ตอนที่ 112 — เสียงกระเพื่อมใต้ฐานไม้กระดาน
เสียงพายกระทบผิวน้ำดัง ‘จ๋อม’ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินกระชับไม้พายในมือแน่นขึ้นเล็กน้อยขณะที่เรือพายลำเล็กเลาะเลียบไปตามคันคลองคำสาป กลิ่นดินเลนที่เคยเหม็นอับบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพืชน้ำที่กำลังผลิใบใหม่ แสงแดดรำไรลอดผ่านเรือนแพที่ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนกับผิวน้ำที่ใสจนเห็นฝูงปลาตะเพียนแหวกว่ายอยู่ตามรากโกงกาง
“พี่ริน! ดูนี่สิครับ!” เสียงเด็กชายตัวน้อยตะโกนลั่นมาจากท่าน้ำหน้าแพไม้ไผ่ เขาชี้ชวนให้ดูดอกบัวหลวงที่เพิ่งจะบานชูช่อพ้นน้ำ “มันบานพร้อมกันทั้งคลองเลย!”
รินคลี่ยิ้มพลางพยักหน้า “ก็แน่ล่ะสิ เพราะพวกเจ้าไม่ปล่อยให้ขยะไปอุดทางน้ำยังไงล่ะ ถ้ากระแสน้ำเดินสะดวก ดอกไม้ก็เดินตามน้ำมาเอง” เธอใช้สำเนียงใต้ที่ติดมากับจังหวะการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ พลางหมุนหัวเรือให้เข้าเทียบท่าไม้หน้าเรือนแพชุมชน
คามินนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ถุนเรือน เขากำลังก้มหน้าก้มตาตรวจเช็กกลไกเล็กๆ ของเครื่องกรองน้ำชีวภาพที่เขาสร้างขึ้น มือของเขาเลอะคราบดินและน้ำมันเครื่อง แต่ดวงตาที่มองผ่านแว่นกลับดูสงบกว่าครั้งไหนๆ “ริน มาพอดีเลย ผมเพิ่งเซตระบบจ่ายพลังงานจากถังหมักขยะเสร็จ คราวนี้ไฟในเรือนแพแถวนี้จะติดสว่างได้โดยไม่ต้องใช้ฟืนเผาไม้จากป่าอีกต่อไปแล้ว”
“เก่งจริงนะพ่อวิศวกร” รินเอ่ยชมพลางก้าวขึ้นจากเรือ “แต่ดูท่าทางเจ้าจะไม่ได้พักเลยนะ คามิน หน้าซีดเชียว”
คามินชะงักมือที่กำลังขันน็อต เขาเงยหน้าขึ้นมองรินด้วยสายตาที่พยายามจะทำเป็นปกติ “ก็แค่... งานมันเยอะน่ะ ระบบใหม่มันต้องการการปรับจูนตลอดเวลา แต่ริน... เธอสังเกตเห็นไหม?”
รินขมวดคิ้ว “สังเกตเห็นอะไร?”
“แรงสั่นสะเทือนใต้พื้นไม้” คามินลดเสียงลง เขาชี้ไปยังพื้นกระดานใต้ฐานรากของพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่อยู่ใกล้ๆ กัน “มันไม่ใช่แรงสั่นจากการเดินเรือ หรือแรงจากเครื่องยนต์ แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง... กำลังเคลื่อนไหวอยู่ลึกข้างล่างนั่น ใต้ชั้นตะกอนดิน”
รินขยับเข้าไปใกล้ เขาหยิบสมุดบันทึกเก่าๆ ของเถาว์ออกมาจากย่าม พลิกไปหน้าที่มีลายมือเขียนไว้อย่างประณีต ‘เมื่อน้ำนิ่งสนิท จงฟังเสียงจากรากฐาน เพราะนั่นคือลมหายใจของดิน’ เธออ่านทวนประโยคนั้นในใจ ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรู้สึกเชื่อมโยง เหมือนกับว่าทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเธอกำลังสอดประสานไปกับกระแสน้ำที่ไหลวนอยู่ใต้ดิน
“มันเป็นแค่การขยับตัวของชั้นดินจากการจัดการขยะใหม่ของนายหรือเปล่า?” รินถามเพื่อความแน่ใจ
“ผมตรวจสอบโครงสร้างไม้ทั้งหมดแล้ว มันแข็งแรงดี แต่มันมีแสง... แสงสีฟ้าอ่อนๆ วาบขึ้นมาจากรอยแตกใต้ฐานรากตอนที่น้ำลด” คามินพูดพลางหยิบเครื่องวัดความสั่นสะเทือนขึ้นมาดู “มันเกิดขึ้นเป็นจังหวะ เหมือนการหายใจ”
รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอเดินไปที่ริมตลิ่ง มองลงไปในน้ำที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาดใจ ความสงบนี้ไม่ใช่ความตาย แต่มันคือความสมบูรณ์แบบที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของคนในชุมชน เธอเห็นเด็กๆ วิ่งเล่น เห็นผู้เฒ่าผู้แก่กำลังซ่อมแห และเห็นวิถีชีวิตที่หยั่งรากลึกลงไปในดินเลนแห่งนี้
“ถ้าที่นี่คือหัวใจของเดลต้า...” รินพึมพำกับตัวเอง “ฉันก็คงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงมันไว้”
เธอหันกลับมามองคามินด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว “คามิน ไม่ว่าแสงนั่นจะเป็นอะไร หรือแรงสั่นนั่นจะมาจากไหน เราจะไม่ยอมให้ใครมาขุดทำลายความสงบนี้เด็ดขาด ถ้าพวกกลุ่มทุนอยากจะสร้างเขื่อนหรือเปลี่ยนคลองนี้เป็นทางหลวงน้ำ พวกเขาต้องข้ามศพฉันไปก่อน”
“ริน... เธอหมายความว่าอย่างไร?” คามินถามด้วยความกังวล
“ฉันจะอยู่ที่นี่” รินกล่าว เสียงของเธอมั่นคงเหมือนเสียงคลื่นกระทบฝั่ง “ฉันจะสอนเด็กๆ เรื่องการอ่านทิศทางลม สอนพวกเขาเรื่องกฎแห่งกระแสน้ำ และสอนให้เขารู้จักปกป้องดินเลนนี้เหมือนที่พวกเราทำ ฉันจะทำให้คลองคำสาปนี้กลายเป็นตำนานที่ใครก็มาแตะต้องไม่ได้”
คามินมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธอ มันไม่ใช่แค่ความแค้นต่อพวกพ่อค้าต่างถิ่น แต่มันคือความรักในผืนน้ำที่ลึกซึ้งจนแทบจะกลายเป็นความศรัทธา “ถ้าอย่างนั้น... ผมจะดูแลเรื่องโครงสร้างและเทคโนโลยีเอง เราจะสร้างเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นให้ที่นี่”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญา แสงสีฟ้าประหลาดใต้ฐานรากพิพิธภัณฑ์ก็วาบขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันแรงกว่าเดิมจนพื้นไม้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียง ‘ครืน’ ดังมาจากใต้ดิน ลึกเข้าไปในชั้นตะกอนที่ไม่มีใครเคยไปถึง
รินก้มลงมองที่ผิวน้ำ เธอเห็นเงาสะท้อนของดวงดาวที่เริ่มปรากฏบนท้องฟ้ายามโพล้เพล้ แสงดาวเหล่านั้นดูเหมือนจะวูบไหวล้อไปกับแสงใต้ดินอย่างน่าประหลาด ราวกับคำทำนายแห่งดวงดาวที่พวกหมอผีริมน้ำเคยเล่าขานถึงราชินีผู้จะมาจุติกำลังเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างออกมาจากความมืดมิดใต้ผืนน้ำ
ทันใดนั้น เสียงไม้ลั่น ‘เปรี๊ยะ!’ ดังสนั่นมาจากฐานรากพิพิธภัณฑ์ รอยแตกขนาดใหญ่เริ่มปริแยกออกตามแนวไม้กระดาน และมีของเหลวสีเรืองแสงไหลซึมออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ข้างใต้กำลังจะทะลักขึ้นมาสู่โลกเบื้องบน
--- รินตัดสินใจอุทิศตนเพื่อเป็นผู้พิทักษ์คลองคำสาปและถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่ แต่ในขณะที่ความสงบสุขกำลังคืนกลับมา เธอกลับพบความผิดปกติของแสงและแรงสั่นสะเทือนลึกลับใต้ฐานรากพิพิธภัณฑ์ที่กำลังจะปะทุขึ้น