← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 34免費

ตอนที่ 34 — เสียงคำรามจากความมืดและพันธนาการแห่งอำนาจ

เสียงสั่นสะเทือนไม่ได้มาในรูปแบบของแผ่นดินไหวที่รุนแรงจนอาคารพังทลาย แต่มันคือแรงสั่นในระดับลึกที่แทรกซึมผ่านฝ่าเท้าขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เป็นจังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอราวกับเสียงกลองศึกที่ตีอยู่ใต้ผืนดิน อัลดริกยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงตะเกียงที่วูบไหวในอุโมงค์ใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นโลหะเย็นเยียบที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมตามร่องหลัง แม้ในอุโมงค์นี้จะหนาวเหน็บเพียงใดก็ตาม

"ท่านลอร์ด อัลดริก! ท่านจะยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม!" เสียงของเซอร์กัลเลนแผดก้องขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด อัศวินผู้สูงศักดิ์ยืนอยู่ไม่ไกล แสงจากคบไฟในมือของทหารหลวงสะท้อนกับชุดเกราะสีเงินของเขาจนดูน่าเกรงขามและน่ารำคาญในเวลาเดียวกัน ใบหน้าของกัลเลนบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดและแรงกดดันที่มองไม่เห็น "เราเสียเวลามามากพอแล้วใต้ความมืดนี่ สิ่งที่ท่านบอกว่า 'ผู้เฝ้าประตู' คืออะไรกันแน่? มันคืออาวุธหรือเครื่องจักรที่ขัดข้อง? บอกความจริงมาเสีย มิเช่นนั้นข้าจะถือว่าท่านกำลังปิดบังภัยคุกคามต่อราชอาณาจักร!"

อัลดริกสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมมือที่สั่นเทาไม่ให้แสดงออกให้เห็น เขาไม่ได้กลัวความตาย แต่เขากลัวผลกระทบจากการพูดความจริงออกไป ความจริงที่ว่าสิ่งที่อยู่ใต้แท่นตาชั่งไม่ใช่แค่กลไกข้าว แต่เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ก่อนที่ราชวงศ์อลิซจะถือกำเนิดเสียด้วยซ้ำ เขาเหลือบมองอักขระปริศนาที่ยังคงเรืองแสงจางๆ บนผนังหิน ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะความพยายามที่จะควบคุมสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์

"มันไม่ใช่ทั้งอาวุธและไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่ขัดข้อง เซอร์กัลเลน" อัลดริกตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่ชายที่เพิ่งเสี่ยงชีวิตกระโดดลงเหวจะทำได้ "มันคือสมดุล หากท่านพยายามจะครอบครองมันด้วยกำลัง ท่านจะพบว่าสิ่งที่ท่านพยายามจะกักขังไว้ อาจจะเป็นสิ่งที่กลืนกินเราทุกคน"

"คำพูดเพ้อเจ้อของพวกนักบวช!" กัลเลนก้าวเข้ามาใกล้จนอัลดริกได้ยินเสียงเหล็กกระทบกันจากเกราะ "ราชสำนักไม่ต้องการคำพยากรณ์หรือปรัชญา เราต้องการความมั่นคง และถ้าสิ่งที่ท่านเรียกว่าผู้เฝ้าประตูสามารถควบคุมผลผลิตของโอ๊คเมียร์ได้ มันก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของเอลเดอร์เมียร์!"

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนก็ทวีความรุนแรงขึ้น มันไม่ใช่แค่การสั่น แต่มันคือเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากส่วนลึกที่สุดของรอยแยก เสียงนั้นคล้ายกับเสียงสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน หรืออาจจะเป็นเสียงของฟันเฟืองยักษ์ที่กำลังบดขยี้หินผา ทหารหลวงบางคนถึงกับเสียหลักล้มลง คบไฟในมือส่ายไปมาจนเกิดเงาวูบวาบที่ดูเหมือนอสุรกายบนผนังถ้ำ

"ดูนั่น!" ทหารคนหนึ่งชี้มือไปยังความมืดเบื้องหน้า

ท่ามกลางความสลัว แสงสีฟ้าหม่นเริ่มแผ่ออกมาจากรอยแยกที่อัลดริกเพิ่งประสานไป มันไม่ได้นิ่งสงบเหมือนตอนที่เขาทำสำเร็จ แต่มันกำลังเต้นเป็นจังหวะที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับชีพจรที่กำลังโกรธเกรี้ยว อัลดริกตระหนักได้ทันทีว่าการที่เขาพยายามปรับสมดุลนั้น ไม่ได้เป็นการปิดสวิตช์ แต่มันเป็นการ 'ปลุก' ให้สิ่งนี้ตื่นขึ้นมาในสถานะที่พร้อมจะตอบโต้

"ถอยออกไป!" อัลดริกตะโกนสั่ง แต่ดูเหมือนเสียงของเขาจะถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามใต้ดิน "พวกท่านต้องถอยออกไปจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!"

แต่เซอร์กัลเลนไม่ฟัง เขากลับก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับดาบที่ถูกชักออกมาจากฝัก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภและความทะเยอทะยานที่ยากจะหยั่งถึง "ข้าจะไม่ถอยจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า 'ประตู' ที่ท่านว่ามันอยู่ที่ไหน!"

อัลดริกมองเห็นความหายนะกำลังคืบคลานเข้ามา เขาเห็นเงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าภายในรอยแยก มันไม่ใช่เงาของวัตถุ แต่มันคือเงาที่ดูเหมือนจะมีมวลสาร มีความรู้สึก และมีเจตจำนง อักขระบนผนังเริ่มส่องแสงจ้าขึ้นจนแสบตา พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของเขา—ไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นความรู้สึกที่สื่อสารผ่านกระแสประสาทว่า 'ผู้บุกรุก... ผู้ไม่ได้รับเชิญ...'

ความเย็นยะเยือกแล่นปราดไปตามไขสันหลัง อัลดริกตระหนักว่าความผิดพลาดของเขาไม่ได้อยู่ที่การซ่อมแซมกลไก แต่อยู่ที่การดึงเอาความสนใจของสิ่งที่อยู่เบื้องล่างมาที่ตัวเขาและกองทหารเหล่านี้ บัดนี้ ตาชั่งที่เขาเคยดูแลด้วยความเที่ยงตรง กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือที่ชั่งน้ำหนักระหว่างความอยู่รอดของโอ๊คเมียร์กับความพินาศของอาณาจักร

"หยุดนะ! อย่าแตะต้องมัน!" อัลดริกพุ่งตัวเข้าหาเซอร์กัลเลนเพื่อหวังจะขัดขวาง แต่แรงดึงดูดประหลาดก็กระชากร่างของเขาและทหารทุกคนให้เซไปทางรอยแยก พื้นดินใต้เท้าดูเหมือนจะกลายเป็นของเหลวที่พร้อมจะสูบทุกสิ่งลงไปสู่ความมืดมิดที่ไม่มีจุดจบ

ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง อัลดริกเหลือบเห็นดวงตาคู่หนึ่ง... ไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่มันคือแสงสว่างที่วาวโรจน์อยู่ท่ามกลางความมืดมิดลึกสุดหยั่งของรอยแยก มันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา—จ้องมองมาที่เขา—ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานับพันปี

--- อัลดริกพยายามเตือนเซอร์กัลเลนถึงอันตรายของสิ่งที่อยู่ใต้ดิน แต่ความโลภของราชสำนักทำให้เกิดการเผชิญหน้าที่นำไปสู่การตื่นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบของ 'ผู้เฝ้าประตู' ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนที่อาจทำลายโอ๊คเมียร์