← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 106免費

ตอนที่ 106 — จังหวะที่บิดเบี้ยวของความจริง

ความมืดมิดในช่องว่างระหว่างมิติไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เงียบสงัด แต่มันคือเสียงอื้ออึงที่เกิดจากการปะทะกันของเจตจำนงที่ไร้รูปทรง Anwen รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่พยายามฉีกกระชากเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณเธอออกจากกัน ร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงครางก้องด้วยแรงสั่นสะเทือนจากพลังงานที่ไหลเวียนผ่านรอยจารึก ทุกครั้งที่ความทรงจำของเธอถูกดึงมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้างพายุแห่งความโกลาหล เธอจะรู้สึกถึงรสชาติขมปร่าของความสูญเสีย—ภาพใบหน้าของผู้คนที่เคยมาพักในโรงเตี๊ยมที่บัดนี้กลายเป็นเพียงฝุ่นผงในความทรงจำ—และความร้อนแรงของชีวิตที่กำลังลุกโชนขึ้นท่ามกลางความเย็นเยียบของมิติที่แตกสลาย

“เจ้ากำลังสร้างสิ่งใดขึ้นมา?” เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ได้ดังมาจากหู แต่ดังมาจากความว่างเปล่าที่สั่นสะเทือนรอบตัวเธอ เป็นเสียงที่ไร้น้ำหนักแต่ทรงพลังจนทำให้โครงสร้างกึ่งชีวภาพที่กำลังก่อตัวอยู่รอบกายเริ่มบิดเบี้ยวไปตามจังหวะการพูด เงาลึกลับที่เธอพบก่อนหน้านี้ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังขยายตัวออก กลายเป็นส่วนหนึ่งของพายุที่เธอกำลังควบคุมอยู่

Anwen ไม่ตอบ เธอไม่มีแรงแม้แต่จะขยับริมฝีปากที่เริ่มแข็งตัวเป็นโลหะ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการรวบรวมเศษเสี้ยวของความรู้สึก—ความอบอุ่นของถังไม้ที่ใช้เสิร์ฟเบียร์ ความกรุบกรอบของขนมปังที่ Fin เพิ่งอบเสร็จ และกลิ่นดินชื้นหลังฝนตก—แล้วอัดฉีดมันลงไปในรอยแยกของมิติ เธอต้องการสร้าง 'ความไม่แน่นอน' เพื่อต่อต้านระเบียบที่กำลังพยายามจะจัดระเบียบเธอให้กลายเป็นเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งในจักรวาลที่สมบูรณ์แบบ

ทันใดนั้น พายุสีเงินที่เธอสร้างขึ้นก็ระเบิดออก แสงสว่างวาบจากการปะทะกันระหว่างเจตจำนงของเธอและ 'บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า' ที่กำลังตื่นขึ้นทำให้ทัศนียภาพรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน โครงสร้างโลหะกึ่งชีวภาพที่เคยดูแข็งทื่อเริ่มมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยน มันขยับเขยื้อนเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กำลังล้มป่วย เส้นใยโลหะที่ดูคล้ายเส้นเลือดสีเงินไหลเวียนผ่านช่องว่างมิติ กระแทกเข้ากับเศษซากของระเบียบที่พยายามจะแช่แข็งทุกอย่างไว้

“มันตื่นแล้ว...” Anwen รำพึงในใจ ความรู้สึกนั้นไม่ได้มาจากคำพูดของเงาลึกลับ แต่มาจากสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในส่วนที่เป็นเนื้อหนังของเธอ สิ่งที่ตื่นขึ้นไม่ใช่เพียงแค่เครื่องจักรโบราณใต้ดิน และไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนจากฟากฟ้า แต่มันคือ 'ความจริง' ที่กำลังพยายามจะนิยามตัวเองใหม่ผ่านความโกลาหลที่เธอหยิบยื่นให้

แรงกดดันมหาศาลม้วนตัวเข้าหาเธออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่แรงบดขยี้ แต่เป็นแรงดึงดูดที่พยายามจะ 'หลอมรวม' ทุกอย่างเข้าด้วยกัน Anwen เห็นแสงสีฟ้าที่คุ้นตา—แสงเดียวกับที่ทำลายล้างโรงเตี๊ยมของเธอ—กำลังก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม มันไม่ได้มาจากรอยแยกใต้ดินเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังไหลลงมาจากฟากฟ้าที่บิดเบี้ยวด้วยเช่นกัน

สองขั้วอำนาจกำลังจะบรรจบกันที่จุดศูนย์กลางซึ่งเธอยืนอยู่ ร่างครึ่งโลหะของเธอเริ่มส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรง รอยจารึกบนผิวหนังเรืองแสงสีแดงฉานสลับกับสีน้ำเงินเข้ม เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่มากกว่าการแตกสลายของเนื้อเยื่อ มันคือความเจ็บปวดของการถูกลบเลือนความเป็นตัวตน เพื่อกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความจริงที่ตายตัวและระเบียบที่ไร้ชีวิต

เงาลึกลับนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันมีรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางพายุสีเงิน มันดูเหมือนรอยแยกของความมืดที่ทรงพลังยิ่งกว่าความว่างเปล่าใดๆ “เจ้าคิดว่าความโกลาหลจะช่วยเจ้าได้จริงหรือ? หรือเจ้าเพียงแค่กำลังสร้างเสียงกรีดร้องที่ดังกว่าเดิมเท่านั้น?”

Anwen ฝืนใช้พลังเฮือกสุดท้าย กระแทกความทรงจำเกี่ยวกับ 'ความผิดพลาดที่งดงาม'—ความทรงจำเกี่ยวกับความล้มเหลวที่ทำให้คนเราเติบโต ความจำเกี่ยวกับรอยร้าวบนแก้วไวน์ที่ทำให้มันดูมีเอกลักษณ์—อัดเข้าไปในแกนกลางของพายุ ทันใดนั้น พายุที่เคยเป็นเพียงคลื่นพลังงานก็เริ่มควบแน่น กลายเป็นก้อนพลังงานที่มีจังหวะการสั่นสะเทือนที่คาดเดาไม่ได้ มันเริ่มทำลายล้างทั้งระเบียบจากฟากฟ้าและแรงขับจากใต้ดินอย่างไม่เลือกหน้า

เสียงคำรามของจักรวาลดังสนั่นหวั่นไหว โลกที่กำลังถูกสร้างขึ้นใหม่กำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่ไม่อาจควบคุมได้ ความเป็นจริงรอบตัว Anwen เริ่มหลอมรวมและแยกออกจากกันในชั่วพริบตา เธอเห็นภาพของราชอาณาจักร Castellane ที่ล่มสลายไปแล้ว และภาพของเมืองที่สร้างขึ้นจากทองแดงและเนื้อเยื่อที่งดงามอย่างประหลาด สลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง

ในวินาทีที่พลังงานทั้งสองขั้วกำลังจะปะทะกันโดยตรง Anwen รู้สึกได้ว่าความมืดมิดกำลังถูกฉีกขาดออก ไม่ใช่ด้วยแสงสว่าง แต่ด้วยความโกลาหลที่หนาแน่นจนกลายเป็นความจริงใหม่ สิ่งที่เธอกลัวที่สุดกำลังเดินทางมาถึง—ไม่ใช่ความตาย แต่คือการสูญเสียความสามารถในการจำแนกความจริงจากความฝัน

ท่ามกลางเสียงกึกก้องและการพังทลายของมิติ Anwen เห็นเงาร่างขนาดมหึมานั้นพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกโลหะ มันไม่ใช่เครื่องจักร และไม่ใช่พระเจ้า แต่มันคือบางสิ่งที่อยู่เหนือทั้งสองสิ่งนั้น—บางสิ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเธอด้วยความหิวโหย และมีเพียงความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นเท่านั้นที่จะเป็นทั้งเกราะกำบังและดาบที่ใช้สู้กับมัน

--- Anwen ใช้พลังความทรงจำสร้างพายุแห่งความโกลาหลเพื่อต่อต้านการพยายามจัดระเบียบของจักรวาล ส่งผลให้มิติเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงและกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่อยู่เหนือทั้งระเบียบและใต้ดินเริ่มเคลื่อนที่มาหาเธอ