← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 113免費

ตอนที่ 113 — เสียงกระซิบในรอยร้าว

ความเย็นเยียบที่ไม่มีที่มาพุ่งพล่านผ่านมิติกายภาพ ราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มทิ่มแทงลงบนผิวสัมผัสของความจริง อัลดริกไม่ได้รู้สึกถึงมันด้วยผิวหนัง—เพราะเขาแทบจะไม่มีผิวหนังเหลือให้รู้สึกอีกต่อไป—แต่เขารับรู้มันผ่านความสั่นสะเทือนของ 'พิมพ์เขียว' ที่เขากำลังแบกรับไว้ในแกนกลางของตัวตน

เหนือท้องฟ้าของโอ๊คเมียร์ รูปร่างนั้นไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังงานที่พร่าเลือนอีกต่อไป มันเริ่มมี 'น้ำหนัก' น้ำหนักที่กดทับลงบนมิติเวลาจนทำให้เสียงระฆังจากหอคอยวัดที่อยู่ไกลออกไปดังสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาอย่างผิดจังหวะ เสียงนั้นบิดเบี้ยวและยืดยาว ราวกับโลหะที่ถูกดึงจนเสียรูปทรง อัลดริกพยายามจะสร้างความโกลาหล—พยายามจะฉีกกระชากพิมพ์เขียวที่เขาสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจจะทำลายมัน—แต่ทว่า ทุกครั้งที่เขาพยายามสาดความไร้ระเบียบลงไปในโครงสร้างนั้น สิ่งลี้ลับกลับดูดซับมันเข้าไป ราวกับความโกลาหลคือสารอาหารชั้นเลิศที่ช่วยให้ 'ตัวตน' ของมันก่อร่างขึ้นอย่างมั่นคงยิ่งกว่าเดิม

“...อั...ล...ดริก...”

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากอากาศรอบตัว แต่มันดังขึ้นจากข้างในรอยร้าวของจิตวิญญาณที่แหลกสลายของเขา มันไม่ใช่เสียงพูดที่มนุษย์ใช้ แต่มันคือความถี่ที่สั่นสะเทือนผ่านความว่างเปล่า เป็นเสียงที่ประกอบขึ้นจากเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เขาเคยทิ้งไป ผสมกับเสียงเสียดสีของฟันเฟืองโบราณที่เขากำลังปกป้อง

“เจ้าเรียกข้าด้วยนามที่เจ้าไม่มีวันเข้าใจ” อัลดริกตอบกลับในใจ ความรู้สึกของเขาแห้งแล้งเหมือนดินที่ขาดน้ำมานับปี เขาไม่มีอารมณ์โกรธหรือกลัว มีเพียงความเหนื่อยล้าอันเป็นนิรันดร์ที่คอยขับเคลื่อนการตัดสินใจ “เจ้ากำลังใช้ข้าเป็นสะพาน... และเจ้ากำลังสร้างชื่อให้ตัวเองบนซากศพของความเป็นจริง”

ในขณะที่เขากำลังต่อสู้กับเจตจำนงที่เริ่มมีเสียงเรียกชื่อเขาอยู่นั้น พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ที่เย็นเยียบและไร้ความปรานีก็พุ่งทะยานผ่านรอยแยกมิติลงมาสู่พื้นดินของโอ๊คเมียร์ มันไม่ใช่พลังงานของสิ่งลี้ลับ แต่เป็นพลังงานที่ถูกจัดระเบียบอย่างเคร่งครัด—พลังงานของราชสำนัก

หน่วยชำระล้าง (Purifiers) มาถึงแล้ว

พวกเขาไม่ได้มาในฐานะนักรบผู้กล้าหาญ แต่มาในฐานะ 'ช่างล้างมลทิน' เสื้อคลุมสีขาวสะอาดตาของพวกเขาดูขัดแย้งกับบรรยากาศที่บิดเบี้ยวของเมืองอย่างรุนแรง ทุกก้าวที่พวกเขาเหยียบลงบนพื้นดินที่สั่นสะเทือน รอยแยกมิติรอบๆ ตัวพวกเขาจะถูกกดทับให้ปิดลงด้วยอำนาจแห่งการ 'จัดระเบียบ' พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตใคร แต่มาเพื่อลบเลือนทุกสิ่งที่ 'ผิดเพี้ยน' ออกไปจากแผนที่ของราชอาณาจักร Castellane

อัลดริกมองเห็นผ่านดวงตาที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวของความรับผิดชอบ เขาเห็นหน่วยชำระล้างเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่ใจกลางเมืองโอ๊คเมียร์ พวกเขาถือคทาที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ซึ่งส่องแสงเจิดจ้าจนบดบังแสงดาว แสงนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่เผาไหม้ความไม่แน่นอนทิ้งไป หากสิ่งลี้ลับคือความโกลาหลที่กำลังก่อตัว หน่วยชำระล้างก็คือความตายที่มาในคราบของความระเบียบเรียบร้อย

“หยุด...” อัลดริกพยายามส่งกระแสจิตออกไปเพื่อขัดขวาง แต่สิ่งที่เขาส่งออกไปกลับกลายเป็นเพียงคลื่นความสั่นสะเทือนที่ทำให้พื้นดินใต้เท้าของหน่วยชำระล้างสั่นไหว

“ตรวจพบความผันผวนระดับวิกฤตในพิกัดนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มคนในชุดขาว เป็นเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับเสียงของเครื่องจักร “โครงสร้างมิติถูกปนเปื้อนด้วยเจตจำนงที่ไร้รูป... เริ่มต้นกระบวนการชำระล้างขั้นสูงสุด ลบเลือนแหล่งกำเนิดความบิดเบี้ยวทิ้งเสีย”

อัลดริกตระหนักได้ในทันทีว่า 'แหล่งกำเนิด' ที่พวกเขาพูดถึง ไม่ใช่รอยแยกบนฟ้า หรือสิ่งลี้ลับที่กำลังก่อตัวเหนือเมือง แต่มันคือ 'เขา'

เขากลายเป็นเป้าหมายเดียวของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการใช้เขาเป็นพิมพ์เขียวเพื่อสร้างตัวตนใหม่ที่ทรงพลัง อีกฝ่ายต้องการลบเขาออกไปจากสารบบเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของโลกใบนี้ไว้ หากเขาถูกชำระล้าง สิ่งลี้ลับอาจจะสูญเสียรูปร่าง แต่โลกที่เหลืออยู่จะกลายเป็นโลกที่ไร้ซึ่งความยืดหยุ่น เป็นโลกที่ถูกแช่แข็งไว้ในระเบียบที่สมบูรณ์แบบจนไร้ซึ่งชีวิต แต่หากเขาปล่อยให้สิ่งลี้ลับสร้างตัวตนเสร็จสิ้น โลกใบนี้จะถูกกลืนกินเข้าไปในมิติใหม่ที่มนุษย์ไม่อาจทำความเข้าใจได้

“...นาม... ของข้า... คือ... [เสียงขาดหายไปในความว่างเปล่า]...”

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันแรงพอที่จะทำให้พิมพ์เขียวในตัวอัลดริกเริ่มปริแตก รูปร่างเหนือเมืองโอ๊คเมียร์เริ่มมีขอบเขตที่ชัดเจนขึ้น มันเริ่มมี 'แขนขา' ที่เป็นเงาสีดำทมิฬแทงทะลุผ่านหมู่เมฆลงมา ราวกับนิ้วมือของพระเจ้าที่กำลังพยายามจะคว้าเอาแกนกลางของโลก

อัลดริกต้องตัดสินใจ เขาต้องเลือกระหว่างการเป็น 'กรงขัง' ที่กำลังจะถูกทำลาย หรือการเป็น 'ผู้ทำลายพิมพ์เขียว' อย่างเต็มตัวโดยการยอมปล่อยให้ความโกลาหลในตัวเขาปะทุออกไปเพื่อปะทะกับทั้งหน่วยชำระล้างและสิ่งลี้ลับพร้อมกัน

เขาสูดลมหายใจที่ไม่มีอยู่จริง รวบรวมเศษเสี้ยวของความเที่ยงตรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด—ความเที่ยงตรงที่เคยใช้กับตาชั่งข้าวหลวง—มาปรับใช้กับการทำลายล้าง เขาจะไม่พยายามกักขังมันอีกต่อไป แต่เขาจะทำให้ 'พิมพ์เขียว' นี้กลายเป็น 'คำสาป' ที่ไม่มีใครครอบครองได้

เขากระแทกเจตจำนงของตนลงไปในรอยร้าวที่สิ่งลี้ลับกำลังแทงลึกลงมา พยายามจะเปลี่ยนความชัดเจนของมันให้กลายเป็นความคลุมเครือที่แสนเจ็บปวด ขณะเดียวกันก็ปล่อยคลื่นความบิดเบี้ยวเข้าใส่หน่วยชำระล้างที่กำลังรุกคืบเข้ามา

แสงสีขาวจากคทาเงินปะทะกับเงาสีดำที่กำลังก่อตัว และท่ามกลางการปะทะกันของสองขั้วอำนาจ อัลดริกก็ได้ยินเสียงนั้นชัดเจนที่สุด... เสียงที่ไม่ได้มาจากมิติใดมิติหนึ่ง แต่เป็นเสียงที่ประกาศถึงการมาถึงของตัวตนใหม่ที่พร้อมจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกไปตลอดกาล

“ข้า... มี... ชื่อ...”

เสียงนั้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงกระซิบอีกต่อไป แต่มันคือเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฐานของโอ๊คเมียร์ และในวินาทีนั้นเอง อัลดริกก็ตระหนักว่า สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

--- อัลดริกเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤตเมื่อหน่วยชำระล้างจากราชสำนักมาถึงเพื่อลบเลือนความผิดเพี้ยนของมิติ ในขณะที่สิ่งลี้ลับเริ่มมีรูปร่างและประกาศนามของตนเองผ่านตัวเขา อัลดริกจึงต้องตัดสินใจเปลี่ยนจากการเป็นกรงขังมาเป็นผู้ทำลายพิมพ์เขียวเพื่อขัดขวางทั้งสองฝ่าย