← 章節目錄

The Glass Library

章節 27免費

ตอนที่ 27 — การเผาทำลายต้นฉบับเล่มสุดท้าย

กลิ่นไหม้ของโอโซนและไอความร้อนจากผลึกแก้วที่แตกละเอียดอบอวลอยู่ในอากาศจนหายใจลำบาก บรอนเวนยันตัวขึ้นจากพื้นหินที่เย็นเฉียบ มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อคลุมสีเข้ม สายตาของเธอจับจ้องไปที่แท่นหินกลางห้องโถง ที่นั่นมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ มันไม่ใช่หนังสือธรรมดา แต่มันคือ ‘ต้นฉบับสมบูรณ์’ ที่มีแสงเรืองรองออกมาจากหน้ากระดาษราวกับมีชีวิต

“มันกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ บรอนเวน...” เสียงของเซเลสเทนดังขึ้นจากมุมห้อง ร่างของเธอทรุดนั่งอยู่ข้างกำแพง ผิวหนังของเซเลสเทนมีเส้นแสงสีฟ้าอ่อนไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังราวกับกระแสไฟฟ้าที่ยังไม่สงบลง “พลังงานที่ฉันดูดซับมา... มันกำลังขับเคลื่อนการบันทึกนั่น มันกำลังเขียนประวัติศาสตร์ที่ ‘ต้อง’ เกิดขึ้น”

บรอนเวนไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่แท่นหิน หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก “ถ้ามันเขียนทุกอย่างไว้แล้ว เราก็เป็นแค่ตัวละครในบทละครที่ใครบางคนเขียนขึ้นงั้นเหรอ?”

“ตามหลักการของอาลักษณ์แสง ทุกอย่างต้องมีที่มาและจุดจบที่แน่นอน” เอเลียสเดินออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาซีดเซียวและดูเหนื่อยล้าเกินกว่าปกติ เขาจัดปกเสื้อให้เข้าที่ตามความเคยชินแม้ในสถานการณ์วิกฤต “บันทึกเล่มนี้คือบทสรุปของเอลเดอร์เมียร์ มันระบุถึงการล่มสลายของ Castellane และการผงาดขึ้นของราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... ตามคำทำนายในบันทึกเก่าแก่ที่เราพบ มันเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

“หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแค่ถูกขีดเส้นไว้ให้เราเดินตาม?” บรอนเวนแค่นหัวเราะประชดประชัน เธอเอื้อมมือไปแตะขอบปกหนังสือที่สั่นระริก ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง

ภาพเบื้องหน้าของเธอไม่ได้เป็นห้องโถงอาลักษณ์อีกต่อไป แต่มันคือซากปรักหักพังของเอลเดอร์เมียร์ ท้องฟ้ากลายเป็นสีเลือด กำแพงเมือง Castellane พังทลายลงต่อหน้าต่อตา เสียงกรีดร้องของผู้คนดังก้องอยู่ในโสตประสาท เปลวไฟสีครามลุกท่วมหอคอยสูง และเธอก็เห็นตัวเอง... เห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางเถ้าถ่าน ยืนมองดูความพินาศด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

“ดูสิ บรอนเวน...” เสียงกระซิบที่ฟังดูเหมือนเสียงของตัวเธอเองดังขึ้นในหัว “นี่คือจุดจบที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ต่อให้เจ้าพยายามแค่ไหน ผลึกแก้วก็จะบันทึกความล้มเหลวของเจ้าลงไปในหน้าถัดไปอยู่ดี”

บรอนเวนกัดริมฝีปากจนได้รสเลือด ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงสติเธอจากภาพลวงตา เธอเห็นเอเลียสในภาพนิมิตกำลังคุกเข่าลงต่อหน้าความพินาศ และเห็นเซเลสเทนที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ จากพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ภาพเหล่านั้นชัดเจนจนเธอเกือบจะเชื่อว่ามันคือความจริงแท้

“หยุดพูดซะ” บรอนเวนคำราม เธอหลับตาลง พยายามนึกถึงสัมผัสของกระดาษจริง กลิ่นหมึก และความผิดพลาดที่เธอเคยทำในชีวิตจริง—ความผิดพลาดที่ไม่มีในบันทึกเล่มไหน “ถ้าอนาคตถูกเขียนไว้แล้ว ทำไมฉันถึงยังรู้สึกโกรธ? ทำไมฉันถึงยังอยากจะสู้กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน?”

เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่มองภาพเมืองที่ล่มสลาย แต่เธอมองไปที่มือของตัวเองที่กำลังแตะหนังสือเล่มนั้น “ถ้าคำทำนายบอกว่าราชินีจะมาเพื่อนำสมดุล... มันไม่ได้บอกว่าเราต้องยอมจำนนต่อความตายเพื่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

“บรอนเวน! อย่า!” เอเลียสตวาด พยายามจะก้าวเข้ามาขวาง “นั่นคือต้นฉบับที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา การทำลายมันคืออาชญากรรมทางเวทมนตร์ที่ร้ายแรงที่สุด!”

“ถ้าการรักษาความถูกต้องของข้อมูลหมายถึงการยอมรับโศกนาฏกรรม ฉันขอเป็นอาชญากร” บรอนเวนตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น เธอรวบรวมเจตจำนงทั้งหมดที่มี ไม่ใช่เพื่อสร้างสิ่งใหม่ แต่เพื่อปฏิเสธสิ่งที่ถูกยัดเยียดมาให้

เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์จากผลึกแก้ว แต่เธอใช้มือเปล่าๆ ของเธอนั่นแหละ บรอนเวนกระชากหน้ากระดาษแผ่นแรกออก แรงกดดันจากพลังงานเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในหนังสือปะทะเข้ากับร่างกายของเธอจนเธอรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบ แต่นิ้วของเธอยังคงจิกแน่น

“เซเลสเทน! ส่งพลังที่เหลือมาให้ฉัน!” บรอนเวนตะโกน

เซเลสเทนที่กำลังหอบหายใจถี่ มองดูเพื่อนสาวด้วยความสับสน แต่เธอก็เข้าใจในทันที “ถ้ามันจะทำให้วงจรนี้ขาดสะบั้น... ได้เลย!” เซเลสเทนเร่งเร้าพลังงานส่วนเกินจากร่างกาย ส่งผ่านกระแสแสงสีฟ้าข้ามผ่านอากาศไปสู่มือของบรอนเวน

พลังงานมหาศาลไหลผ่านตัวบรอนเวน มันร้อนแรงราวกับลาวาที่กำลังเผาไหม้เส้นเลือดของเธอ แต่เธอไม่ปล่อยมือ เธอใช้พลังนั้นแทนที่จะใช้เพื่อคัดลอก แต่ใช้เพื่อ 'ลบ'

“อนาคตไม่ใช่หมึกที่แห้งสนิทบนกระดาษ” บรอนเวนกระซิบใส่หน้ากระดาษที่กำลังสั่นสะท้าน “มันคือสิ่งที่พวกเราเลือกจะเขียนขึ้นใหม่ในวินาทีนี้ต่างหาก!”

เสียงดัง เปรี๊ยะ ดังขึ้นเหมือนแก้วแตกกระจายทั่วทั้งห้องโถง แสงสีขาวสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด บรอนเวนรู้สึกถึงแรงฉุดกระชากที่พยายามจะดึงเธอกลับไปสู่ภาพลวงตาแห่งการล่มสลาย แต่เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีกระชากแผ่นกระดาษที่เปี่ยมไปด้วยคำทำนายนั้นให้ขาดออกจากกัน

เมื่อแสงสว่างจางลง บรอนเวนทรุดฮวบลงกับพื้น หายใจหอบเหนื่อยจนตัวโยน ภาพตรงหน้าของเธอไม่ใช่เมืองที่ล่มสลายอีกต่อไป แต่เป็นแท่นหินที่ว่างเปล่าและมีควันจางๆ ลอยขึ้นมา

ต้นฉบับเล่มสุดท้ายไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่มันกำลังสลายตัวเป็นเถ้าถ่านสีเงิน แผ่นกระดาษที่เคยบรรจุคำพยากรณ์อันศักดิ์สิทธิ์กำลังม้วนตัวและกลายเป็นผงธุลี ปลิวว่อนไปในอากาศราวกับหิมะที่กำลังละลาย

“เธอทำอะไรลงไป...” เอเลียสยืนตัวแข็งทื่อ มองดูเถ้าถ่านเหล่านั้นด้วยความตกตะลึง “เธอเพิ่งทำลายรากฐานของความจริงทั้งหมดที่เราเคยรู้จัก...”

“ฉันแค่ทำลายกรงขังที่พวกคุณเรียกว่าความจริงต่างหาก” บรอนเวนยันตัวขึ้นนั่ง แม้จะเจ็บปวดไปทั้งร่าง แต่เธอกลับรู้สึกถึงความเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เถ้าถ่านสีเงินสุดท้ายร่วงหล่นลงสู่พื้นห้องโถงที่เงียบสงัด ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีคำพยากรณ์ใดๆ มาควบคุมได้อีกต่อไป

--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับภาพลวงตาของการล่มสลายของเมืองที่ถูกบันทึกไว้ในต้นฉบับสุดท้าย แต่เธอเลือกที่จะทำลายหนังสือเล่มนั้นด้วยการใช้พลังงานจากเซเลสเทนเพื่อปฏิเสธโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้