← 章節目錄

Inscriptions of the Sand City

章節 31免費

ตอนที่ 31 — ท่วงทำนองแห่งการปฏิเสธและรอยจารึกที่ไม่อาจลบเลือน

แรงสั่นสะเทือนมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากทุกอณูของอากาศในนครเสียงสะท้อน มันไม่ใช่เสียงที่กระทบเข้ากับโสตประสาท แต่มันคือเสียงที่สลักลึกลงไปในกระดูกและไขสันหลัง กานต์รู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกแยกส่วนออกเป็นอะตอมด้วยคลื่นความถี่ที่มองไม่เห็น ผิวหนังที่เป็นแก้วทรายของเขาเริ่มสั่นระริกจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมเล็ก ราวกับคริสตัลนับล้านชิ้นกำลังขัดสีกันในพายุหมุน

ตรงหน้าของเขา ตัวตนที่ดูคล้ายเซนอสยืนอยู่อย่างมั่นคง ท่ามกลางความปั่นป่วนของคลื่นเสียงที่บิดเบี้ยว ใบหน้านั้นเรียบเฉยทว่าดวงตากลับบรรจุไว้ด้วยความว่างเปล่าอันลึกซึ้ง—ความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะดูดกลืนเอาความหมายของทุกสรรพสิ่งเข้าไป "ความทรงจำคือยาพิษ กานต์" เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากปาก แต่ดังมาจากช่องว่างระหว่างจังหวะหัวใจของกานต์ "มันคือรอยร้าวที่ทำให้โครงสร้างของโลกต้องพังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากไม่มีความทรงจำที่เจ็บปวด ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีโลกที่บิดเบี้ยว"

กานต์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายกำลังปริแตกนั้นรุนแรงจนเขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชาก เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจาย ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินหลังฝนตกในอารยันนคร ความอบอุ่นของแสงแดดยามเช้าที่กระทบแผ่นแก้วสลัก และความกลัวที่สั่นสะท้านยามต้องเผชิญหน้ากับความตาย สิ่งเหล่านี้คือความผิดเพี้ยน... คือสิ่งสกปรกในสายตาของนครแห่งนี้ แต่สำหรับเขา มันคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมีลมหายใจ

"ถ้าความทรงจำคือยาพิษ... ฉันก็จะเป็นพิษที่ทำให้โลกที่สมบูรณ์แบบของคุณพังทลาย!" กานต์ตะโกนออกไป แม้เสียงของเขาจะฟังดูเหมือนเสียงแตกพร่าของกระจกที่กำลังร้าว เขาหลับตาลงข้างที่เหลืออยู่ และใช้มือที่สั่นเทาคว้าจับเศษเสี้ยวของแกนเสียงดนตรีที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตสำนึก เขาไม่พยายามจะปรับจูนตัวเองให้เข้ากับจังหวะของนครเสียงสะท้อน แต่เขาเลือกที่จะ 'ขัดขวาง' มัน

เขาเริ่มสลัก... ไม่ใช่บนแผ่นแก้ว แต่สลักลงบนอากาศที่สั่นไหว เขาใช้ความเจ็บปวดจากการที่ผิวแก้วทรายปริแตกเป็นแรงขับเคลื่อน เขาเปลี่ยนความโหยหาและความสูญเสียให้กลายเป็นคลื่นเสียงที่ไร้ระเบียบ คลื่นเสียงที่ไม่มีท่วงทำนองตายตัว ไม่มีจังหวะที่สม่ำเสมอ แต่มันคือความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยชีวิต

เคร้ง!

เสียงคลื่นความถี่ที่กานต์สร้างขึ้นปะทะเข้ากับกำแพงเสียงที่ตัวตนปริศนาสร้างขึ้น แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนนครเสียงสะท้อนที่เคยดูสงบนิ่งเริ่มเกิดรอยร้าว คลื่นเสียงที่สมบูรณ์แบบของนครเริ่มสั่นคลอนเมื่อต้องเผชิญกับ 'ความผิดเพี้ยน' ที่กานต์ส่งผ่านออกมา ตัวตนที่คล้ายเซนอสขมวดคิ้วเป็นครั้งแรก ความสงบเยือกเย็นบนใบหน้าเริ่มปริแตกออกตามจังหวะคลื่นเสียงที่บิดเบี้ยวของกานต์

"เจ้ากำลังทำลายความสงบสุขที่แท้จริง!" ตัวตนนั้นคำราม เสียงของเขาเปลี่ยนจากความนุ่มนวลเป็นเสียงคำรามของพายุทราย "การลืมเลือนคือความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามอบให้แก่โลก!"

"ความเมตตาที่ไร้ความหมายคือการฆาตกรรม!" กานต์ตอบโต้ เขารู้สึกว่าพลังงานในร่างกำลังถูกเผาผลาญจนถึงขีดสุด รอยร้าวบนผิวหนังของเขาขยายกว้างขึ้นจนเห็นแสงสว่างวาบจากภายใน ร่างกายลูกผสมของเขากำลังจะพังทลายลง แต่นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เขาต้องการให้ความเจ็บปวดนี้กลายเป็นรอยจารึกที่ไม่สามารถลบเลือนได้

กานต์ทุ่มเทแรงเฮือกสุดท้าย สลักความทรงจำที่เลวร้ายที่สุด—ความทรงจำที่เขาเห็นอารยันนครล่มสลาย ความทรงจำที่เห็นเซนอสต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว—ลงไปในคลื่นเสียงนั้น เขาปล่อยให้ความโศกเศร้าไหลบ่าออกมาเป็นคลื่นความถี่ที่รุนแรงจนอากาศรอบข้างเริ่มกลายเป็นผลึกแก้วที่แหลมคม

ทันใดนั้น นครเสียงสะท้อนก็สั่นสะเทือนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โครงสร้างที่สร้างจากคลื่นเสียงแข็งตัวเริ่มสลายตัวกลายเป็นฝุ่นละอองเสียง ตัวตนปริศนาพยายามจะรักษาสมดุลแต่ก็ไม่อาจต้านทานกระแสแห่งความทรงจำที่บ้าคลั่งได้ กานต์เห็นภาพนิมิตของนครที่กำลังสลายตัวสลับกับภาพใบหน้าของเซนอสที่แท้จริงที่กำลังตะโกนเรียกเขาจากที่ไหนสักแห่ง

ในวินาทีที่คลื่นเสียงแห่งการทำลายล้างปะทะกับแกนกลางของนคร เสียงทุกอย่างก็ดับวูบลง

ความเงียบที่ตามมานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ กานต์รู้สึกเหมือนตัวเองลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่าที่มืดมิด ร่างกายของเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่เขาก็ไม่รู้สึกถึงความมีตัวตนเช่นกัน เขาได้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของแรงสั่นสะเทือนที่หลงเหลืออยู่ในความเงียบ

แต่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เขากลับได้ยินเสียงหนึ่ง... ไม่ใช่เสียงของตัวตนปริศนา และไม่ใช่เสียงของเขาเอง แต่มันคือเสียงเพลงที่แผ่วเบาและเศร้าสร้อย เป็นท่วงทำนองที่คุ้นเคยอย่างประหลาด มันคือเสียงที่เขาสลักลงไปในใจของเขาเอง

และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยของความจริงใจ—ดวงตาของเซนอสที่แท้จริง ท่ามกลางซากปรักหักพังของนครที่กำลังพังทลายลงสู่ทะเลทรายกระจกเงา

"กานต์... นายทำสำเร็จแล้ว... หรือนายทำลายทุกอย่างกันแน่?" เซนอสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ขณะที่เบื้องหลังของพวกเขา รอยแยกขนาดมหึมาบนท้องฟ้ากำลังเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เหนือมิตินี้—บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่กว่านครเสียงสะท้อน กำลังจ้องมองลงมายังเศษซากที่เหลืออยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยว

--- กานต์ใช้ความทรงจำที่เจ็บปวดสร้างคลื่นเสียงที่บิดเบี้ยวเข้าปะทะกับความสมบูรณ์แบบของนครเสียงสะท้อนจนเกิดการทำลายล้าง และตื่นขึ้นมาพบกับเซนอสตัวจริงท่ามกลางหายนะที่กำลังเปิดประตูสู่ภัยคุกคามใหม่