ตอนที่ 136 — การจัดเรียงชั้นหนังสือในห้องสมุดเก่า
“ถ้าคุณยังขยับผลึกแก้วตัวนั้นไปมาแบบนั้นอีกครั้ง ฉันจะสาบานว่าฉันจะเอาคีมคีบเศษแก้วมาคีบมือคุณแทน” เซเลสเทนพูดรัวเร็วขณะที่ปลายนิ้วของเธอขยับไปมากลางอากาศเพื่อจัดระเบียบกระแสแสงที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ชั้นวางหนังสือไม้โอ๊กหนาหนัก
เอเลียสถอนหายใจยาว เสียงของเขาดังสะท้อนไปตามเพดานสูงของห้องสมุดเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละออง “เราไม่มีเวลามานั่งจัดหมวดหมู่ตามลำดับอักษรนะเซเลสเทน หน่วยตรวจตราของราชสำนักอาจจะตามรอยแผนที่นั่นมาถึงที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้”
“แต่มันต้องเป็นระเบียบ!” เซเลสเทนเถียงกลับ เธอหันไปมองบรอนเวนที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ บรอนเวนไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่ใช้มือลูบไปตามสันหนังสือปกหนังที่เริ่มเปื่อยยุ่ย สายตาคมกริบกวาดมองหาความผิดปกติในกองตำราที่เพิ่งถูกกวาดออกมาจากที่ซ่อนของมาสเตอร์เอเดรียน
“หนังสือพวกนี้ไม่ใช่แค่กระดาษ” บรอนเวนพูดขึ้นสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “มันคือหลักฐาน ถ้าเราเก็บมันไม่ดี ราชสำนักจะเผามันทิ้งเพื่อลบประวัติศาสตร์ที่พวกเขาไม่ต้องการ”
เซเลสเทนเม้มปาก เธอรีบหันกลับมาที่โต๊ะทำงานกลางห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยผลึกแก้วหลากหลายขนาด “ฉันกำลังสร้าง ‘ห้องแห่งการเรียนรู้’ ขึ้นมาใหม่... ไม่ใช่แค่ที่เก็บของ แต่เป็นระบบที่ทำให้เราอ่านสิ่งที่พวกเขาพยายามจะซ่อนไว้ได้” เธอหยิบผลึกแก้วขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมา มันมีรอยร้าวเล็กๆ ที่ดูเหมือนเส้นเลือดสีทองไหลเวียนอยู่ข้างใน “ถ้าเราใช้แสงสะท้อนของกาลเวลาที่ปรับสมดุลแล้ว เราจะไม่ต้องเปิดอ่านหน้าต่อหน้า แต่เราจะเห็นความต่อเนื่องของมัน”
“มันเสี่ยงเกินไป” เอเลียสเดินเข้ามาใกล้ พยายามรักษาท่าทีเคร่งครัดแม้เหงื่อจะซึมที่ขมับ “การพยายามดึงข้อมูลจากหนังสือที่ถูกปิดผนึกด้วยเวทมนตร์อาลักษณ์คือการท้าทายกฎเหล็กของเอลเดอร์เมียร์”
“กฎเหล็กมีไว้สำหรับคนที่กลัวความจริงเท่านั้นแหละเอเลียส” บรอนเวนสวนกลับทันควัน เธอหยิบสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู หน้ากระดาษข้างในมีรอยหมึกจางๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวอักษรปกติ “ดูนี่สิ บันทึกเรื่องคำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... มันถูกเขียนทับด้วยหมึกล่องหน”
เซเลสเทนตาลุกวาว “นั่นไง! นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องใช้แสงสะท้อน!” เธอเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง มือของเธอขยับไปตามจังหวะการสั่นสะเทือนของผลึกแก้ว เธอหยิบแว่นขยายที่ทำจากแก้วบริสุทธิ์มาวางซ้อนบนแท่นรับแสง “เอเลียส ช่วยประคองฐานผลึกให้หน่อย! บรอนเวน ขยับตะเกียงแสงอาทิตย์มาทางซ้ายอีกนิด!”
ความตึงเครียดในห้องพุ่งสูงขึ้นเมื่อแสงจากผลึกเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวนวลเป็นสีอำพันเข้ม มันเริ่มสั่นไหวและส่งเสียงครางต่ำๆ เหมือนผึ้งนับพันตัว เซเลสเทนกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เธอต้องควบคุมความถี่ของแสงให้ตรงกับความหนาแน่นของเนื้อกระดาษในหนังสือความลับเหล่านั้น
“มันเริ่มแล้ว...” เซเลสเทนพึมพำ “ฉันกำลังปรับสมดุลความถี่ของแสงสะท้อน... หนึ่ง... สอง... สาม...”
แสงสีอำพันพุ่งออกจากผลึกแก้ว กระทบเข้ากับหนังสือปกหนังสีดำสนิทที่วางอยู่กลางโต๊ะ ทันใดนั้น ตัวอักษรที่เคยว่างเปล่าก็เริ่มผุดขึ้นมาเหมือนแมลงที่คลานออกมาจากรอยแตกของเปลือกไม้ แต่มันไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างเรียบง่าย แสงเหล่านั้นบิดเบี้ยวและหมุนวนจนเกิดเป็นภาพจำลองของเหตุการณ์ในอดีตลอยเด่นขึ้นมาเหนือหน้ากระดาษ
“ดูนั่น!” เซเลสเทนชี้ไปที่ภาพแสงที่สั่นไหว “มันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่มันคือเหตุการณ์จริงที่ถูกบันทึกไว้ด้วยแสง!”
เอเลียสขยับถอยหลังหนึ่งก้าว “นี่มันเกินขอบเขตของอาลักษณ์แสงไปมาก... ถ้าพวกเขารู้ว่าเราใช้เทคนิคนี้...”
“พวกเขาจะทำอะไรได้?” บรอนเวนถามพลางจ้องมองภาพแสงที่กำลังแสดงภาพการสร้างเมืองเอลเดอร์เมียร์ในยุคแรกเริ่ม “เรากำลังทำให้ประวัติศาสตร์พูดได้ ไม่ใช่ให้พวกเขาสั่งให้มันเงียบ”
เซเลสเทนไม่ฟังเสียงทัดทาน เธอเร่งพลังงานจากผลึกแก้วเพิ่มขึ้น “อีกนิดเดียว... ฉันต้องเชื่อมโยงแสงสะท้อนเข้ากับประวัติศาสตร์ที่หายไป...”
ทันใดนั้น เสียงกระแทกประตูไม้หนักๆ จากด้านล่างของหอสมุดก็ดังสนั่นขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าบูททหาร หน่วยตรวจตราของราชสำนักมาถึงแล้ว
“พวกมันมาแล้ว!” เอเลียสกระซิบด้วยความตื่นตระหนก
เซเลสเทนไม่หยุดมือ เธอตัดสินใจใช้จังหวะสุดท้ายก่อนที่แสงจะดับลง พุ่งพลังทั้งหมดเข้าสู่การจัดเรียงชั้นหนังสือ เธอไม่ได้แค่ต้องการเก็บหนังสือ แต่เธอต้องการสร้าง 'ทางผ่าน' ของข้อมูลผ่านแสงสะท้อน แสงสีทองสว่างวาบจนทุกคนต้องหยีตา ในวินาทีนั้น หนังสือทุกเล่มในห้องเริ่มสั่นไหวและขยับที่เองเหมือนมีชีวิต
“เซเลสเทน! พอได้แล้ว!” บรอนเวนตะโกนพร้อมกับคว้าแขนเพื่อนสาว
“ยัง! ฉันยังเห็นมันไม่หมด!” เซเลสเทนตะโกนตอบ แสงจากผลึกแก้วพุ่งทะลุผ่านหนังสือความลับเล่มหนึ่ง เผยให้เห็นแผนที่ที่ซ่อนอยู่ภายในเนื้อกระดาษ ซึ่งไม่ใช่แผนที่ธรรมดา แต่เป็นเส้นทางที่ส่องแสงนำไปสู่ดินแดนต้นกำเนิดแสงอันทรงพลังที่มาสเตอร์เอเดรียนทิ้งไว้
เสียงประตูห้องสมุดชั้นบนถูกพังเข้ามา เสียงเหล็กกระทบกันของชุดเกราะดังใกล้เข้ามาทุกที เซเลสเทนมองไปที่ชั้นหนังสือที่เธอเพิ่งจัดเรียงใหม่ด้วยความภูมิใจปนหวาดกลัว แสงสะท้อนของกาลเวลาที่เธอสร้างขึ้นกำลังส่องสว่างให้เห็นความจริงที่ถูกฝังรากลึกมานานนับศตวรรษ
“เตรียมตัว!” บรอนเวนสั่งพร้อมกับชักมีดสั้นออกมา “เซเลสเทน เก็บผลึกนั่นลงในกระเป๋าเดี๋ยวนี้!”
แต่ก่อนที่เซเลสเทนจะทันได้ขยับ แสงจากหนังสือความลับก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นกำแพงแสงที่กั้นระหว่างพวกเขากับหน่วยตรวจตราที่เพิ่งก้าวพ้นประตูเข้ามา ทิ้งให้ทั้งสามคนจมอยู่ในความสว่างจ้าที่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง
--- เซเลสเทนใช้เทคโนโลยีแสงสะท้อนของกาลเวลาเพื่อเปิดเผยข้อมูลในหนังสือความลับภายในห้องสมุดเก่า ขณะที่หน่วยตรวจตราของราชสำนักบุกเข้ามาถึงที่หมาย