‘เครือข่ายระดับโลก’ ที่ทุกคนต้องจ่ายค่าผ่านทางเพื่อใช้งาน”
“คุณหมายถึงจะใช้เทคโนโลยีของเรามาปิดกั้นทางข้อมูล เหมือนที่พวกคุณพยายามสร้างเขื่อนปิดกั้นทางน้ำงั้นเหรอ?” รินถามเสียงแข็ง
“อย่ามองในแง่ร้ายไปหน่อยเลยริน” นายหัวเดขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น “มันคือการจัดระเบียบ ถ้าคุณยอมรับข้อเสนอขององค์กรเรา คุณจะได้ทรัพยากรไม่จำกัดในการขยายเครือข่ายนี้ไปทั่ว Alcoron แต่ถ้าคุณปฏิเสธ... สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ก็อาจจะกลายเป็นแค่เศษไม้ที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในกระแสน้ำที่ไม่มีใครสนใจ”
คามินมองไปที่เครื่องส่งสัญญาณที่เขาสร้างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำคือการเชื่อมโยงผู้คนเพื่อสร้างความเข้าใจ แต่ข้อเสนอของนายหัวเดชากำลังจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธในการผูกขาด
“ผมต้องขอเวลาตัดสินใจ” คามินตอบ พยายามรักษาความสุภาพแต่เด็ดขาด “ระบบนี้สร้างขึ้นเพื่อความเท่าเทียม ไม่ใช่เพื่อการสร้างกำแพงดิจิทัล”
“เวลาเป็นสิ่งที่แพงที่สุดในโลกมรสุมนะคุณคามิน” นายหัวเดชาทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับผู้ติดตาม
เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง รินหันมามองคามิน “เราจะทำยังไงต่อ? ถ้าเราไม่รับเงินเขา เราจะไม่มีปัญญาขยายเครือข่าย แต่ถ้าเรารับ... เราก็กลายเป็นพวกเดียวกับเขา”
คามินไม่ได้ตอบในทันที เขามองไปที่เครื่องส่งสัญญาณที่ยังคงทำงานอยู่ แสงสีฟ้าจากมันยังคงกะพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของโลกที่กำลังเต้นอยู่ใต้ผิวน้ำ เขาตัดสินใจหยิบสมุดบันทึกของเถาว์ขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง
“ริน... ผมจะเชื่อมโยงโลกนี้ให้ได้ แต่ไม่ใช่ในแบบที่นายหัวเดชาต้องการ” คามินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เราจะสร้างเครือข่ายที่ไม่มีใครสามารถสร้างเขื่อนกั้นได้ แม้แต่คนอย่างเขา”
เขามองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบน้ำมรสุม ในใจเขามีเพียงความมุ่งมั่นเดียว คือการใช้คลื่นสัญญาณนี้เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม ไม่ใช่เครื่องมือขูดรีด แต่ในขณะที่เขากำลังจะปิดเครื่องส่งสัญญาณเพื่อพักผ่อน แสงสีฟ้าบนหน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นแรงกว่าเดิม พร้อมกับเสียงสัญญาณที่ดังรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่ง... กำลังพยายามส่งสัญญาณตอบกลับมาจากที่ที่ไกลแสนไกลเกินกว่าที่เทคโนโลยีของเขาจะเอื้อมถึง
--- คามินประสบความสำเร็จในการสร้างระบบสื่อสารไร้สายพลังงานสะอาดท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องการผูกขาดทางน้ำ แต่นายหัวเดชาได้เข้ามาเสนอข้อตกลงที่แฝงการควบคุมเครือข่าย ทิ้งท้ายด้วยสัญญาณประหลาดที่ตอบกลับมาอย่างลึกลับ