← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 16免費

ตอนที่ 16 — แรงดึงดูดแห่งความลับ

ความมืดมิดใต้ฐานรากของโรงสีไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่มันคือความมืดที่มีมวล มีความหนาแน่น และมีแรงกดดันที่มองไม่เห็น อัลดริกพยายามพยุงร่างที่สั่นเทาของตัวเองผ่านรอยแยกที่ขยายกว้างขึ้น แสงจากตะเกียงในมือของเขาดูหม่นแสงลงอย่างน่าประหลาดเมื่อขยับเข้าใกล้ก้นบึ้ง มันไม่ใช่เพราะน้ำมันใกล้หมด แต่เป็นเพราะอากาศรอบตัวดูเหมือนจะถูกดูดซับหายไปในความว่างเปล่าเบื้องล่าง

“อัลดริก ระวัง!” เสียงของเอลิดี้ดังมาจากด้านบน ร่างของเธอโผล่มาที่ขอบรอยแยก แสงตะเกียงของเธอส่องลงมาให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล “หินด้านบนเริ่มร่วงลงมาแล้ว เราไม่ควรลงไปลึกกว่านี้”

“ถ้าไม่ลงไป เราจะไม่มีวันรู้เลยว่ามันคืออะไร และเราจะไม่มีทางหยุดมันได้!” อัลดริกตะโกนตอบ เสียงของเขาสะท้อนกลับมาจากผนังหินที่แคบลงเรื่อยๆ เขาไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง แต่มันเหมือนกับว่าเสียงของเขากำลังถูกกลืนหายไปในจังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... ที่ดังสนั่นมาจากเบื้องล่าง

เขาก้าวลงไปบนพื้นผิวที่ไม่ได้เป็นหินธรรมดาอีกต่อไป เมื่อแสงตะเกียงสาดไปถึงพื้นด้านล่าง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ดินหรือรากไม้ แต่มันคือแผ่นโลหะขนาดมหึมาที่ขัดเงาจนวาววับ แม้จะถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานแสนนาน แต่มันกลับดูราวกับเพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ ผิวของมันมีลวดลายสลับซับซ้อนคล้ายกับแผนผังของดวงดาว หรือไม่ก็วงจรของเครื่องจักรที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ในโอ๊คเมียร์จะหยั่งถึง

แรงดึงดูดประหลาดเริ่มทำงานอย่างชัดเจน อัลดริกไม่ได้รู้สึกว่าเขากำลังเดิน แต่เขารู้สึกเหมือนกำลังถูก 'ดึง' ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับเขากำลังแบกโลกไว้บนบ่า แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเขากลับเบาหวิวอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเข้าใกล้จุดศูนย์กลางของกลไกนั้น

“มันไม่ใช่แค่เครื่องจักร...” อัลดริกพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจของเขาเป็นไอสีขาวขุ่นท่ามกลางความเย็นเยียบที่กัดกินผิวหนัง “มันคือบางอย่างที่มีชีวิต”

เมื่อเขาเข้าใกล้ใจกลางของห้องโถงใต้ดินที่ซ่อนอยู่ เขาได้พบกับ 'หัวใจ' ของมัน มันคือทรงกลมโลหะขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่เหนือแท่นหินเพียงไม่กี่นิ้ว มันหมุนวนอย่างช้าๆ ส่งเสียงครางต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง แสงสีฟ้าจางๆ ที่เขาเห็นจากข้างบนนั้น บัดนี้มันกลายเป็นรัศมีที่เจิดจ้าและทรงพลัง มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรที่เขาได้ยิน

ทันใดนั้น แรงดึงดูดที่เคยสม่ำเสมอกลับเปลี่ยนเป็นกระชากอย่างรุนแรง อัลดริกเสียหลักล้มลงบนพื้นโลหะเย็นเฉียบ มือของเขาปัดไปโดนส่วนหนึ่งของกลไกที่ยื่นออกมา และในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวโลหะนั้นเอง โลกทั้งใบของเขาก็พลันเปลี่ยนไป

ภาพนิมิตพุ่งเข้าใส่สมองของเขาเหมือนคลื่นยักษ์ เขาไม่ได้เห็นแค่ความมืด แต่เขาเห็นภาพของอาณาจักร Castellane ในมุมมองที่ต่างออกไป เขาเห็นสายธารของข้าวที่ไหลผ่านโอ๊คเมียร์ ไม่ใช่ในฐานะอาหาร แต่ในฐานะพลังงาน เขาเห็นตาชั่งหลวงที่เขารักและเทิดทูน กลายเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ในกลไกที่ใหญ่กว่านี้มหาศาล เขาเห็นความโลภของตระกูลวาลเลอริอุส และความทะเยอทะยานของเซดริก เป็นเพียงแรงขับเคลื่อนเล็กน้อยที่พยายามจะเข้ามาควบคุมกระแสธารแห่งอำนาจที่กำลังจะตื่นขึ้น

“อึก...!” อัลดริกสำลักอากาศที่ดูเหมือนจะกลายเป็นของเหลว เขาพยายามจะดึงมือออก แต่แรงดึงดูดมหาศาลกลับตรึงเขาไว้กับวัตถุนั้น ราวกับว่าโลหะชิ้นนี้กำลังพยายามจะ 'อ่าน' เขา หรือไม่ก็กำลัง 'จดจำ' ตัวตนของเขาเอาไว้

“อัลดริก! เกิดอะไรขึ้น! ตอบข้า!” เสียงของเอลิดี้ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ดูเหมือนเธอจะพยายามโรยตัวลงมาหาเขา

เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปตามเส้นประสาท มันไม่ใช่ความเจ็บจากการบาดเจ็บทางกาย แต่เป็นความเจ็บจากการที่จิตวิญญาณถูกกระชากออกไปเผชิญกับความจริงที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว เขาเห็นภาพของเมืองโอ๊คเมียร์ที่พังทลายลงภายใต้แรงสั่นสะเทือน และเห็นตาชั่งหลวงที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ในเสี้ยววินาทีแห่งความตายนั้น อัลดริกตัดสินใจทำในสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เขาไม่ได้พยายามจะดึงมือออกเพื่อหนี แต่เขาตัดสินใจ 'กด' มือลงไปให้แน่นขึ้น เขาต้องการจะสื่อสาร เขาต้องการจะบอกกลไกนี้ว่า เขาคือผู้ดูแลความเที่ยงตรง และเขาจะไม่ยอมให้ความสั่นคลอนนี้ทำลายสมดุลที่เขาสร้างมา

ครืนนนนน!

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงดึงดูดที่เคยรุนแรงกลับหยุดชะงักลงทันที ความเงียบงันที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง แสงสีฟ้าที่เคยเจิดจ้าหม่นแสงลงจนเหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ อัลดริกทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเขาเย็นเฉียบราวกับซากศพ

เอลิดี้โรยตัวลงมาถึงตัวเขาในที่สุด เธอรีบประคองร่างของเขาไว้ด้วยความตระหนก “อัลดริก! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ข้าเห็นแสงนั่น... มันสว่างจนข้าเกือบตาบอด!”

อัลดริกค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขามองไปที่ทรงกลมโลหะที่บัดนี้หยุดนิ่งสนิท มันดูสงบลงราวกับสัตว์ป่าที่ถูกทำให้เชื่องชั่วคราว แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง มันเป็นเพียงการพักรบ

“มัน... มันรับรู้ถึงข้าแล้ว” อัลดริกกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน “เอลิดี้... สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักรโบราณ แต่มันคือตาชั่งที่แท้จริงของโลกใบนี้ และสิ่งที่อยู่บนดิน... สิ่งที่พวกวาลเลอริอุสและเซดริกกำลังพยายามทำ... มันคือการพยายามจะโกงตาชั่งของพระเจ้า”

เอลิดี้มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เขาพูดทั้งหมด แต่เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงในดวงตาของชายที่เธอรู้จัก อัลดริกคนเดิมที่อยากอยู่อย่างสงบได้ตายไปแล้วในรอยแยกนี้ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือคนที่แบกรับความลับที่อาจสั่นคลอนราชอาณาจักรได้ทั้งอาณาจักร

“เราต้องขึ้นไป” เอลิดี้เร่ง “ชาวเมืองเริ่มจะพังประตูโรงสีเข้ามาแล้ว ถ้าพวกเขาพบว่าเราแอบลงมาทำอะไรที่นี่ เรื่องนี้จะคุมไม่อยู่”

ขณะที่พวกเขากำลังจะปีนกลับขึ้นไป อัลดริกเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นโลหะ ตรงจุดที่เขาสัมผัสเมื่อครู่ มีสัญลักษณ์หนึ่งปรากฏขึ้น มันเป็นรอยไหม้จางๆ ที่มีรูปร่างเหมือนตราประทับของราชสำนัก... แต่ไม่ใช่ตราประทับที่เขาเคยเห็น มันเป็นตราประทับที่เก่าแก่กว่า และดูเหมือนจะถูกใช้โดยใครบางคนที่อยู่เหนือกว่าราชินีอลิซขึ้นไปอีกขั้น

เขารีบเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ขณะที่พยุงร่างขึ้นสู่แสงสว่างจากด้านบน ทิ้งความลึกลับที่กำลังเต้นเป็นจังหวะไว้เบื้องหลัง ในหัวของเขายังคงมีเสียงกระซิบนั้นวนเวียนอยู่... เสียงที่บอกว่า สงครามที่แท้จริงไม่ได้เพิ่งเริ่ม แต่มันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อตาชั่งนี้เริ่มเอียงไปในทิศทางที่ผิดพลาดอีกครั้ง

--- อัลดริกเผชิญกับแรงดึงดูดมหาศาลและนิมิตประหลาดเมื่อสัมผัสกลไกโบราณใต้ดิน ทำให้เขาตระหนักว่าสิ่งที่เขาพบคือกลไกที่ควบคุมสมดุลที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคิด พร้อมทั้งพบร่องรอยตราประทับลึกลับที่เชื่อมโยงกับอำนาจที่เหนือกว่าราชสำนัก