← 章節目錄

Inscriptions of the Sand City

章節 70免費

ตอนที่ 70 — เสียงสะท้อนของอักขระที่ถูกลืม

เสียงอึกทึกที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกกระชากมิติทั้งมวลให้ขาดสะบั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของกานต์ แม้ว่าเขาจะพยายามใช้เศษเสี้ยวของแก้วทรายที่ห่อหุ้มร่างของเขาเป็นเกราะกำบัง แต่แรงสั่นสะเทือนมหาศาลนั้นก็ยังคงแทรกซึมผ่านเข้ามาได้ทุกอณู รอยร้าวบนร่างผลึกแก้วของเขาเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับใยแมงมุมที่ทอดยาวอย่างรวดเร็วภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล

“เซนอส!” กานต์ตะโกนสุดเสียง ดวงตาข้างที่ยังคงมองเห็นเบิกกว้าง พยายามสอดส่ายสายตามองหาร่างของสหายที่ควรจะอยู่เคียงข้างเขาในวินาทีนี้ แต่สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงหมอกสีเทาขุ่นมัวที่ก่อตัวขึ้นจากอนุภาคของแก้วทรายที่แตกกระจายและอักขระโบราณที่เรืองแสงจางๆ บนผนังของหอคอยแห่งเสียงสะท้อน

“กานต์… ข้าอยู่ตรงนี้” เสียงของเซนอสแผ่วเบา ลอยมาจากทิศทางที่อยู่ไม่ไกลนัก ร่างของเขาก็ดูเลือนรางไม่ต่างกัน ผิวหนังที่เคยเป็นสีผิวของมนุษย์บัดนี้กลับกลายเป็นลายเส้นของแก้วทรายที่กำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นเป็นอักขระที่ไม่คุ้นเคย

“นั่นมัน…อะไร?” กานต์ถาม พลางค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้เซนอส เขาพยายามประคองร่างของตนเองให้มั่นคง แต่ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ราวกับกำลังเดินอยู่บนผืนน้ำแข็งที่เปราะบาง

“มันคือ… ภาษาของเจตจำนงแห่งความเงียบ” เซนอสตอบเสียงสั่นเครือ “เมื่อแกนเสียงดนตรีถูกปลดปล่อย… มันก็เหมือนกับการเปิดประตู… ให้สิ่งที่ถูกปิดกั้นมานาน… ได้หลั่งไหลเข้ามา”

อักขระเหล่านั้นเริ่มขยายขนาดและสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ พวกมันไม่ใช่แค่ลวดลายที่สลักอยู่บนผนังอีกต่อไป แต่กำลังก่อตัวเป็นรูปทรงที่ซับซ้อน แปรเปลี่ยนไปมาอย่างไม่หยุดนิ่ง ราวกับมีชีวิตของตนเอง แต่เป็นชีวิตที่เย็นชา ไร้ความรู้สึก

“เจตจำนงแห่งความเงียบ…” กานต์ทวนคำ “มันคืออะไรกันแน่? ทำไมมันถึงต้องการ… กลืนกินทุกสิ่ง?”

“มันคือ… ความว่างเปล่า… ต้นกำเนิด… และจุดจบ… ของสรรพสิ่ง” เซนอสพยายามอธิบาย “มันต้องการให้ทุกอย่าง… กลับคืนสู่สภาวะเดิม… ก่อนที่จะมีเสียง… ก่อนที่จะมีความทรงจำ… ก่อนที่จะมีตัวตน…”

ทันใดนั้น อักขระโบราณเหล่านั้นก็เริ่มสั่นไหวและเคลื่อนที่ราวกับมีชีวิต พวกมันลอยออกจากผนัง ก่อตัวเป็นกระแสหมุนวนรอบตัวกานต์และเซนอส แรงดึงดูดอันมหาศาลเริ่มกระทำต่อร่างผลึกแก้วของพวกเขา ทำให้รอยร้าวที่เคยมีอยู่เดิมเริ่มปริแตกออกอย่างรุนแรง

“ไม่นะ!” กานต์ร้อง เสียงของเขาขาดห้วงไปเมื่ออักขระตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ร่างของเขา มันแทรกซึมเข้าไปในรอยร้าวเล็กๆ บนแขนของเขา ก่อนจะแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเนื้อร้ายที่กำลังกัดกินทุกอณู

“กานต์! ตั้งสติ!” เซนอสตะโกนอีกครั้ง เขาพยายามเอื้อมมือมาคว้าแขนของกานต์ แต่ก็ต้องผงะถอยหลังเมื่ออักขระอีกชุดหนึ่งได้ก่อตัวเป็นกำแพงกั้นระหว่างพวกเขา

“ข้า… ไม่อาจต้านทานได้แล้ว…” กานต์พึมพำ เสียงของเขาเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ “ความทรงจำ… ความเจ็บปวด… ทั้งหมดนี้… กำลังถูกลบเลือน…”

เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจากภายใน ราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังถูกแช่แข็ง ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ เริ่มพร่าเลือน ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เคยคมชัด บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงละอองสีเทาที่ค่อยๆ จางหายไป

“อย่า… ยอมแพ้!” เสียงของเซนอสดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ความทรงจำ… คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา! ความเจ็บปวด… คือสิ่งที่ทำให้เราเติบโต! เราต้องไม่ยอมให้มัน… ถูกลบเลือนไป!”

เซนอสใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ส่งคลื่นเสียงสะท้อนอันทรงพลังเข้าปะทะกับกระแสอักขระโบราณ ถึงแม้คลื่นเสียงนั้นจะไม่อาจทำลายอักขระเหล่านั้นได้โดยตรง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันชะงักงันไปชั่วขณะ

“ตอนนี้แหละ!” เซนอสตะโกน “รีบหาทาง… ต่อต้านมัน!”

กานต์พยายามรวบรวมสติที่ใกล้จะเลือนหายไป เขานึกถึงคำพูดของเซนอส นึกถึงความทรงจำอันมีค่าที่เขาสลักไว้บนแผ่นแก้วทราย นึกถึงใบหน้าของผู้คนในอารยันนครที่เขาเคยสัมผัส นึกถึงความเจ็บปวดที่ทำให้เขายังคงมีชีวิตอยู่

“ความทรงจำ…” กานต์พึมพำ “ไม่ใช่สิ่งที่จะถูกลบเลือน…”

เขาหลับตาลง พยายามดึงเอาเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในร่างผลึกแก้วของเขาออกมา ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาเป็นประกายเล็กๆ กระจายไปทั่วร่าง รอยร้าวบนร่างของเขาเริ่มเรืองแสงสีฟ้าจางๆ

“นี่คือ… หลักฐาน… ของการมีอยู่… ของเรา!”

เขาใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ สลักอักขระใหม่ลงไปบนร่างผลึกแก้วของตนเอง เป็นอักขระที่ไม่ได้มาจากภาษาโบราณ หรือภาษาของเจตจำนงแห่งความเงียบ แต่เป็นภาษาที่เกิดจากความทรงจำ ความเจ็บปวด และความหวังของเขาเอง

อักขระเหล่านั้นสว่างไสวขึ้นอย่างรวดเร็ว แผ่กระจายออกไปรอบตัวกานต์ สร้างเป็นเกราะป้องกันบางๆ ที่ผลักดันกระแสอักขระโบราณให้ถอยร่นออกไปได้ชั่วขณะ

“ข้า… จะไม่ยอมให้มัน… ลบเลือนพวกเราไป…” กานต์กล่าวอย่างหนักแน่น แม้ว่าเสียงของเขาจะอ่อนแรงลงก็ตาม

แต่ในขณะที่กานต์กำลังต่อสู้กับการถูกกลืนกิน เซนอสก็กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายไม่แพ้กัน ร่างกายของเขาถูกอักขระสีดำทะมึนที่แผ่กระจายมาจากส่วนลึกของหอคอยกัดกินอย่างรวดเร็ว

“กานต์… ข้า… คงช่วยเจ้า… ต่อไปไม่ได้แล้ว…” เซนอสกล่าวเสียงแผ่วเบา “แต่จำไว้… ความทรงจำ… คือสิ่งเดียว… ที่ทำให้เรา… เป็นเรา…”

ร่างของเซนอสเริ่มสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงอนุภาคของแก้วทรายสีดำที่ลอยวนไปมา ก่อนจะถูกดูดกลืนเข้าไปในกระแสอักขระโบราณ

“เซนอส!” กานต์ร้องตะโกน เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปหา แต่กำแพงแห่งอักขระโบราณก็แข็งแกร่งเกินไป

“ไม่… ไม่นะ…”

ร่างผลึกแก้วของกานต์สั่นสะท้าน ความเจ็บปวดจากการสูญเสียเซนอสผสมผสานเข้ากับความเจ็บปวดจากการถูกอักขระกัดกิน จนเกิดเป็นคลื่นพลังงานที่รุนแรง พุ่งออกมาจากตัวเขา

คลื่นพลังงานนั้นปะทะเข้ากับกระแสอักขระโบราณอย่างจัง ทำให้เกิดการระเบิดขนาดย่อมขึ้นภายในหอคอยแห่งเสียงสะท้อน เศษแก้วทรายและอนุภาคของอักขระโบราณลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว

เมื่อฝุ่นควันจางลง กานต์พบว่าตนเองได้ถูกเหวี่ยงออกมาจากใจกลางของหอคอยอย่างสิ้นหวัง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ใหญ่กว่าเดิม และแสงสีฟ้าที่เคยเปล่งประกายจากอักขระที่เขาสลักไว้ก็เริ่มจางหายไป

แต่ท่ามกลางความสิ้นหวัง กานต์ก็ได้สัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่าง… เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง… เสียงที่คุ้นเคย… เสียงที่เต็มไปด้วยความทรงจำ… เสียงของแกนเสียงดนตรีแห่งทราย…

มันกำลังเรียกหาเขา… หรือบางที… มันกำลังรอคอย… บางสิ่งที่ใหญ่กว่า… ที่จะมาแทนที่… ความเงียบ… ที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง…

กานต์มองไปยังเบื้องหน้า ภาพตรงหน้าคือความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งเคยเป็นอารยันนคร บัดนี้เหลือเพียงละอองแก้วทรายที่ลอยคว้าง… และท่ามกลางความว่างเปล่านั้น… เขาเห็นเงาตะคุ่ม… ของบางสิ่งที่ใหญ่โต… กำลังก่อตัวขึ้น… ช้าๆ… และเงียบงัน…

นี่คือ… จุดเริ่มต้น… ของการสูญสิ้น… อย่างแท้จริง…

--- กานต์ต่อสู้กับการถูกกลืนกินโดยอักขระโบราณของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ในหอคอยแห่งเสียงสะท้อน แม้จะสามารถสลักอักขระแห่งการคงอยู่ของตนเองเพื่อต้านทานได้ชั่วขณะ แต่ก็ต้องสูญเสียเซนอสไปท่ามกลางการปะทะกันของพลังอันมหาศาล ทำให้เขาถูกเหวี่ยงออกมาสู่ความว่างเปล่า และเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมซึ่งกำลังก่อตัวขึ้น