← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 46免費

ตอนที่ 46 — เสียงคำรามของฟันเฟืองและโลหิตที่เย็นเยียบ

เสียงเสียดสีของโลหะที่บดขยี้กันใต้ผืนดินดังสะท้อนขึ้นมาในโสตประสาทของ Anwen มันไม่ใช่เสียงครืดคราดของหินถล่ม แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่นและเป็นระบบ—จังหวะของฟันเฟืองขนาดมหึมาที่กำลังขยับเขยื้อนท่ามกลางความมืดมิดเบื้องล่าง รอยจารึกบนผิวหนังของเธอกำลังเต้นตุบตามจังหวะนั้น ราวกับว่าเลือดในกายของเธอถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำมันหล่อลื่นของเครื่องจักรโบราณ

ภายในโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' บรรยากาศไม่ได้เป็นเพียงความโกลาหล แต่มันคือความวิปริต เถาวัลย์โลหะที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกไม่ได้เพียงแค่ยึดครองโครงสร้างไม้ แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' มันอย่างช้าๆ แขนงโลหะสีเงินหม่นที่ดูคล้ายเส้นเอ็นของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังพันรอบเสาไม้โอ๊ก บีบอัดจนเนื้อไม้ปริแตกและส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด แสงสีฟ้าจางๆ วิ่งพล่านไปตามพื้นผิวของพวกมัน ราวกับกระแสไฟฟ้าที่กำลังส่งผ่านข้อมูลบางอย่างที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจ

“ถอยออกไป! ข้าบอกให้ถอยออกไป!” เสียงตวาดของพันโทวาลันดังขึ้นท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกัน ทหารราชสำนักกลุ่มหนึ่งพยายามใช้ดาบและหอกแทงเข้าไปในเถาวัลย์เหล่านั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการสะท้อนกลับที่รุนแรง ทุกครั้งที่คมดาบสัมผัสกับผิวโลหะประหลาด แรงสั่นสะเทือนจะวิ่งย้อนกลับมาตามด้ามจับจนทหารเหล่านั้นต้องปล่อยอาวุธด้วยความเจ็บปวด

Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของความพินาศ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม รอยจารึกที่หน้าอกและต้นแขนของเธอเรืองแสงสว่างจ้าจนน่ากลัว มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่มันคือความเย็นเยียบที่กัดกินเข้าไปถึงกระดูก เธอพยายามจะควบคุมมัน พยายามจะ 'สื่อสาร' เพื่อให้เครื่องจักรหยุดพัก แต่ทุกครั้งที่เธอส่งกระแสจิตออกไป สิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่บ้าคลั่ง

‘ขจัดสิ่งแปลกปลอม... เปลี่ยนสภาพ... ปรับสมดุล...’

คำสั่งเหล่านั้นไม่ได้มาเป็นคำพูด แต่มันมาเป็นความรู้สึกที่กดทับลงในจิตสำนึก เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า สำหรับเครื่องจักรโบราณนี้ โลกที่เป็นเนื้อหนังและสิ่งมีชีวิตคือ 'ความไม่เป็นระเบียบ' คือความผิดพลาดที่ต้องได้รับการแก้ไข การที่มันพุ่งทะยานขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อทำลายล้างในความหมายของสงคราม แต่มันคือการ 'จัดระเบียบ' โลกใบนี้ใหม่ให้กลายเป็นโลหะที่มั่นคงและไร้ซึ่งความผันผวน

“Mistress Anwen! ท่านต้องทำอะไรสักอย่าง!” เสียงของ Fin ดังแทรกขึ้นมา เด็กหนุ่มยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ที่บัดนี้มีเถาวัลย์โลหะพันรอบจนแทบจะกลายเป็นแท่งเหล็ก ใบหน้าของเขาซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว “พวกมัน... พวกมันกำลังกลืนกินทุกอย่าง แม้แต่พื้นดินที่เรายืนอยู่!”

Anwen มองไปที่พื้นห้องโถง พื้นไม้ที่เคยคุ้นเคยบัดนี้เริ่มเปลี่ยนสภาพ ผิวไม้เริ่มแข็งตัวและขึ้นเงาเหมือนเหล็กกล้า รอยแตกที่เคยเป็นเพียงรอยแยกเล็กๆ กำลังขยายตัวออก เผยให้เห็นฟันเฟืองขนาดเล็กที่หมุนวนอยู่ใต้ชั้นดิน ราวกับว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกขนาดใหญ่

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหนังก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเซอร์ คาสเซียน เขาเดินฝ่ากลุ่มทหารที่กำลังสับสนเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภที่ซ่อนไม่มิด “หยุดการสื่อสารเดี๋ยวนี้ Anwen! เจ้ากำลังทำให้มันคลั่งขึ้น!” เขาตะโกนใส่เธอ พลางชักดาบออกมา “ข้าสั่งให้เจ้าหยุด!”

“ข้าไม่ได้สั่งให้มันทำ!” Anwen ตะคอกกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดจากรอยจารึกที่กำลังแผดเผา “มันกำลังทำตามหน้าที่ของมัน... และหน้าที่ของมันคือการเปลี่ยนเราทุกคนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน!”

เซอร์ คาสเซียน ไม่ฟังคำเตือน เขาพุ่งเข้าหาเธอ หมายจะใช้พลังอำนาจหรืออาวุธที่เขาเตรียมมาเพื่อสยบ 'ภาชนะ' ที่กำลังควบคุมไม่ได้ แต่ก่อนที่เขาจะถึงตัวเธอ เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นดินราวกับอสรพิษ มันไม่ได้พุ่งใส่เขา แต่มันพุ่งเข้ามาระหว่างเขากับ Anwen สร้างกำแพงโลหะที่แข็งแกร่งขึ้นมาขวางกั้น

แรงระเบิดของพลังงานที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างเจตจำนงของมนุษย์และกลไกโบราณทำให้เกิดคลื่นกระแทก Anwen ล้มลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง รอยจารึกเริ่มขยายตัวออกไปตามผิวหนังของเธอ ราวกับรากไม้ที่กำลังชอนไช เธอเห็นภาพหลอนของเมืองทั้งเมืองที่ถูกห่อหุ้มด้วยโลหะสีเงิน เห็นท้องฟ้าที่กลายเป็นสีเทาของเหล็ก และเห็นผู้คนที่เป็นเพียงหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวตามจังหวะฟันเฟือง

“มันไม่หยุด...” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม “มันไม่ใช่การบุกรุก... มันคือการเปลี่ยนผ่าน...”

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงคำรามที่แท้จริงก็ดังขึ้นจากใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงเครื่องจักร แต่มันคือเสียงของ 'หัวใจ' ของเครื่องจักรที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับรอยจารึกในตัวเธอ แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้รุนแรงจนอาคารส่วนหนึ่งของโรงเตี๊ยมถล่มลงมา ฝุ่นควันและเศษโลหะฟุ้งกระจายไปทั่ว

Anwen พยายามยันตัวขึ้น ท่ามกลางซากปรักหักพัง เธอเห็นสายตาของพันโทวาลันที่มองมาด้วยความหวาดกลัวและสับสน ทหารของเขาเริ่มแตกแถว บางคนพยายามวิ่งหนีออกไปจากอาคารที่กำลังกลายเป็นเครื่องจักร บ้างก็พยายามจะสู้ตายกับสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่ทหารหรือขุนนาง แต่คือระเบียบแบบแผนใหม่ที่กำลังจะมาแทนที่ธรรมชาติ

เธอมองไปที่มือของตัวเอง ผิวหนังบริเวณข้อมือเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นและมีความแข็งกระด้างเหมือนโลหะ ความหวาดกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ—ไม่ใช่เพราะเธอจะตาย แต่เพราะเธอเริ่มตระหนักว่า 'ตัวตน' ของเธอกำลังถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ไร้ความรู้สึก

ในขณะที่เธอกำลังจะเสียสติ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว... ไม่ใช่เสียงของเครื่องจักร แต่เป็นเสียงที่คล้ายกับเสียงกระซิบที่แหบพร่าและเก่าแก่เหลือเกิน

‘จงเลือก... จะเป็นผู้ควบคุม... หรือจะเป็นเพียงชิ้นส่วน...’

Anwen เงยหน้าขึ้นมองเพดานที่บัดนี้กลายเป็นโครงสร้างเหล็กที่สลับซับซ้อน เธอเห็นแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นที่ใจกลางห้องโถง รอยแยกใต้พื้นดินกำลังขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่กำลังจะพุ่งขึ้นมานั้น... มันไม่ใช่แค่เถาวัลย์ แต่มันคือบางสิ่งที่ใหญ่โตกว่านั้น มากกว่าที่เครื่องจักรโบราณจะบรรจุไว้ได้

เธอกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่บิดเบี้ยว หากโลกนี้กำลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นโลหะ เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเพียงกระบวนการที่ไร้จิตวิญญาณ เธอจะต้องเป็นคนกำหนดจังหวะของมันเอง แม้ว่านั่นจะหมายถึงการสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปตลอดกาลก็ตาม

--- Anwen ตระหนักว่าเครื่องจักรโบราณกำลังพยายาม 'จัดระเบียบ' โลกด้วยการเปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นโลหะ และเธอพบว่าร่างกายของเธอกำลังเริ่มเปลี่ยนสภาพไปพร้อมกับมัน ขณะที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์เพื่อควบคุมหายนะ