← 章節目錄

The Glass Library

章節 13免費

ตอนที่ 13 — รอยจารึกแห่งทางเลือก

เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของทางเดินใต้ดิน บรอนเวนพยายามบังคับมือที่สั่นเทาของเธอให้หยิบเศษกระดาษโปร่งใสขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งภายใต้แสงสลัวจากตะเกียงผลึกแก้วที่เธอแอบพกติดตัวมา รอยด่างสีรุ้งบนแผ่นกระดาษนั้นไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นราวกับกำลังสูบฉีดโลหิตแห่งแสงเข้าไปในเนื้อเยื่อของกระดาษ

เธอจำความรู้สึกเมื่อครู่ได้แม่นยำ มันไม่ใช่การอ่านหนังสือ แต่มันคือการถูก ‘กระชาก’ เข้าไปในกระแสธารของความเป็นไปได้ เมื่อนิ้วของเธอสัมผัสกับรอยด่างนั้น โลกที่เธอรู้จักก็มลายหายไป แทนที่ด้วยภาพนิมิตที่ซ้อนทับกันเหมือนแผ่นแก้วที่วางเหลื่อมกัน เธอเห็นภาพตัวเองยืนอยู่ในห้องสมุดแห่งนี้—แต่ในภาพหนึ่ง เธอกำลังเผาหนังสือทิ้งด้วยความโกรธแค้น ในอีกภาพหนึ่ง เธอกำลังคุกเข่าอ้อนวอนต่อขุนนางผู้ทรงอำนาจ และในภาพที่สาม... เธอเห็นตัวเองกำลังก้าวเดินออกไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่ไม่มีอยู่จริง

“มันไม่ใช่เส้นตรง...” บรอนเวนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ “มันคือทางเลือก... อนาคตไม่ใช่สิ่งที่ถูกเขียนไว้แล้ว แต่มันคือสิ่งที่กำลังถูกเสนอขึ้นมา”

ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก หากหนังสือที่ปรากฏขึ้นทุกเช้าไม่ได้ทำหน้าที่ ‘พยากรณ์’ สิ่งที่จะเกิด แต่ทำหน้าที่ ‘ชี้นำ’ สิ่งที่ควรจะเกิดล่ะ? หากใครบางคนกำลังใช้รอยด่างสีรุ้งเหล่านี้เป็นเข็มทิศเพื่อลากจูงผู้คนให้เดินไปตามเส้นทางที่พวกเขาต้องการ ความหมายของคำว่า ‘ความจริง’ ในเอลเดอร์เมียร์ก็คงไม่ต่างจากหมึกที่ถูกเขียนทับด้วยคำลวง

บรอนเวนกวาดสายตาไปรอบห้องเก็บความลับที่มืดมิด เธอพยายามรวบรวมตรรกะที่เคยเป็นอาวุธหลักของเธอขึ้นมาสู้กับความกลัว นิมิตที่เธอเห็นแสดงให้เห็นว่าอนาคตมีลักษณะเป็น ‘กิ่งก้าน’ ที่แตกแขนงออกไปจากจุดตัดสินใจสำคัญ แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือรอยด่างสีรุ้งเหล่านั้นดูเหมือนจะพยายาม ‘กลืนกิน’ กิ่งก้านอื่นๆ ให้เหลือเพียงเส้นทางเดียวที่มันต้องการ

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านบนทำให้เธอนิ่งงัน บรอนเวนรีบยัดเศษกระดาษโปร่งใสลงในซองหนังที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม หัวใจของเธอเต้นระรัวจนรู้สึกเหมือนมันจะทะลุออกมานอกอก เธอต้องหาที่ซ่อน... ทันที

เธอถอยกรูดไปทางมุมมืดหลังชั้นหนังสือโบราณที่ผุพัง กลิ่นอับของฝุ่นและกระดาษเก่าตลบอบอวลอยู่ในจมูก เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่แสงไฟจากคบเพลิงเริ่มสาดส่องผ่านช่องว่างของประตูที่เพิ่งถูกเปิดออก

“ตรวจดูให้ทั่ว! อย่าให้เหลือร่องรอยของแสงที่ผิดปกติ!” เสียงตะโกนที่คุ้นหูดังขึ้น บรอนเวนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ... นั่นไม่ใช่เสียงของเอเลียส และไม่ใช่เสียงของเซเลสเทน แต่มันคือเสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากราชสำนัก

แสงจากคบเพลิงวูบวาบผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือ บรอนเวนพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอเห็นเงาของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบสีเข้มเคลื่อนผ่านไปที่ประตูทางเข้าห้องเก็บความลับ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติ แต่ท่าทางของพวกเขาบ่งบอกถึงการ ‘ตามล่า’

“มันต้องอยู่ที่นี่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบ “คำสั่งจากเบื้องบนระบุว่ามีร่องรอยของแสงที่ไม่ได้รับอนุญาตปรากฏขึ้นในเขตนี้ หากเราไม่พบมันก่อนพวกอาลักษณ์... เราจะเดือดร้อนกันหมด”

บรอนเวนขบเม้มริมฝีปากจนรู้สึกถึงรสเลือด ความเงียบในห้องใต้ดินดูเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ในโสตประสาทของเธอ ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนการนับถอยหลังสู่หายนะ เธอไม่ได้แค่กำลังเผชิญหน้ากับผู้คุมกฎ แต่เธอกำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ‘ความผิดพลาด’ ของเธอ—การพยายามค้นหาความจริง—ได้กลายเป็นเป้าหมายที่พวกเขาต้องการกำจัด

ในขณะที่เธอกำลังจะสิ้นหวัง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นใต้เงาชั้นหนังสือ... มันคือรอยหมึกที่ดูเหมือนจะขยับได้อีกครั้ง แต่มันไม่ได้อยู่บนกระดาษ มันอยู่บนพื้นหิน มันเป็นรอยด่างสีรุ้งจางๆ ที่กำลังลากยาวเป็นเส้นนำทางไปสู่ผนังด้านหลังที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากอิฐเก่าๆ

ทางเลือกของเธอมีไม่มากนัก: จะซ่อนตัวอยู่ในความมืดและรอให้พวกเขาพบ หรือจะเสี่ยงเดินตามรอยปริศนานี้ไปในความมืดมิดที่ไม่มีใครรู้จัก

บรอนเวนตัดสินใจคว้ามีดตัดกระดาษในมือแน่น เธอไม่ได้เลือกที่จะรอความตาย แต่เธอเลือกที่จะเดินเข้าหาพายุที่กำลังก่อตัวขึ้น

--- บรอนเวนค้นพบว่านิมิตจากรอยด่างสีรุ้งแสดงให้เห็นว่าอนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านทางเลือก แต่ในขณะที่เธอกำลังตกตะกอนความคิด เจ้าหน้าที่ราชสำนักก็บุกเข้ามาค้นหาความผิดปกติในห้องเก็บความลับ ทำให้เธอต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิตตามรอยปริศนาบนพื้นเพื่อหาทางหนี