ตอนที่ 107 — ฟันเฟืองสีเขียวและการสั่นสะเทือนใต้เรือนแพ
“คามิน นายแน่ใจนะว่าวาล์วตัวนี้จะไม่ระเบิดใส่หน้าเราตอนน้ำขึ้น?” รินตะโกนถามแข่งกับเสียงหวีดหวิวของลมมรสุมที่พัดผ่านช่องลมของโรงงานผลิตพลังงานชีวภาพ
คามินไม่ได้หันไปมองทันที เขากำลังใช้ประแจทองเหลืองขันน็อตตัวสุดท้ายเข้ากับโครงสร้างไม้สักที่ถูกดัดแปลงเป็นกลไกควบคุมแรงดัน ‘ริน ตั้งสติหน่อย ถ้าฉันกะระยะแรงดันจากน้ำเลี้ยงพืชผิดไปแค่คืบเดียว ไอ้พืชพลังงานพวกนี้มันจะกลายเป็นระเบิดชีวภาพทันที ไม่ใช่แค่ระเบิดธรรมดา’ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เหงื่อจะผุดพรายเต็มหน้าผากจนเปียกชุ่มเสื้อผ้าเนื้อหยาบ
ตรงหน้าของพวกเขาคือ ‘ระบบวงจรเขียว’ มันคือโครงสร้างไม้กลไกขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อกันด้วยท่อแก้วใส ภายในท่อเหล่านั้นมีของเหลวสีเขียวเรืองแสงไหลเวียนอยู่ มันคือสารสกัดจากพืชพิเศษที่คามินพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงแดดและน้ำมรสุมให้กลายเป็นกระแสขับเคลื่อนกลไกเรือและเครื่องจักรเกษตรกรรม
“ดูนั่นสิ!” รินชี้ไปที่แปลงทดลองจำลองที่อยู่ติดกับโรงงาน ‘พืชพวกนี้มันโตเร็วกว่าเดิมสามเท่า ตั้งแต่เราเริ่มใช้ระบบหมุนเวียนน้ำแบบใหม่ที่รินเสนอในที่ประชุมโลกคราวที่แล้ว’
คามินพยักหน้า เขาเดินไปที่แผงควบคุมไม้ที่สลักลวดลายกลไกอย่างประณีต ‘มันไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว แต่มันคือความเสถียร ริน ดูอัตราการไหลของสารอาหารสิ มันไหลตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงของเดลต้าพอดีเป๊ะ เหมือนกับว่าธรรมชาติยอมรับกลไกที่เราสร้างขึ้นมา’
“ถ้ามันได้ผลขนาดนี้ พ่อค้าจากกลุ่มทุนเมืองหลวงคงไม่ปล่อยเราไว้แน่” รินกอดอก มองออกไปที่ลำคลองกว้างใหญ่ที่มีเรือสินค้าลำโตแล่นผ่าน “พวกนั้นอยากได้สูตรพืชนี้ไปทำเขื่อนปิดกั้นน้ำ เพื่อคุมราคาอาหารทั้งโลก”
“เราจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น” คามินกล่าวพลางจัดระเบียบฟันเฟือง ‘เราจะกระจายระบบนี้ออกไป เราจะส่งพิมพ์เขียวและกลไกไม้พวกนี้ให้เกษตรกรริมน้ำทั่วทั้งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมรสุม ไม่ใช่แค่ให้โรงงานของฉัน แต่ให้ทุกชุมชนเรือนแพมีพลังงานเป็นของตัวเอง’
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้ง รินรีบหยิบมีดสั้นข้างเอวขึ้นมาถือไว้ตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อประตูเปิดออก กลับเป็นคณะตัวแทนเกษตรกรจากหลายหมู่บ้านที่ถือสมุดบันทึกและอุปกรณ์ไม้แกะสลักมาด้วย ‘คามิน นายหัวเดชาบอกว่าถ้าเราตกลงใช้ระบบนี้ เราจะไม่มีวันอดอยากอีก แม้ในช่วงมรสุมที่น้ำหลากจนเพาะปลูกไม่ได้’ หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรเอ่ยด้วยแววตาที่มีความหวัง
คามินยิ้มบางๆ เขาเริ่มสาธิตการทำงานของเครื่องกลไกเล็กๆ ที่ทำจากไม้และทองเหลือง ‘นี่คือหัวใจของมันครับ มันทำงานด้วยแรงดันน้ำและสารสกัดพืช ไม่ต้องใช้ถ่านหิน ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากพวกต่างถิ่น ทุกคนสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ด้วยไม้และทักษะช่างท้องถิ่น’
ตลอดทั้งวัน คามินต้องสาธิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาอธิบายโครงสร้างไม้ที่ต้องทนต่อความชื้นสูง การจัดวางฟันเฟืองให้สัมพันธ์กับระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เขาเห็นรอยยิ้มและประกายไฟในดวงตาของชาวเรือเมื่อเข้าใจว่าพวกเขาสามารถควบคุมโชคชะตาของผลผลิตในมือได้เองโดยไม่ต้องง้อพ่อค้ากลาง
“มันเหมือนกับคำทำนายเลยนะ” รินกระซิบขณะที่พวกเขากำลังเก็บอุปกรณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมย่อย “เรื่องราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่ง... บางทีการที่ทุกคนมีอาหารกินอย่างเท่าเทียม อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งนั้นก็ได้”
“ฉันไม่รู้เรื่องราชินีหรอกริน” คามินตอบพลางเช็ดคราบน้ำมันออกจากมือ “ฉันรู้แค่ว่าถ้าฟันเฟืองตัวนี้หมุนไปได้ทั่วโลก มรสุมจะพรากอะไรไปจากเราไม่ได้อีก”
ความสำเร็จเริ่มก่อตัวเป็นรูปธรรม พืชพลังงานเริ่มถูกส่งไปยังชุมชนต่างๆ กระแสไฟฟ้าจากชีวมวลเริ่มส่องสว่างตามเรือนแพที่เคยอับแสง ความมั่นคงทางอาหารที่คามินพยายามสร้างกำลังกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นไม่ให้กลุ่มทุนผูกขาดเส้นทางน้ำได้ง่ายๆ
แต่แล้ว ในจังหวะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมโรงงานผลิตพลังงานเพื่อเตรียมรับวันใหม่
ตึง...
แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้าของคามิน มันไม่ใช่แรงสั่นจากการทำงานของเครื่องจักร แต่มันเป็นจังหวะที่ลึกและหนักแน่นเหมือนมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังขยับตัวอยู่ใต้พื้นดินและโคลนตมใต้โรงงาน
ตึง... ตึง...
“คามิน นายรู้สึกไหม?” รินถาม เสียงของเธอเริ่มสั่น “มันไม่ใช่แรงน้ำขึ้นน้ำลงนะ”
คามินรีบก้มลงมองที่พื้นไม้กระดาน เขาสังเกตเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่เริ่มลามออกไปจากใต้ฐานรากของเครื่องกลไกหลัก น้ำสีดำขุ่นที่ไม่ได้มาจากระบบของเขาเริ่มซึมขึ้นมาตามรอยแตกนั้น มันไม่ใช่แค่น้ำ แต่มันมีกลิ่นเหม็นเน่าของสิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานแสนนาน
เคร้ง!
เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นมาจากใต้พื้นโรงงาน พร้อมกับเสียงเตือนภัยจากมาตรวัดแรงดันที่พุ่งทะลุขีดสีแดงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ คามินมองดูเข็มวัดที่สั่นระริกด้วยความตระหนก ก่อนจะเห็นว่าใต้แผ่นไม้ที่เขาเพิ่งขันน็อตไปเมื่อครู่ มีบางอย่างกำลังพยายามดันขึ้นมาจากเบื้องล่าง
--- คามินประสบความสำเร็จในการขยายระบบเกษตรอัจฉริยะจากพืชพลังงานไปสู่ชุมชนทั่วเดลต้าเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ในขณะที่กำลังเฉลิมฉลอง กลับเกิดแรงสั่นสะเทือนปริศนาและน้ำเน่าเสียซึมขึ้นมาจากใต้ฐานรากของโรงงาน