ตอนที่ 118 — ความเงียบในรอยแยกและเสียงเพรียกของป่าโลหะ
ความมืดมิดในรอยแยกมิติไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด แต่มันหนาแน่นด้วยแรงกดดันที่บีบอัดประสาทสัมผัสจนแทบแตกสลาย Anwen รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ไม่ได้มาจากอุณหภูมิ แต่มาจากสภาวะที่ตัวตนของเธอกำลังถูกลบเลือน ร่างกึ่งโลหะของเธอสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่เธอดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกที่ฉีกขาด เสียงหวีดหวิวของมิติที่บิดเบี้ยวฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับล้านที่ถูกกักขังอยู่ในกาลเวลาที่หยุดนิ่ง เธอพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำ—กลิ่นขนมปังอบใหม่ในโรงเตี๊ยม เสียงหัวเราะแห้งๆ ของ Granny Nessa และสัมผัสหยาบกร้านของไม้บนโต๊ะอาหาร—เพื่อใช้เป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณไม่ให้ไหลไปกับกระแสธารแห่งความว่างเปล่า
ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างของเธอออกจากความเงียบงัน การร่วงหล่นสิ้นสุดลงด้วยการกระแทกที่รุนแรงจนวิสัยทัศน์กลายเป็นสีขาวโพลน Anwen สำลักอากาศที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นดินหรือกลิ่นฝน แต่มันคือกลิ่นของโอโซนและโลหะที่ถูกเผาไหม้ เธอพยายามยันกายขึ้นจากพื้นผิวที่แข็งและเย็นจัด เมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพได้ เธอก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในรอยแยกที่มืดมิดอีกต่อไป แต่กำลังนอนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ดูเหมือนป่า... หากป่านั้นถูกสร้างขึ้นจากสายไฟที่ถักทอเป็นกิ่งก้านและลำต้นที่เป็นโลหะขัดมัน
ต้นไม้โลหะชีวภาพเหล่านี้สูงตระหง่านเสียดฟ้า กิ่งก้านของพวกมันไม่ได้มีใบไม้ แต่เป็นแผ่นโลหะบางเฉียบที่สั่นไหวส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งยามกระทบกันคล้ายระฆังแก้ว แสงสลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดโลหะเหล่านั้นไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ ที่ไหลเวียนอยู่ตามเส้นใยโลหะที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อไม้สังเคราะห์ Anwen พยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากจุดที่ร่างกายของเธอหลอมรวมกับโลหะ รอยจารึกบนผิวหนังของเธอเรืองแสงวูบวาบเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของป่าแห่งนี้
"ที่นี่ไม่ใช่ Castellane ที่ฉันรู้จัก..." เธอพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและดูเหมือนจะสะท้อนก้องอยู่ในอากาศที่หนาแน่นด้วยพลังงาน
ความเงียบของป่าโลหะนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ความเงียบสงบแบบในชนบท แต่เป็นความเงียบที่เหมือนกำลังเฝ้ารอการล่า เสียงฝีเท้าของเธอที่เหยียบลงบนพื้นดินซึ่งประกอบด้วยเศษซากจักรกลและรากไม้โลหะดัง 'แกรก... แกรก...' ชัดเจนเกินไปในโสตประสาท เธอเริ่มตระหนักว่าการดิ่งลงสู่รอยแยกไม่ได้พาเธอมาสู่ที่พักพิง แต่มันพาเธอมาสู่สนามรบแห่งใหม่ที่กฎเกณฑ์เดิมของโลกถูกทำลายลงสิ้นเชิง
ในขณะที่เธอกำลังประเมินสถานการณ์ สัมผัสพิเศษจากร่างกายครึ่งโลหะก็ส่งสัญญาณเตือน ความเย็นวาบแล่นผ่านไขสันหลัง—ไม่ใช่ความเย็นจากสภาพอากาศ แต่เป็นความรู้สึกของการถูกจับจ้อง Anwen หันขวับไปทางทิศที่เสียงสั่นไหวของกิ่งก้านโลหะดูผิดปกติ เงาสีดำขนาดมหึมาพาดผ่านพื้นดินที่เรืองแสง เธอเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและไร้เสียงอยู่ระหว่างลำต้นโลหะเหล่านั้น มันไม่ใช่สัตว์ป่า และไม่ใช่ผู้เก็บเกี่ยวที่เธอเคยเผชิญ แต่มันคือบางสิ่งที่เคลื่อนที่ด้วยความแม่นยำของเครื่องจักรและสัญชาตญาณของนักล่า
'พวกมันตามมา...' ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว เธอไม่แน่ใจว่า 'พวกมัน' หมายถึงหน่วยล่าสังหารจากภาคีระเบียบเหล็ก หรือเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความโกลาหลของมิตินี้กันแน่
Anwen พยายามใช้พลังแห่งความทรงจำเพื่อสร้างเกราะป้องกันรอบตัว เธอพยายามนึกถึงความอบอุ่นของเตาผิงในโรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest เพื่อสร้างกำแพงแห่งเจตจำนง แต่พลังงานรอบตัวในป่าแห่งนี้กลับต้านทานความทรงจำของเธอ มันพยายามจะเปลี่ยนความทรงจำที่อ่อนโยนให้กลายเป็นข้อมูลดิบที่เย็นชา แผ่นโลหะที่สั่นไหวเริ่มส่งเสียงแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
ทันใดนั้น เงาสีดำที่เธอกลัวก็ปรากฏกายขึ้นชัดเจน มันเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่มีรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่ลำตัวของมันประกอบด้วยฟันเฟืองที่หมุนวนและดวงตาที่เป็นเลนส์สีแดงฉาน มันไม่ได้เดิน แต่กำลัง 'เคลื่อนที่' ผ่านมิติที่บิดเบี้ยว ร่างของมันกะพริบไปมาระหว่างความจริงและความว่างเปล่า ทิ้งรอยแยกเล็กๆ ไว้ในอากาศทุกครั้งที่มันขยับ
Anwen ถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับลำต้นโลหะที่เย็นเยียบ เธอไม่มีอาวุธ มีเพียงรอยจารึกที่สั่นระริกบนผิวหนัง ในวินาทีที่นักล่าโลหะกระโจนเข้าใส่ เธอตัดสินใจใช้สิ่งที่เธอเป็น—ผู้ถักทอความโกลาหล—เธอไม่ได้พยายามจะหยุดการเคลื่อนไหวของมัน แต่เธอพยายามจะ 'แทรกแซง' จังหวะการหมุนของฟันเฟืองในร่างของมันด้วยกระแสความทรงจำที่แปรปรวน
คลื่นพลังงานสีหม่นระเบิดออกจากร่างของ Anwen ปะทะกับร่างของนักล่าโลหะ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว เกิดประกายไฟสีฟ้าและสีส้มกระจายไปทั่วบริเวณ นักล่าตัวนั้นชะงักไปชั่วครู่ ร่างของมันบิดเบี้ยวเหมือนภาพสะท้อนในน้ำที่ถูกก้อนหินโยนใส่ ความโกลาหลที่เธอส่งไปทำให้กลไกภายในของมันทำงานผิดพลาด จังหวะการเคลื่อนที่ของมันเสียสมดุลจนมันเสียหลักล้มลง
ทว่าชัยชนะนั้นช่างสั้นนัก เพราะแรงปะทะนั้นได้ส่งสัญญาณออกไปในวงกว้าง เสียงระเบิดของพลังงานไม่ได้หายไปในความมืด แต่มันดึงดูด 'บางสิ่ง' ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นให้ตอบรับ แสงสีฟ้าจากป่าโลหะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด และเสียงคำรามที่ดังมาจากฟากฟ้า—ไม่ใช่เสียงจากพื้นดิน—ก็ทำให้แผ่นดินใต้เท้าของเธอเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง
Anwen หอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นจากการฝืนใช้พลัง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้นานนัก ป่าแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่กำลังตอบสนองต่อตัวตนของเธอ และทุกย่างก้าวที่เธอเดินไป จะเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลกที่กำลังแตกสลายนี้
เธอมองไปที่ทิศทางที่นักล่าตัวแรกหายไปในเงามืด แล้วมองขึ้นไปบนฟ้าที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเงาขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนที่ลงมาอย่างช้าๆ ความหวังเดียวของเธอคือการค้นหา 'จุดรวมจิต' (The Nexus of Memory) ให้พบ ก่อนที่ระเบียบหรือความว่างเปล่าจะกลืนกินเธอไปเสียก่อน
ท่ามกลางความโกลาหลที่เริ่มก่อตัว Anwen ตัดสินใจก้าวเดินต่อไปในป่าโลหะที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่แค่ศัตรู แต่คือความจริงที่ว่า เธออาจต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของป่าแห่งนี้เพื่อที่จะมีชีวิตรอด
--- Anwen ตื่นขึ้นในป่าโลหะชีวภาพหลังจากการดิ่งลงสู่รอยแยกมิติ และต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่ทำให้เธอเริ่มตระหนักถึงอันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม