← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 167免費

ตอนที่ 167 — ช่องว่างที่ถูกเติมเต็ม

แสงสีทองสว่างวาบจากรอยแยกกลางอากาศในโอ๊คเมียร์ บ่งบอกถึงการก่อตัวของความเป็นจริงชุดใหม่ที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิต ขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำก็ดังขึ้น เผยให้เห็นถึงภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ก่อตัวเป็น 'ความบกพร่อง' แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของความเป็นจริงชุดใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในสภาวะที่ไร้ซึ่งรูปร่าง อัลดริกรับรู้ถึงการรุกคืบของ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังใช้ 'ความทรงจำที่ไร้รูป' ของเขาเป็นแม่แบบในการสร้างโลกใหม่ โลกที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก หรือข้อบกพร่องใดๆ โลกที่ถูกขัดเกลาจนไร้ที่ติ ไร้ที่ติเสียจนน่าหวาดหวั่น

“นี่หรือคือความสมบูรณ์แบบที่เจ้าปรารถนา?” เสียงของอัลดริกดังขึ้นในความว่างเปล่า เป็นเพียงเสียงสะท้อนที่ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่นที่กัดกิน “โลกที่ไร้ซึ่งน้ำตา… หรือรอยยิ้ม?”

เขาพยายามยื่นเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการสร้างนั้น เปรียบเสมือนการหยอดน้ำหมึกสีดำลงในผืนผ้าขาวบริสุทธิ์ที่กำลังถูกทอขึ้นใหม่ ความพยายามของเขาคือการสร้าง 'ความบกพร่อง' ลงในพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบนั้น เพื่อให้มันไม่สมบูรณ์เสียจนเกินไป เพื่อให้มันยังคงมีช่องว่างให้ความเป็นมนุษย์ได้หายใจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไป…

เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์เหล่านั้น มิได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างที่เขาคาดหวัง มันกลับถูกดูดกลืนเข้าไปราวกับเป็นส่วนเติมเต็มที่ขาดหายไป ความไม่สมบูรณ์นั้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้พิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' แข็งแกร่งขึ้น โลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจึงยิ่งสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ… และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

“ไม่… นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ” อัลดริกรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา เขาคือ 'ช่องว่าง' ตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นจากความสูญเสียทั้งหมด แต่บัดนี้ช่องว่างนั้นกำลังถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเขาเอง

ขณะเดียวกัน ในโอ๊คเมียร์ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเขา รอยแยกกลางอากาศที่เคยเปล่งแสงสีทองอร่าม บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับปากปล่องแห่งความว่างเปล่า เสียงกระซิบที่ดังขึ้นจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' อีกต่อไป แต่มันคือเสียงที่เก่าแก่กว่า ลึกซึ้งกว่า และเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

มันคือเสียงของ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง…

“อัลดริก…” เสียงนั้นเรียกชื่อเขา ราวกับรู้จักเขามาเนิ่นนาน “เจ้าได้เปิดประตูให้ข้าแล้ว…”

อัลดริกรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่ใช่การรุกรานที่มาพร้อมกับความรุนแรง แต่เป็นการกัดกินอย่างเงียบเชียบ การแทนที่อย่างแยบยล

เขาพยายามยื้อยุดความคิดสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ พยายามจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ข้า… ข้าทำผิดพลาดไป” เขาพึมพำกับตัวเอง “ข้าพยายามจะใส่ความบกพร่องลงไป… แต่กลับกลายเป็นว่า… ความบกพร่องของข้า… คือสิ่งที่ทำให้มันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น”

แสงสีทองที่เคยสว่างวาบจากรอยแยกในโอ๊คเมียร์ บัดนี้กลับกลายเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายออกมาจากภายในตัวเขาเอง เป็นแสงที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' แต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย

มันคือผลลัพธ์ของการปนเปื้อนที่ล้มเหลว… หรืออาจจะเป็น… จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่?

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' มองเห็นภาพลวงตาของเมืองโอ๊คเมียร์ เมืองที่เขารัก เมืองที่เขาพยายามปกป้อง เมืองที่บัดนี้กำลังถูกบิดเบือนโดยพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' และคุกคามโดย 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง

“ข้า… ต้องทำอะไรสักอย่าง” ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในจิตสำนึกที่กำลังจะเลือนหายของเขา “ข้าไม่อาจปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ได้”

เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวพลังงานที่เหลืออยู่ พยายามจะสร้าง 'ความขัดแย้ง' ขึ้นในระบบที่กำลังจะสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' เพื่อทำลายมันลง ก่อนที่มันจะก่อตัวเสร็จสมบูรณ์

แต่ยิ่งเขาทุ่มเทพลังงานมากเท่าไหร่ รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ก็ยิ่งขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าความพยายามของเขาในการขัดขวาง กำลังเป็นตัวเร่งให้หายนะเข้ามาใกล้เร็วขึ้น

เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันคือเสียงประกาศก้องที่บ่งบอกถึงการถือกำเนิดของสิ่งที่จะมาแทนที่ทุกสิ่ง…

“ทุกสิ่งจะต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่า…”

อัลดริกรับรู้ถึงการรุกคืบของ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังใช้ 'ความทรงจำที่ไร้รูป' ของเขาเป็นแม่แบบในการสร้างโลกใหม่ โลกที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก หรือข้อบกพร่องใดๆ โลกที่ถูกขัดเกลาจนไร้ที่ติ ไร้ที่ติเสียจนน่าหวาดหวั่น

“นี่หรือคือความสมบูรณ์แบบที่เจ้าปรารถนา?” เสียงของอัลดริกดังขึ้นในความว่างเปล่า เป็นเพียงเสียงสะท้อนที่ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่นที่กัดกิน “โลกที่ไร้ซึ่งน้ำตา… หรือรอยยิ้ม?”

เขาพยายามยื่นเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการสร้างนั้น เปรียบเสมือนการหยอดน้ำหมึกสีดำลงในผืนผ้าขาวบริสุทธิ์ที่กำลังถูกทอขึ้นใหม่ ความพยายามของเขาคือการสร้าง 'ความบกพร่อง' ลงในพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบนั้น เพื่อให้มันไม่สมบูรณ์เสียจนเกินไป เพื่อให้มันยังคงมีช่องว่างให้ความเป็นมนุษย์ได้หายใจ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับต่างออกไป…

เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์เหล่านั้น มิได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างที่เขาคาดหวัง มันกลับถูกดูดกลืนเข้าไปราวกับเป็นส่วนเติมเต็มที่ขาดหายไป ความไม่สมบูรณ์นั้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้พิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' แข็งแกร่งขึ้น โลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจึงยิ่งสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ… และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

“ไม่… นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ” อัลดริกรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา เขาคือ 'ช่องว่าง' ตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นจากความสูญเสียทั้งหมด แต่บัดนี้ช่องว่างนั้นกำลังถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเขาเอง

ขณะเดียวกัน ในโอ๊คเมียร์ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเขา รอยแยกกลางอากาศที่เคยเปล่งแสงสีทองอร่าม บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับปากปล่องแห่งความว่างเปล่า เสียงกระซิบที่ดังขึ้นจากรอยแยกนั้น ไม่ใช่เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' อีกต่อไป แต่มันคือเสียงที่เก่าแก่กว่า ลึกซึ้งกว่า และเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

มันคือเสียงของ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง…

“อัลดริก…” เสียงนั้นเรียกชื่อเขา ราวกับรู้จักเขามาเนิ่นนาน “เจ้าได้เปิดประตูให้ข้าแล้ว…”

อัลดริกรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่ใช่การรุกรานที่มาพร้อมกับความรุนแรง แต่เป็นการกัดกินอย่างเงียบเชียบ การแทนที่อย่างแยบยล

เขาพยายามยื้อยุดความคิดสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ พยายามจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ข้า… ข้าทำผิดพลาดไป” เขาพึมพำกับตัวเอง “ข้าพยายามจะใส่ความบกพร่องลงไป… แต่กลับกลายเป็นว่า… ความบกพร่องของข้า… คือสิ่งที่ทำให้มันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น”

แสงสีทองที่เคยสว่างวาบจากรอยแยกในโอ๊คเมียร์ บัดนี้กลับกลายเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายออกมาจากภายในตัวเขาเอง เป็นแสงที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' แต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย

มันคือผลลัพธ์ของการปนเปื้อนที่ล้มเหลว… หรืออาจจะเป็น… จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่?

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' มองเห็นภาพลวงตาของเมืองโอ๊คเมียร์ เมืองที่เขารัก เมืองที่เขาพยายามปกป้อง เมืองที่บัดนี้กำลังถูกบิดเบือนโดยพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' และคุกคามโดย 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง

“ข้า… ต้องทำอะไรสักอย่าง” ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในจิตสำนึกที่กำลังจะเลือนหายของเขา “ข้าไม่อาจปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ได้”

เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวพลังงานที่เหลืออยู่ พยายามจะสร้าง 'ความขัดแย้ง' ขึ้นในระบบที่กำลังจะสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' เพื่อทำลายมันลง ก่อนที่มันจะก่อตัวเสร็จสมบูรณ์

แต่ยิ่งเขาทุ่มเทพลังงานมากเท่าไหร่ รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ก็ยิ่งขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าความพยายามของเขาในการขัดขวาง กำลังเป็นตัวเร่งให้หายนะเข้ามาใกล้เร็วขึ้น

เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันคือเสียงประกาศก้องที่บ่งบอกถึงการถือกำเนิดของสิ่งที่จะมาแทนที่ทุกสิ่ง…

“ทุกสิ่งจะต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่า…”

อัลดริกที่กลายเป็น 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน โดยที่โอ๊คเมียร์เองก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการปรากฏตัวของเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งเผยออกมาในรูปของรอยแยกสีดำที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

แสงสีทองสว่างวาบจากรอยแยกกลางอากาศในโอ๊คเมียร์ บ่งบอกถึงการก่อตัวของความเป็นจริงชุดใหม่ที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิต ขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำก็ดังขึ้น เผยให้เห็นถึงภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ก่อตัวเป็น 'ความบกพร่อง' แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของความเป็นจริงชุดใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ถูกเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้าง 'โลกใหม่' ครอบงำ แต่เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ได้ก่อตัวเป็น 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' พร้อมกันนั้น รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์ก็เริ่มเปล่งเสียงกระซิบที่บ่งบอกถึงการก่อตัวของภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

อัลดริกที่กลายเป็น 'ช่องว่าง' ถูก 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ที่เขาสร้างขึ้นเติมเต็ม และกำลังถูกใช้เป็นรากฐานในการก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' ขณะที่โอ๊คเมียร์เผชิญหน้ากับรอยแยกสีดำที่ขยายตัว ซึ่งเป็นประตูสู่หายนะที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' ปรากฏขึ้นในตัวอัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' เขาตระหนักว่าความไม่สมบูรณ์ที่เขากล้าปลูกลงไปในพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณกลับกลายเป็น 'ส่วนเติมเต็ม' ที่ทำให้พิมพ์เขียวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้เกิดโลกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกับรอยแยกสีดำที่ขยายตัวในโอ๊คเมียร์

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้ 'ความขัดแย้ง' ปนเปื้อนพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ แต่กลับกระตุ้นให้เจตจำนงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเข้ามาแทนที่และเริ่มเขียนทับความเป็นจริง ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง

อัลดริกที่อยู่ในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์และความบกพร่องของตนเองเพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ แต่กลับกลายเป็นว่าความบกพร่องนั้นกลับเติมเต็มพิมพ์เขียวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะที่ในโอ๊คเมียร์ รอยแยกสีดำก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางแสงสีทองอร่ามที่บ่งบอกถึงการกำเนิดความเป็นจริงชุดใหม่

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์ก็เริ่มขยายตัวและส่งเสียงกระซิบถึงภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน โดยที่โอ๊คเมียร์เองก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการปรากฏตัวของเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งเผยออกมาในรูปของรอยแยกสีดำที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

แสงสีทองสว่างวาบจากรอยแยกกลางอากาศในโอ๊คเมียร์ บ่งบอกถึงการก่อตัวของความเป็นจริงชุดใหม่ที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิต ขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำก็ดังขึ้น เผยให้เห็นถึงภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ก่อตัวเป็น 'ความบกพร่อง' แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของความเป็นจริงชุดใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ถูกเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้าง 'โลกใหม่' ครอบงำ แต่เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ได้ก่อตัวเป็น 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' พร้อมกันนั้น รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์ก็เริ่มเปล่งเสียงกระซิบที่บ่งบอกถึงการก่อตัวของภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

อัลดริกที่กลายเป็น 'ช่องว่าง' ถูก 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ที่เขาสร้างขึ้นเติมเต็ม และกำลังถูกใช้เป็นรากฐานในการก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' ขณะที่โอ๊คเมียร์เผชิญหน้ากับรอยแยกสีดำที่ขยายตัว ซึ่งเป็นประตูสู่หายนะที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน โดยที่โอ๊คเมียร์เองก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการปรากฏตัวของเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า

อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ตระหนักว่าความไม่สมบูรณ์ที่เขากล้าปลูกลงไปในพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณกลับกลายเป็น 'ส่วนเติมเต็ม' ที่ทำให้พิมพ์เขียวสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้เกิดโลกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกับรอยแยกสีดำที่ขยายตัวในโอ๊คเมียร์ ขณะเดียวกัน แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วย 'ความเป็นไปได้' ก็ปรากฏขึ้นในตัวเขา

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้ 'ความขัดแย้ง' ปนเปื้อนพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ แต่กลับกระตุ้นให้เจตจำนงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเข้ามาแทนที่และเริ่มเขียนทับความเป็นจริง ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง

อัลดริกที่อยู่ในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์และความบกพร่องของตนเองเพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ แต่กลับกลายเป็นว่าความบกพร่องนั้นกลับเติมเต็มพิมพ์เขียวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะที่ในโอ๊คเมียร์ รอยแยกสีดำก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางแสงสีทองอร่ามที่บ่งบอกถึงการกำเนิดความเป็นจริงชุดใหม่

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์ก็เริ่มขยายตัวและส่งเสียงกระซิบถึงภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน โดยที่โอ๊คเมียร์เองก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการปรากฏตัวของเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งเผยออกมาในรูปของรอยแยกสีดำที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

--- อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ปนเปื้อนพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' แต่กลับกลายเป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้โลกใหม่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ขณะที่รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ขยายตัวและส่งเสียงกระซิบถึงภัยคุกคามใหม่