← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 112免費

ตอนที่ 112 — การร่วงหล่นของระเบียบและเสียงเพรียกแห่งความเงียบ

ความเงียบไม่ได้เป็นเพียงการไร้ซึ่งเสียง แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่บีบคั้นอยู่รอบกาย Anwen รู้สึกได้ถึงมันผ่านผิวสัมผัสที่เป็นโลหะเย็นเยียบซึ่งหลอมรวมเข้ากับเนื้อหนังของเธอ ความรู้สึกนั้นไม่ได้เจ็บปวด แต่มันคือความแปลกแยก—ความแปลกแยกที่เธอต้องยอมรับเพื่อที่จะดำรงอยู่ ในขณะที่โลกกึ่งชีวภาพกึ่งโลหะเบื้องล่างกำลังขยับเขยื้อนราวกับสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งตื่นจากนิทราอันยาวนาน สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้ากลับไม่ได้มาพร้อมกับเสียงกัมปนาท แต่มันมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่กรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ

บนท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวด้วยรอยแยกแห่งมิติ เมฆหมอกโลหะหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นประหลาด แสงสีฟ้าซีดจางจากเครื่องจักรโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่สะท้อนกับพื้นผิวที่เป็นเกล็ดโลหะของโลกใหม่ ทันใดนั้น ร่างที่เคยดูเหมือนดวงดาวที่ร่วงหล่นก็เริ่มชัดเจนขึ้น พวกเขาไม่ใช่ดาว และไม่ใช่เพียงเศษซากของวัตถุ แต่มันคือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' (The Reapers of Order) กลุ่มนักรบจักรกลที่เคลื่อนที่ผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความสง่างามที่น่าสยดสยอง รูปลักษณ์ของพวกเขาดูคล้ายเทพเจ้าในตำนานที่ถูกสร้างขึ้นจากทองเหลืองและแสงสว่างที่บริสุทธิ์จนเกินไป ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขามีจังหวะที่แม่นยำ ไร้ซึ่งความผิดเพี้ยน ไร้ซึ่งความโกลาหล—ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Anwen พยายามจะปกป้องไว้ด้วยชีวิต

"พวกมันกำลังมา..." เสียงกระซิบดังขึ้นในมโนสำนึกของเธอ ไม่ใช่เสียงของคนอื่น แต่เป็นเสียงของความทรงจำที่พยายามจะเตือนภัย รอยจารึกบนร่างกายของเธอกระตุกวูบ ส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านกระดูกที่กลายเป็นโลหะ Anwen ยันกายขึ้นจากพื้นผิวที่ขรุขระของซากปรักหักพัง เธอเห็นเงาร่างของเหล่าผู้เก็บเกี่ยวร่อนลงสู่พื้นโลกอย่างช้าๆ ราวกับขนนกที่ทำจากเหล็กกล้า เมื่อเท้าของพวกเขาสัมผัสกับพื้นดินที่บิดเบี้ยว โลกที่เคยสั่นไหวด้วยความโกลาหลกลับสงบนิ่งลงอย่างผิดปกติ เป็นความสงบที่น่าขนลุก เหมือนกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทก่อนที่พายุจะมาถึง หรืออาจจะเป็นความสงบหลังจากที่ทุกอย่างถูกทำลายจนสิ้นซาก

หนึ่งในผู้เก็บเกี่ยวเดินนำหน้าออกมา รูปลักษณ์ของเขาดูสูงส่งจนเกินกว่าจะเรียกมนุษย์ ชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์สลับกับเส้นสายสีทองเรืองแสง ผิวสัมผัสดูเรียบเนียนไร้รอยต่อ ราวกับถูกปั้นขึ้นจากแสงสว่างมากกว่าการตีขึ้นรูป ดวงตาของเขาไม่มีลูกตาดำ มีเพียงแสงสีขาวนวลที่จ้องมองมายัง Anwen ด้วยความว่างเปล่าที่เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงแห่งการชำระล้าง

"ผู้ถักทอความโกลาหล" เสียงของเขาไม่ได้ผ่านอากาศ แต่มันสั่นสะเทือนผ่านมิติ เข้ามาประทับในใจของเธอโดยตรง "เจ้าได้สร้างรอยร้าวในระเบียบที่สมบูรณ์แบบ เจ้าได้ทำให้จังหวะของจักรวาลผิดเพี้ยนไป หน้าที่ของเราคือการนำความสงบกลับคืนมา การชำระล้างความผิดพลาดที่เจ้าได้ก่อขึ้น"

Anwen พยายามรวบรวมสติ ความทรงจำเกี่ยวกับรสชาติของสตูว์อุ่นๆ ในโรงเตี๊ยม กลิ่นดินหลังฝนตก และเสียงหัวเราะของคนแปลกหน้าที่เคยมาเยือนที่พักของเธอ ถูกดึงขึ้นมาเป็นโล่กำบังจิตใจ เธอรู้ดีว่าหากเธอปล่อยให้ความว่างเปล่าของพวกเขากลืนกินความทรงจำเหล่านี้ เธอจะกลายเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในเครื่องจักรที่ไร้หัวใจของพวกเขา

"ความโกลาหลไม่ใช่ความผิดพลาด" Anwen ตอบโต้ผ่านจิตวิญญาณ แม้ลำคอที่เป็นโลหะของเธอจะขยับได้ยากลำบาก "มันคือจังหวะชีวิต มันคือสิ่งที่ทำให้โลกนี้มีความหมาย หากไม่มีความผิดเพี้ยน ก็จะไม่มีการเติบโต หากไม่มีความสับสน ก็จะไม่มีการเรียนรู้ พวกเจ้าต้องการเพียงความตายที่สะอาดสะอ้าน แต่นั่นไม่ใช่ชีวิต"

ผู้เก็บเกี่ยวไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่เขายกมือขึ้น แสงสีทองพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว กลายเป็นเส้นด้ายแห่งระเบียบที่พยายามจะพันธนาการความโกลาหลรอบตัว Anwen สัมผัสได้ถึงแรงบีบอัดที่พยายามจะจัดระเบียบเซลล์และโมเลกุลในร่างกายของเธอให้เข้าที่เข้าทาง มันเป็นความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวเหมือนถูกกดทับด้วยภูเขาที่ทำจากเพชร รอยจารึกบนตัวเธอเริ่มเรืองแสงสีม่วงเข้มข้น—สีแห่งความโกลาหลที่เธอถักทอขึ้น

เธอไม่ได้สู้ด้วยกำลัง แต่สู้ด้วย 'ความไม่สมบูรณ์' Anwen ปลดปล่อยเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความโกรธ และความสุขที่ปนเปกันจนแยกไม่ออก เธอส่งมันออกไปเหมือนพายุหมุนที่ไร้ทิศทาง พลังงานที่แปรปรวนเหล่านี้เข้าปะทะกับเส้นด้ายแห่งระเบียบ ทำให้แสงสีทองนั้นบิดเบี้ยวและแตกกระจายเป็นประกายไฟที่คาดเดาไม่ได้

แต่ทว่า ผู้เก็บเกี่ยวไม่ได้มีเพียงคนเดียว ร่างจักรกลกึ่งเทพเจ้าอีกหลายร่างเริ่มล้อมรอบเธอไว้ ทุกย่างก้าวของพวกเขาสร้างวงแหวนแห่งความเงียบสงัดที่ลุกลามไปตามพื้นดิน โลกกึ่งชีวภาพที่เคยขยับเขยื้อนด้วยจังหวะชีวิตเริ่มแข็งตัวและกลายเป็นโครงสร้างที่ตายตัวภายใต้การเหยียบย่างของพวกเขา Anwen เริ่มรู้สึกถึงความอ่อนแรง พลังงานที่เธอใช้สร้างพายุแห่งความโกลาหลกำลังสูบเอาความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ของเธอไปทีละน้อย

ในขณะที่เธอกำลังจะถูกบดขยี้ด้วยระเบียบอันบริสุทธิ์ เธอก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า... บางอย่างที่ไม่ได้มาจากฟากฟ้า และไม่ได้มาจากใต้ดิน แต่มันคือเสียงกระซิบจาก 'ก้นบึ้ง' ที่แท้จริง มันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักร และไม่ใช่เสียงของเทพเจ้า แต่มันคือเสียงของความว่างเปล่าที่กำลังหิวโหย

เงาร่างลึกลับที่เคยปรากฏตัวในมิติที่บิดเบี้ยวไม่ได้เพียงแค่เฝ้ามองอีกต่อไป แต่มันกำลังเริ่มเคลื่อนไหว มันคือแรงขับเคลื่อนที่อยู่เหนือทั้งระเบียบและโกลาหล และเมื่อมันขยับ ความสมดุลที่ Anwen พยายามสร้างขึ้นก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง

ผู้เก็บเกี่ยวชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาแสงสีขาวของพวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังฉีกขาดออกอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยการทำลายล้างของพายุ แต่ด้วยการเปิดออกของ 'บางสิ่ง' ที่ใหญ่โตจนแม้แต่ระเบียบที่สมบูรณ์แบบก็ไม่อาจต้านทานได้

Anwen มองเห็นความตายที่กำลังคืบคลานมาในรูปแบบของความเงียบที่แท้จริง เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกระหว่างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มันคือการพยายามประคองเศษเสี้ยวของความหมายท่ามกลางการพังทลายของทุกสรรพสิ่ง เธอต้องหา 'จุดรวมจิต' (The Nexus of Memory) ให้พบ ก่อนที่ความเงียบนี้จะกลืนกินทุกความทรงจำที่เธอมี และเปลี่ยนจักรวาลให้กลายเป็นสุสานที่สวยงามและไร้ซึ่งชีวิตตลอดกาล

--- Anwen ต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของ 'ผู้เก็บเกี่ยว' แห่งระเบียบที่พยายามชำระล้างความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้น ทว่าการปะทะกันกลับไปกระตุ้นตัวตนที่ยิ่งใหญ่และลึกลับกว่าให้เริ่มเคลื่อนไหวในมิติที่กำลังแตกสลาย