← 章節目錄

The Glass Library

章節 159免費

ตอนที่ 159 — บันทึกจากเรือนกระจก

แสงสลัวจากตะเกียงผลึกแก้วสาดส่องไปทั่วห้องทำงานที่อัดแน่นไปด้วยม้วนคัมภีร์และตำราโบราณ กลิ่นฝุ่นและความเก่าแก่ของกระดาษลอยอวลอยู่ในอากาศ บรอนเวนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง เสียงฝืดของเนื้อผ้าดังขึ้นขณะที่เธอขยับตัว มือของเธอประคองหนังสือปกหนังสีเข้มเล่มใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาจากห้องสมุดหลวง สันหนังสือยุ่ยเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่ามันถูกเปิดอ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผิวสัมผัสหยาบกร้านของหนังให้ความรู้สึกหนักแน่นในมือ ราวกับจะอุ้มเอาความลับของกาลเวลาไว้ภายใน

“นี่มันอะไรกัน” เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเธอไล่ตามตัวอักษรที่เรียงร้อยกันเป็นประโยค ถ้อยคำเหล่านั้นก่อตัวเป็นภาพของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่เอลเดอร์เมียร์ เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าและมั่นคง บัดนี้กำลังถูกคุกคามจากภัยพิบัติที่มองไม่เห็น แต่กลับสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากทุกบรรทัด “แผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ท้องฟ้าจะหลั่งเลือด และแม่น้ำจะไหลเป็นสีดำ…” เสียงของเธอแผ่วลงเมื่อถ้อยคำเหล่านั้นสะท้อนก้องในความเงียบของห้อง ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวขึ้นในอก ราวกับมีก้อนหินถ่วงทับ

เธอหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กที่ใช้เป็นที่คั่นหนังสือขึ้นมา มันเป็นผลึกแก้วธรรมดาที่ให้แสงสีขาวนวล แต่เมื่อเธอส่องแสงจากตะเกียงผ่านมัน ตัวอักษรบางส่วนบนหน้ากระดาษกลับส่องประกายเรืองรอง เป็นประกายสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน ปกติแล้วแสงจากผลึกแก้วควรจะเพียงแค่ส่องสว่างตัวอักษรให้เห็นชัดขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่การทำให้ตัวอักษรมีชีวิตชีวาขึ้นมาเอง

“ผิดปกติ” บรอนเวนพึมพำอีกครั้ง เธอเป็นคนไม่ชอบความไม่สมบูรณ์แบบ การเห็นอะไรที่ไม่เข้าที่เข้าทางทำให้เธอรู้สึกกระสับกระส่าย เธอพลิกดูหน้าถัดไป เนื้อหาเริ่มเข้มข้นขึ้น กล่าวถึงการล่มสลายของระเบียบสังคม การอพยพของผู้คน และความสิ้นหวังที่ปกคลุมทุกหย่อมหญ้า “นี่มันไม่ใช่แค่คำทำนาย… มันคือบันทึกเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น” เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปตามไขสันหลัง

เอเลียสเคยกล่าวไว้ว่า งานของอาลักษณ์คาลิบเกี่ยวข้องกับการค้นคว้า “ธรรมชาติของการเขียน” และ “พลังงานแสง” บรอนเวนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน หนังสือเล่มนี้… มันปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร? มันถูกสร้างขึ้นด้วยระบบคัดลอกของอาลักษณ์แสงหรือไม่? หรือมีที่มาอื่นที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น?

สายตาของเธอสะดุดเข้ากับตัวอักษรที่ใช้ในการเขียนบางส่วนในหน้ากลางของหนังสือ ลายมือที่ประณีตและมีรูปแบบเฉพาะตัว ทำให้เธอนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคย… ภาพของบันทึกโบราณที่เธอเคยพบในส่วนลึกของหอสมุดหลวง บันทึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ชั้นความลับและฝุ่นละอองหลายศตวรรษ ลายมือเดียวกันเป๊ะ… ใช่แล้ว มันต้องเป็นลายมือเดียวกันกับที่เธอเห็นใน ‘บันทึกถึงราชินีผู้จะมาจุติ’ ที่กล่าวถึง ‘ความสมดุล’

“เป็นไปไม่ได้…” เธอเอ่ยเบาๆ สมองของเธอประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เพียงตำราที่ถูกส่งต่อมา แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ หรือถูกนำมาปรากฏขึ้นอย่างลึกลับ ซึ่งขัดต่อกฎเหล็กของอาลักษณ์แสงที่ว่าทุกสิ่งต้องมีต้นฉบับที่จับต้องได้ และที่สำคัญ ลายมือที่เหมือนกันนี้… มันเชื่อมโยงกับคำทำนายโบราณที่กล่าวถึงผู้ที่จะนำความสมดุลมาสู่โลกได้อย่างไร

บรอนเวนลุกขึ้นยืน มือของเธอยังคงประคองหนังสือเล่มนั้นไว้ ดวงตาของเธอเหลือบไปเห็นมุมหนึ่งของห้องทำงาน ที่มีกรอบรูปเก่าๆ วางอยู่ บนโต๊ะทำงานของเธอเอง ในกรอบรูปนั้นมีภาพของเรือนกระจกแก้วที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสวนของคฤหาสน์อาลักษณ์ แต่ครั้งนี้ เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป… เงาที่ทอดจากโครงสร้างแก้วของเรือนกระจกนั้น ดูบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับจะสะท้อนภาพของบางสิ่งที่อยู่ภายใน แต่เป็นภาพที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง

ความเชื่อมโยงที่น่าขนลุกเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเธอ หนังสือเล่มนี้… เรือนกระจกแก้ว… คำทำนายโบราณ… และลายมือที่เหมือนกัน… มันทั้งหมดเกี่ยวข้องกันหรือไม่? ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เธอรู้สึกถึงกระแสแห่งความหวังที่ริบหรี่ ท่ามกลางความมืดมิดของภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง เธอจะค้นหาความจริงเบื้องหลังหนังสือเล่มนี้ และไขปริศนาของเรือนกระจกแก้วให้ได้

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน “บรอนเวน! เปิดประตู! มีเรื่องด่วน!” เป็นเสียงของเซเลสเทนที่ตะโกนมาตามแรง เธอวางหนังสือเล่มนั้นลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง มือของเธอคว้าดาบสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว แล้วเดินตรงไปยังประตู “กำลังไป!” เธอตอบเสียงหนักแน่น ใบหน้าของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามาขวางทาง

เธอเปิดประตูออก เผชิญหน้ากับเซเลสเทนที่ยืนหอบเล็กน้อย ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด มีร่องรอยของความตื่นตระหนกปรากฏอยู่ “เกิดอะไรขึ้น เซเลสเทน?” บรอนเวนถามเสียงเข้ม

“บรอนเวน… ฉัน… ฉันพบอะไรบางอย่างที่ห้องทำงานของคาลิบ…” เซเลสเทนพยายามควบคุมลมหายใจ “เป็นผลึกแก้ว… ที่เหมือนกับที่เราพบ แต่… มันมีอะไรบางอย่างที่… ผิดปกติไปจากเดิม” ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้น “มัน… มันเปล่งแสงออกมาเอง… และ… ฉันเห็น… ฉันเห็นภาพ… ภาพของเอลเดอร์เมียร์… ที่กำลัง… ล่มสลาย…”

บรอนเวนรู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีดแรงขึ้นในเส้นเลือด สมองของเธอประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากเซเลสเทนอย่างรวดเร็ว ผลึกแก้วที่เปล่งแสงเอง… ภาพของเอลเดอร์เมียร์ที่ล่มสลาย… นี่คือคำยืนยันที่ชัดเจนที่สุดว่าสิ่งที่เธออ่านในหนังสือเล่มนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก

“เราต้องไปที่นั่น” บรอนเวนพูดเสียงเฉียบขาด “เดี๋ยวนี้!” เธอไม่รอคำตอบจากเซเลสเทน เธอหันหลังกลับไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะคว้ามือของเซเลสเทนแล้วดึงเธอให้ออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมืดสลัวของทางเดินในคฤหาสน์อาลักษณ์ ทั้งสองสาววิ่งฝ่าความเงียบไปอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของอาลักษณ์คาลิบ ที่ซึ่งความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังรอคอยพวกเขาอยู่… และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมดนี้… หรือไม่ก็อาจเป็นจุดจบของทุกสิ่ง

เมื่อพวกเขาไปถึงหน้าห้องทำงานของคาลิบ เสียงของเอเลียสดังมาจากด้านใน “บรอนเวน! เซเลสเทน! รีบเข้ามา! มีอะไรบางอย่างกำลังเกิดขึ้น!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตึงเครียด บรอนเวนและเซเลสเทนผลักประตูเข้าไปทันที ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของพวกเธอทำให้หัวใจของทั้งสองแทบหยุดเต้น…

--- บรอนเวนได้รับหนังสือเล่มใหม่ที่มีคำทำนายถึงหายนะของเอลเดอร์เมียร์ แต่กลับพบว่าลายมือในหนังสือเล่มนั้นเหมือนกับลายมือในบันทึกโบราณที่กล่าวถึง 'ราชินีผู้จะมาจุติ' เธอเริ่มสงสัยในที่มาของหนังสือและรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับเรือนกระจกแก้ว ก่อนที่เซเลสเทนจะมาแจ้งข่าวผลึกแก้วประหลาดที่แสดงภาพเมืองล่มสลาย และทั้งสามคนรีบมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของอาลักษณ์คาลิบ