← 章節目錄

Echoes of the Spirit Valley

章節 5免費

ตอนที่ 5 — เสียงสะท้อนจากผาหินจำแลง

เสียงครืนครั่นของผาหินที่กำลังพังทลายดังสนั่นหวั่นไหว ก้อนหินขนาดมหึมาหล่นลงมาเป็นทอดๆ ฝุ่นละอองคลุ้งตลบจนแทบมองไม่เห็นหนทาง ไพลินกุมขลุ่ยวิญญาณในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก แรงสั่นสะเทือนทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่ เท้าเปล่าสัมผัสกับพื้นดินที่กำลังปริแยกออกเป็นรอยร้าวลึก เธอหันไปมองซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แต่แววตาที่ส่งกลับมานั้นเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

“ไพลิน! เราต้องไปจากที่นี่!” ซีตะโกนเสียงดัง พยายามกลบเสียงอึกทึกของผาหินที่กำลังถล่ม

ไพลินพยักหน้ารับ แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องอยู่ที่แท่นบูชาผลึกจันทราที่กำลังจะถูกกลืนหายไปกับซากปรักหักพัง แผ่นจารึกโบราณที่เธอเพิ่งค้นพบ… ‘เพลงแห่งการเยียวยา’… มันอยู่ที่นั่น! ความรู้สึกขัดแย้งปะทุขึ้นในใจระหว่างสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่เธอต้องแบกรับ

“ฉัน… ฉันต้องเอามันมาให้ได้!” เสียงของเธอสั่นเครือ แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“เป็นไปไม่ได้! มันอันตรายเกินไป!” ซีพยายามคว้าแขนเธอไว้ แต่ไพลินสะบัดออก

“นี่คือความหวังเดียวของเรา ซี! ถ้าเพลงนี้หายไป… ผู้คนในหุบเขา… พวกเขาจะ…” น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า แต่เธอสะกดกลั้นไว้

ทันใดนั้นเอง แผ่นหินสลักในมือของไพลินก็สว่างวาบขึ้น แสงสีทองเรืองรองแผ่ประกายออกมาอย่างอ่อนโยน มันไม่ใช่แสงจ้าที่น่ากลัว แต่เป็นแสงที่อบอุ่นและปลอบประโลม ราวกับมีพลังงานบางอย่างกำลังตอบสนองต่อความมุ่งมั่นของเธอ ไพลินสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันคุ้นเคยที่ไหลเวียนเข้ามาในร่าง มันคือพลังของบรรพบุรุษ… พลังที่เธอเคยสัมผัสได้จากขลุ่ยวิญญาณ

“ซี… ดูนี่สิ!”

ซีมองตาม แสงจากแผ่นหินสลักนั้นสาดส่องไปยังจุดหนึ่งบนผนังถ้ำที่ยังคงแข็งแรง แม้บริเวณรอบข้างจะกำลังพังทลายลงมาก็ตาม เป็นช่องว่างเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกซ่อนเอาไว้

“นั่นมัน… ช่องลับ!” ซีอุทาน

โดยไม่รอช้า ไพลินวิ่งตรงไปยังช่องนั้น พร้อมกับซีที่วิ่งตามมาติดๆ เธอเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสกับผนังหินด้านในอย่างรวดเร็ว พบว่ามันสามารถขยับได้ เมื่อออกแรงดันเข้าไปอย่างเต็มที่ ผนังหินก็แง้มเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินเล็กๆ ที่ทอดลึกลงไปในความมืด

“เร็วเข้า!” ซีเร่ง

ไพลินก้าวเข้าไปในทางเดินนั้นอย่างไม่ลังเล โดยมีซีตามเข้าไปเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่เขาจะหันไปออกแรงดันผนังหินให้ปิดลง เสียงหินเสียดสีกันดังครืดคราด และเพียงชั่วพริบตา ทางเข้าก็ถูกปิดสนิทราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เสียงครืนครั่นของการพังทลายด้านนอกพลันเงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองที่ยังคงเต้นแรง

ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงเรืองรองจากแผ่นหินสลักของไพลินที่ส่องสว่างพอจะมองเห็นทางข้างหน้าได้เล็กน้อย อากาศภายในทางเดินเย็นเฉียบและอับชื้น ผิดกับอากาศภายนอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นและความร้อนจากการเสียดสีของหิน

“นี่มัน… ที่ไหนกัน?” ซีพึมพำ

ไพลินไม่ตอบ เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานโบราณที่เข้มข้นกว่าที่ใดๆ ที่เธอเคยพบมา มันไม่ใช่พลังงานที่น่ากลัว แต่มันให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ และบางอย่างที่ถูกเก็บงำไว้นานแสนนาน

“ขลุ่ยของฉัน… มันกำลังตอบสนอง” ไพลินกล่าวเสียงเบา เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากขลุ่ยวิญญาณในมือ มันสั่นสะท้านเบาๆ ราวกับมีชีวิต

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในทางเดินนั้น สภาพภายในดูเหมือนถ้ำธรรมชาติ แต่ผนังบางส่วนกลับมีรอยสลักลวดลายโบราณที่เลือนราง ยากจะมองเห็นรายละเอียดชัดเจน แสงจากแผ่นหินสลักของไพลินส่องนำทางพวกเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทางเดินเริ่มกว้างขึ้น และปลายทางปรากฏเป็นแสงสว่างสลัวๆ

เมื่อทั้งสองก้าวผ่านม่านแสงนั้นออกมา ภาพตรงหน้าก็ทำให้ทั้งคู่ถึงกับตะลึงงัน

พวกเขาไม่ได้อยู่ในถ้ำอีกต่อไป แต่กลับปรากฏตัวอยู่กลางโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผลึกเรืองแสงระยิบระยับทั่วเพดานและผนัง โถงนี้มีลักษณะคล้ายกับโดมขนาดมหึมา ภายในมีลำธารใสไหลเอื่อยๆ สะท้อนแสงสีต่างๆ จากผลึก จนเกิดเป็นภาพมายาอันงดงามราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์

“นี่มัน… สวยงามเหลือเกิน” ซีอุทานด้วยความทึ่ง

ไพลินเองก็ไม่ต่างกัน ภาพตรงหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ มันเป็นความงามที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เสียงเพลง… เสียงเพลงที่แผ่วเบาดุจสายลมพัดผ่านกำลังดังแว่วมา

เสียงเพลงนั้น… ไพเราะและคุ้นเคยอย่างประหลาด มันไม่ใช่เสียงเพลงที่เธอเคยได้ยินมาก่อน แต่กลับปลุกความรู้สึกบางอย่างในส่วนลึกของจิตใจเธอขึ้นมา ราวกับว่าเสียงเพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเธอเอง

“ซี… เธอได้ยินไหม?” ไพลินถาม เสียงสั่นเครือ

ซีพยักหน้า “ได้ยิน… มันคือเสียงเพลงศักดิ์สิทธิ์… เพลงแห่งบรรพกาล…”

ไพลินก้าวเดินเข้าไปใกล้ลำธารใส เธอโน้มตัวลงมองดูเงาสะท้อนของตนเองในน้ำ และสิ่งที่เธอเห็นทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ

เงาสะท้อนนั้น… ไม่ใช่เงาของไพลินคนเดิมอีกต่อไป แสงจากผลึกรอบตัวสะท้อนให้เห็นว่าใบหน้าของเธอเริ่มซีดเซียว ดวงตาฉายแววอ่อนล้า และที่น่ากลัวที่สุด… ผิวหนังบริเวณแขนซ้ายของเธอเริ่มมีรอยด่างดำคล้ายกับแผลเป็นที่กำลังลามเลือนไปอย่างช้าๆ

“นี่มัน… ไม่จริง!” เธออุทานเสียงหลง

โรคประหลาด… มันกำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ! ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว… ที่แท่นบูชาผลึกจันทรา… เมื่อตอนที่แท่นกำลังพังทลาย… เธอได้สัมผัสกับผลึกนั้น… เธออาจจะได้รับเชื้อโรคเข้ามาโดยไม่รู้ตัว!

“ไพลิน! แขนเธอ!” ซีเห็นรอยด่างดำบนแขนของไพลิน ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

ไพลินเงยหน้ามองซี น้ำตาเริ่มไหลริน “ฉัน… ฉันติดโรคแล้ว…”

ความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรง เธอออกตามหา ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ เพื่อช่วยเหลือผู้คนในหุบเขา แต่สุดท้าย เธอกลับกลายเป็นผู้ที่ต้องการการเยียวยาเสียเอง

ทันใดนั้น เสียงเพลงที่ดังแว่วมาเมื่อครู่นี้ ก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นท่วงทำนองที่ชัดเจนและทรงพลังมากขึ้น มันไม่ใช่แค่เสียงเพลงที่ไพเราะ แต่มันเต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์ที่กำลังแผ่กระจายไปทั่วโถงแห่งนี้

ไพลินเงยหน้าขึ้นมองไปยังใจกลางของโถงนั้น ที่นั่นมีแท่นบูชาอีกแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ มันสร้างขึ้นจากผลึกสีขาวบริสุทธิ์ และบนแท่นนั้น… มีสิ่งหนึ่งวางอยู่

มันคือ… “ขลุ่ยวิญญาณโบราณ!” ไพลินอุทาน

ขลุ่ยเล่มนั้นดูเก่าแก่กว่าขลุ่ยของเธอมาก มันทำจากวัสดุที่ไม่คุ้นเคย และสลักลวดลายอันวิจิตรบรรจงเอาไว้ทั่วทั้งตัวขลุ่ย แสงสีทองอ่อนๆ กำลังส่องประกายออกมาจากตัวขลุ่ย และเสียงเพลงอันไพเราะเมื่อครู่นี้ ก็ดังมาจากขลุ่ยเล่มนั้นเอง

“นั่น… คือ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ งั้นหรือ?” ซีถามอย่างไม่แน่ใจ

ไพลินไม่ตอบ เธอรู้สึกว่าขลุ่ยเล่มนั้นกำลังเรียกหาเธอ ร่างกายของเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอเดินตรงไปยังแท่นบูชาแห่งนั้น โดยไม่สนใจรอยด่างดำที่กำลังลุกลามไปทั่วแขน

เมื่อเธอเอื้อมมือไปสัมผัสกับขลุ่ยโบราณนั้น ความรู้สึกราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง เสียงเพลงที่ดังมาจากขลุ่ยยิ่งทวีความชัดเจนและทรงพลังขึ้น ราวกับว่ามันกำลังบรรเลงบทเพลงที่ไพลินเคยได้ยินเลือนรางในความทรงจำ… บทเพลงที่เธอถักทอมาจากจิตวิญญาณของตนเอง

ไพลินหลับตาลง เธอสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวเธอ พลังที่กำลังต่อสู้กับเชื้อโรคที่กำลังกัดกินร่างกายของเธอ… และขณะเดียวกัน พลังนั้นก็กำลังเชื่อมโยงเธอกับจิตวิญญาณบรรพบุรุษ… กับผู้ที่สร้างสรรค์บทเพลงนี้ขึ้นมา

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีทองจากขลุ่ยโบราณก็สว่างวาบขึ้นอย่างจ้า จนทั้งโถงสว่างไสวราวกับกลางวัน

“ข้า… ข้าจะบรรเลงมันเอง!” ไพลินประกาศก้อง น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ไม่เคยมีมาก่อน

รอยด่างดำบนแขนของเธอเริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ ราวกับถูกแสงแห่งการเยียวยาชะล้างออกไป เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ แต่ตอนนี้… เธอได้พบกับ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ แล้ว และเธอพร้อมที่จะใช้มัน… เพื่อตนเอง… และเพื่อทุกคนในหุบผาวิญญาณ

ทว่า… เบื้องหลังความหวังที่ปรากฏขึ้นนั้น ไพลินกลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังคุกคาม… พลังงานที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นและมุ่งร้าย… มันแฝงตัวอยู่ในเงามืดของโถงแห่งนี้… กำลังจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเธออยู่…

--- ไพลินและซีหนีรอดจากซากปรักหักพังของแท่นบูชาผลึกจันทรามายังโถงลับใต้ดิน ที่นั่นพวกเขาพบขลุ่ยวิญญาณโบราณอันเป็นต้นกำเนิดของ 'เพลงแห่งการเยียวยา' และไพลินก็พบว่าตนเองเริ่มติดเชื้อโรคประหลาดจากเหตุการณ์ที่แท่นบูชา แต่กลับได้รับพลังในการควบคุมบทเพลงศักดิ์สิทธิ์เพื่อรักษาตนเองและผู้อื่น พร้อมกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามใหม่ที่ซ่อนเร้นอยู่