← 章節目錄

Inscriptions of the Sand City

章節 85免費

ตอนที่ 85 — เสียงสะท้อนในโถงแก้ว

ความเย็นเยียบของอากาศภายในโถงแก้วพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของกานต์ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและเศษซากโบราณลอยกรุ่นผสมปนเปกับกลิ่นบางเบาของแก้วทรายที่เขาคุ้นเคย แสงสลัวจากผลึกแก้วบนผนังทอประกายสะท้อนภาพของแผ่นบันทึกความทรงจำนับไม่ถ้วนที่เรียงรายเป็นระเบียบอย่างน่าขนลุก แต่ละแผ่นมีอักขระสีดำทมิฬจารึกอยู่ ราวกับดวงตาที่จับจ้องมายังเขา

“ที่นี่คือที่ไหน…” เสียงแหบพร่าของกานต์ดังแผ่วเบาในความเงียบที่ถูกแบ่งแยกโดยเสียงลมหายใจของตนเอง ร่างกายที่สลักอักขระแห่งการคงอยู่ไว้ยังคงรู้สึกเปราะบาง ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อภายใต้แรงกดดันของสถานที่แห่งนี้

สายตาของกานต์เลื่อนสำรวจไปรอบๆ โถง เขาเห็น ‘หอคอยแห่งเสียงสะท้อน’ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้อง โครงสร้างที่สร้างขึ้นจากเสียงที่แข็งตัว ทอประกายสีรุ้งจางๆ ยามต้องแสงจากผนังแก้ว แต่แทนที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง กลับดูราวกับสุสานแห่งเสียงที่ถูกกลืนกิน

“แกนเสียงดนตรี…” เขาพึมพำ เสียงนั้นสั่นเครือด้วยความหวังและหวาดหวั่น เขาเห็นมันอยู่บนแท่นบูชาโบราณกลางหอคอย ทว่า… มันถูกปกคลุมไปด้วยอักขระแห่งความเงียบสีดำที่แผ่ขยายออกไปราวกับรากไม้ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางเดินมืดก็ดังขึ้น กานต์สะดุ้ง หันไปมองตามเสียงอย่างระแวดระวัง เงาร่างสูงผอมบางปรากฏขึ้นจากความมืด “ผู้กวาดล้างจังหวะ…” เขาจำได้ทันที ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างราบเรียบไร้เสียง ปลายมือข้างหนึ่งกลายเป็นใบมีดที่ส่องประกายเย็นเยียบ

“ความผิดเพี้ยน… ต้องถูกกำจัด” เสียงทุ้มต่ำที่ไร้ซึ่งอารมณ์ดังลอดออกมาจากร่างนั้น “ความทรงจำ… คือความโกลาหลที่ต้องถูกลบล้าง”

กานต์กัดฟันแน่น เขาไม่ยอมให้ความทรงจำอันมีค่าของเขาถูกลบล้างไปอย่างง่ายดาย เขาถอยหลังไปช้าๆ พยายามหาช่องทางที่จะสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนร่างของตนเองอีกครั้ง เพื่อสร้างบทเพลงแห่งการต่อต้าน… บทเพลงที่จะขับไล่ความเงียบนี้ออกไป

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่ง!” กานต์ตะโกนเสียงดัง พยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เขาหลับตาลง สัมผัสถึงอักขระที่สลักอยู่บนผิวหนัง ค่อยๆ ดึงพลังงานออกมา ร่างกายของเขาก็เริ่มสว่างวาบขึ้นเป็นแสงสีทองจางๆ เสียงเพลงที่แผ่วเบาดังขึ้นจากภายใน… เสียงเพลงแห่งความทรงจำอันเจ็บปวด เสียงเพลงแห่งความหวัง เสียงเพลงแห่งการดำรงอยู่

เสียงเพลงนั้นปะทะเข้ากับความเงียบของ ‘ผู้กวาดล้างจังหวะ’ เกิดเป็นคลื่นเสียงที่บิดเบี้ยวและรุนแรง แผ่นบันทึกความทรงจำบนผนังเริ่มสั่นสะเทือน อักขระสีดำบนแกนเสียงดนตรีแห่งทรายดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย

“ฮึ่ม… เสียงแห่งความโกลาหล… ช่างน่ารำคาญ” ผู้กวาดล้างจังหวะพึมพำ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่กานต์ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ใบมีดแก้วทรายสั่นสะเทือนด้วยพลังงานอันดำมืด

กานต์เบิกตากว้าง เขาไม่มีเวลามากพอที่จะสลักอักขระให้สมบูรณ์ เขาต้องตัดสินใจ… จะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างคลื่นเสียงแห่งการต่อต้านที่อาจทำให้ร่างของเขาแตกสลาย หรือจะยอมจำนนต่อความเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เขากลั้นหายใจ พุ่งพลังงานที่รวบรวมได้ทั้งหมดออกไป ร่างกายของเขาเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นจนแสบตา คลื่นเสียงแห่งการคงอยู่ระเบิดออกไปรอบทิศทาง กานต์รู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงราวกับร่างกายกำลังจะฉีกขาด เศษเสี้ยวของแก้วทรายกระเด็นว่อนไปทั่วโถง

“นี่คือ… บทเพลงแห่งการต่อต้านของข้า!” กานต์ตะโกนสุดเสียง ขณะที่ร่างของเขากำลังจะสลายไปท่ามกลางการปะทะกันของพลัง…

…แต่แล้ว ทุกอย่างก็พลันเงียบสงัด แสงสว่างจางหายไป เหลือเพียงความมืดมิด กานต์รู้สึกเหมือนกำลังลอยเคว้งคว้างในความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย… ความเย็นเยียบที่ดูเหมือนจะมาจากจิตวิญญาณของเขาเอง

เมื่อเขาลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาแทบหยุดหายใจ เขาไม่ได้อยู่ในโถงแก้วอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นผิวที่ดูเหมือนจะทำจากกระจกเงาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่ละก้าวที่เขาเดินไป แผ่นกระจกเบื้องล่างจะสะท้อนภาพของเขา… ภาพที่บิดเบี้ยว ภาพที่เลือนลาง ภาพที่เหมือนจะไม่ใช่ตัวเขา

“นี่มัน… ทะเลทรายกระจกเงาอีกแล้วหรือ?” กานต์พึมพำอย่างสิ้นหวัง เขาจำได้ถึงความรู้สึกนี้… ความรู้สึกของการสูญเสียตัวตน การถูกฉีกเป็นชิ้นๆ…

เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีดำทะมึนราวกับจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมด ท่ามกลางกลุ่มเมฆนั้น มีเงาบางๆ กำลังก่อตัวขึ้น… เงาที่ดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ มุ่งตรงมายังเขา

“ไม่… ไม่ใช่ทะเลทรายกระจกเงา” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ที่นี่… คือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำที่ถูกปฏิเสธ… และเจ้า… คือความผิดเพี้ยนสุดท้ายที่ต้องถูกกำจัด”

กานต์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้เท้า แผ่นกระจกเงาเริ่มร้าวเป็นลายเส้นเล็กๆ ทั่วทั้งบริเวณ ภาพสะท้อนของเขาเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้น จนแทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นเขาอีกต่อไป

“ข้า… ไม่ใช่ความผิดเพี้ยน…” กานต์รวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เขาต้องหาทาง… ต้องหาทางที่จะสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนผืนน้ำอันไร้รูปนี้… ผืนน้ำที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการปะทะกับผู้กวาดล้างจังหวะ พลังงานนั้นยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเขา… แม้จะอ่อนแรงลงก็ตาม

“ไม่ว่าที่นี่จะเป็นที่ไหน… ข้าจะสู้!”

เขาตั้งใจแน่วแน่ ก้าวเท้าต่อไปบนแผ่นกระจกเงาที่กำลังร้าว… มุ่งหน้าไปยังเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามา… มุ่งหน้าสู่ ‘เจตจำนงแห่งความเงียบ’ ที่แท้จริง…

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร เสียงดนตรีแผ่วเบาแต่ทรงพลังก็ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง… เสียงดนตรีที่คุ้นเคย… เสียงของแกนเสียงดนตรีแห่งทราย

เสียงนั้นดังก้องสะท้อนไปทั่วความว่างเปล่าราวกับจะฉีกกระชากม่านแห่งความเงียบ… และจากรอยแยกบนพื้นกระจกเงา ปรากฏสิ่งที่กานต์คาดไม่ถึง… หอคอยแห่งเสียงสะท้อน… ตั้งตระหง่านขึ้นมาจากความว่างเปล่า… แต่คราวนี้… มันดูราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป…

“หอคอยแห่งเสียงสะท้อน…” กานต์พึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและความหวัง “หรือนี่คือ… ทางออก?”

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ก้าวเท้าเข้าสู่รอยแยกที่นำไปสู่หอคอยแห่งเสียงสะท้อน… ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวของตนเองบนแผ่นกระจกเงาที่กำลังแตกสลาย… และเสียงกระซิบที่แผ่วเบาของ ‘เจตจำนงแห่งความเงียบ’ ที่ดังไล่หลังมา…

“เจ้า… หนีไม่พ้น… ความว่างเปล่า… กำลังรอเจ้าอยู่…”

--- กานต์พบว่าตนเองอยู่ในโถงแก้วที่เต็มไปด้วยแผ่นบันทึกความทรงจำ และเผชิญหน้ากับ 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' เขาต่อสู้โดยการสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนร่างตนเอง แต่กลับถูกพลังอันมหาศาลส่งมายัง 'ทะเลทรายกระจกเงา' อันเป็นมิติแห่งความว่างเปล่า ที่ซึ่งเขาต้องเผชิญหน้ากับ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่แท้จริงอีกครั้ง ทว่า เสียงดนตรีจากแกนเสียงดนตรีแห่งทรายก็ได้นำทางเขาไปยัง 'หอคอยแห่งเสียงสะท้อน' ที่ปรากฏขึ้นจากรอยแยกในมิตินี้