ตอนที่ 24 — กุญแจแห่งพันธนาการ
เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้องไปตามผนังหินที่ชื้นแฉะ แสงจากคบไฟที่ถือโดยทหารราชสำนักวูบไหวไปมาตามแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน ทุกครั้งที่จังหวะ ตึก... ตึก... ของหัวใจโลกดังขึ้น แสงสีฟ้าจากแกนพลังงานเบื้องล่างจะวาบขึ้นสอดรับ ราวกับจะประกาศว่าการหลับใหลอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว
Anwen ยืนอยู่กึ่งกลางของความบ้าคลั่ง ลมหายใจของเธอหอบถี่และร้อนผ่าว แผ่นจารึกในมือไม่ได้เป็นเพียงแผ่นหินสลักอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอุณหภูมิในร่างกายเธอ มันอุ่นจัดจนปลายนิ้วชาหนึบ และทุกครั้งที่เธอขยับ ความทรงจำที่ไหลบ่าเข้ามาในหัวก็ทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ภาพของอารยธรรมที่ล่มสลายด้วยน้ำมือของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า 'ความก้าวหน้า' ฉายซ้ำไปมาเหมือนเงาในกระจกที่แตกละเอียด
“ถอยไป! ข้าสั่งให้พวกเจ้าถอยไป!” เสียงของขุนนางหนุ่ม—ผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในห้องโถงแห่งนี้—ตวาดก้อง เขาไม่ได้หันไปสั่งทหารที่อยู่ข้างหลัง แต่เขากำลังเผชิญหน้ากับ 'บางสิ่ง' ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในม่านหมอกแสงสีฟ้าเบื้องหน้า Anwen สังเกตเห็นความสั่นไหวในน้ำเสียงของเขา มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความหวาดกลัวที่พยายามจะถูกสะกดไว้ด้วยเกียรติยศ
“ท่านลอร์ด! พวกมันกำลังจะออกมา!” ทหารนายหนึ่งตะโกนขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่สุด เมื่อเงาร่างสีครามที่เคยเป็นเพียงภาพหลอนเริ่มจับตัวเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น พวกมันไม่ได้เดิน แต่มัน 'ไหล' ออกมาจากรอยแยกเหมือนปรอทที่กำลังเดือดพล่าน ร่างกายของพวกมันดูไร้กระดูกและไม่มีใบหน้า มีเพียงแสงสว่างที่หมุนวนอยู่ภายในช่องว่างที่ควรจะเป็นหัวใจ
Anwen กวาดสายตามองผ่านความโกลาหล เธอเห็นทหารคนหนึ่งถูกเงาร่างนั้นพุ่งเข้าใส่ แสงสีฟ้าวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกดึงหายเข้าไปในความมืดมิดของรอยแยกโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอชีวิต ความเงียบงันที่ตามมาหลังจากการหายไปนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ
“มันไม่ใช่แค่เครื่องจักร...” Anwen พึมพำกับตัวเอง ความจริงที่เธอได้รับรู้ผ่านจารึกเริ่มชัดเจนขึ้น กรงขังนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บพลังงาน แต่มันคือการกักขัง 'ตัวตน' บางอย่างที่อันตรายเกินกว่าโลกจะรับไหว และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือการพังทลายของกำแพงที่คอยกั้นกลางระหว่างโลกที่มนุษย์รู้จัก กับความว่างเปล่าที่หิวกระหาย
ขุนนางหนุ่มชักดาบสั้นออกมา แสงสีเงินของใบดาบสะท้อนแสงสีฟ้าดูประหลาดตา เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เงาร่างเหล่านั้น แต่มือของเขากลับชี้มาที่ Anwen “ส่งจารึกนั่นมาให้ข้าเสีย Anwen! หากเจ้าต้องการให้ชีวิตของเจ้าและพวกที่เหลือรอดอยู่ข้างบนนั้นมีค่า เจ้าต้องมอบกุญแจดอกนี้ให้แก่ราชสำนัก!”
“กุญแจงั้นหรือ?” Anwen แค่นหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความขมขื่น “ท่านเรียกสิ่งที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้ว่ากุญแจงั้นหรือ? ท่านไม่เห็นหรือว่าสิ่งที่ท่านต้องการมันกำลังจะทำลายทุกอย่าง แม้แต่ตัวท่านเอง!”
“เจ้าไม่เข้าใจ!” ขุนนางหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความบ้าคลั่ง “ราชสำนักต้องการควบคุมมัน! หากเราควบคุมมันได้ เราจะไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี เรื่องความอดอยาก หรือแม้แต่เรื่องสงคราม! เราจะมีอำนาจที่แม้แต่พระเจ้าก็ยังต้องก้มหัวให้!”
ในจังหวะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าหาเธอ เสียงคำรามที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่ Anwen เคยได้ยินก็ดังขึ้นจากก้นบึ้ง มันไม่ใช่เสียงสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงของโลหะมหาศาลที่บดขยี้กัน พื้นหินใต้เท้าของขุนนางหนุ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น Anwen อาศัยจังหวะนั้นก้าวถอยหลังหนีเข้าไปใกล้แกนพลังงานมากขึ้น
ความร้อนจากจารึกในมือเธอกำลังเปลี่ยนเป็นแรงสั่นสะเทือนที่สอดคล้องกับจังหวะหัวใจโลก เธอรู้สึกได้ถึง 'การตอบสนอง' บางอย่าง มันไม่ใช่การสั่งการ แต่มันคือการสื่อสาร หญิงสาวปริศนาที่เธอเห็นในนิมิต... เธอไม่ได้หายไปไหน แต่เธอคือส่วนหนึ่งของระบบนี้ เธอคือ 'ผู้เฝ้ามอง' ที่ถูกกักขังไว้ในวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“ถ้ามันคือพันธนาการ...” Anwen พูดเสียงเบา แต่ดังก้องในความรู้สึกของตัวเอง “ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครมาถือลูกกุญแจเพื่อเปิดมันออกเพื่ออำนาจโง่ๆ ของพวกท่าน!”
ทหารกลุ่มหนึ่งเริ่มล้อมกรอบเธอเข้ามา ดาบของพวกเขาชี้มาที่อกของเธอ แสงคบไฟสาดส่องใบหน้าของพวกเขาที่เต็มไปด้วยเหงื่อและความโลภ ขณะที่เบื้องหลังของพวกเขา เงาร่างสีครามกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเมฆดำที่กำลังจะกลืนกินแสงอาทิตย์
Anwen ตัดสินใจในวินาทีที่ความเป็นตายเท่ากัน เธอไม่ได้เลือกที่จะหนีไปทางทางเดินที่ทหารคุมอยู่ แต่เธอเลือกที่จะหันหลังให้แก่โลกที่เธอรู้จัก แล้วก้าวเดินเข้าสู่ใจกลางของแสงสว่างสีฟ้าที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
“หยุดนางไว้! อย่าให้นางเข้าใกล้แกนกลาง!” เสียงตะโกนของขุนนางหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกรูเข้ามา
แต่ทว่า มันสายเกินไปเสียแล้ว แผ่นจารึกในมือของ Anwen สว่างจ้าจนทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นสีขาวโพลน เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบใหม่ด้วยแรงดึงดูดมหาศาล เสียงตะโกน เสียงดาบ และเสียงคำรามจากใต้ดินถูกตัดขาดหายไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกของการร่วงหล่นที่ไม่มีจุดสิ้นสุด และเสียงกระซิบหนึ่งที่ดังชัดเจนที่สุดในโสตประสาท...
‘เจ้าคือผู้เลือก... หรือเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกนำมาส่ง?’
ท่ามกลางแสงสีขาวนั้น Anwen เห็นเงาร่างของหญิงสาวคนเดิมยืนอยู่ตรงหน้า ร่างนั้นไม่ได้ดูเลือนรางอีกต่อไป แต่กลับดูแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังงานที่ไหลเวียน หญิงสาวยื่นมือออกมาหาเธอ ท่ามกลางพายุของฟันเฟืองและแสงสีครามที่กำลังถล่มลงมา
Anwen เอื้อมมือออกไป... ไม่ใช่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพื่อจะดูให้แน่ใจว่า ความจริงที่อยู่เบื้องหลังพันธนาการนี้ คือความหวังหรือคือจุดจบที่แท้จริงกันแน่
--- Anwen เผชิญหน้ากับขุนนางลึกลับที่ต้องการชิงแผ่นจารึกเพื่ออำนาจ ท่ามกลางการตื่นขึ้นของเงาร่างสีครามและเครื่องจักรโบราณ เธอตัดสินใจก้าวเข้าสู่ใจกลางแกนพลังงานเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ซ่อนอยู่