← 章節目錄

The Glass Library

章節 129免費

ตอนที่ 129 — แบบแปลนที่ซ่อนในหน้ากระดาษ

เอเลียสขยับแว่นสายตาพลางถอนหายใจยาว เสียงลมหายใจของเขาดังแข่งกับเสียงหมุนของฟันเฟืองในห้องทดลองแสงสว่างของสำนักอาลักษณ์ 'ถ้าคุณยังคงจ้องมองผลึกแก้วด้วยสายตาเหมือนจะกินมันเข้าไปแบบนั้น พลังงานมันจะไม่เสถียรขึ้นหรอกนะ เซเลสเทน'

เซเลสเทนไม่ได้หันมามอง เธอเพียงแต่ขยับมืออย่างรวดเร็วเพื่อปรับองศาของเครื่องมือแสงสะท้อน 'ฉันไม่ได้จะกินมัน ฉันแค่กำลังคำนวณค่าการหักเหของแสงหลังเหตุการณ์เงาดำนั่นต่างหาก เอเลียส! คุณไม่เห็นเหรอว่าแสงที่ออกมาจากผลึกตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ความสว่าง แต่มันมีความ... มีความหนาแน่นของมวลสารบางอย่างที่บันทึกแบบเดิมทำไม่ได้'

'มันคือความไม่เป็นระเบียบ' เอเลียสย้ำคำเดิม เขาหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเตรียมจดบันทึก 'และในเมืองเอลเดอร์เมียร์ ความไม่เป็นระเบียบคือจุดเริ่มต้นของอาชญากรรมทางเวทมนตร์ หากเราไม่สามารถระบุที่มาของแสงที่เปลี่ยนไปนี้ได้ สำนักอาลักษณ์จะถูกราชสำนักสั่งปิดทันที'

บรอนเวนที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่มุมห้องส่งเสียง 'หึ' ในลำคอ เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทดลองด้วยฝีเท้าที่เบากริบ 'เลิกเถียงเรื่องทฤษฎี แล้วมาดูความจริงตรงหน้าดีกว่า แสงที่แทรกซึมเข้ามาตอนนั้น... มันไม่ได้แค่เปลี่ยนสี แต่มันเปลี่ยนโครงสร้างของความทรงจำในผลึกด้วย'

'พูดให้มันชัดเจนหน่อย บรอนเวน' เอเลียสสั่ง 'ใช้คำศัพท์ที่อาลักษณ์ใช้กัน ไม่ใช่คำพูดลอยๆ'

'ฉันกำลังจะบอกว่า ผลึกแก้วตอนนี้มันเหมือนกระดาษที่เขียนด้วยหมึกที่ยังไม่แห้ง มันพร้อมจะเปลี่ยนรูปทรงตามสิ่งที่เราจินตนาการ' บรอนเวนตอบพลางชี้ไปที่ผลึกแก้วที่กำลังสั่นไหวเบาๆ 'และถ้าเราอยากจะควบคุมมัน เราต้องมีพิมพ์เขียวที่ถูกต้อง'

เซเลสเทนเริ่มขยับตัวรัวเร็วขึ้น 'นั่นคือเหตุผลที่ฉันพยายามสร้างเครื่องมือปรับสมดุลพลังงานใหม่ แต่ปัญหาคือ... ฉันหาค่าตัวแปรไม่ได้เลย! มันเหมือนมีช่องว่างระหว่างสมการที่ฉันเติมยังไงก็ไม่เต็ม'

เอเลียสเดินเข้าไปใกล้เครื่องมือที่เซเลสเทนกำลังวุ่นวายอยู่ เขาพยายามมองหาความผิดปกติในกระแสแสงที่ไหลเวียนผ่านเลนส์แก้ว 'มันต้องมีแบบอย่าง มาสเตอร์เอเดรียนเคยสร้างเครื่องมือที่เสถียรกว่านี้ได้ เขาไม่เคยทิ้งงานที่ค้างคาไว้โดยไม่มีคำอธิบาย'

'มาสเตอร์เอเดรียนตายไปพร้อมกับความลับที่เขาไม่ได้บันทึกไว้ในหอจดหมายเหตุหลัก' บรอนเวนกล่าวเสียงเรียบ 'หรือบางที... เขาอาจจะไม่ได้ตายไปพร้อมกับมัน'

เอเลียสขมวดคิ้ว 'คุณหมายความว่ายังไง?'

'ลองดูตำราเล่มนี้สิ' บรอนเวนหยิบสมุดปกหนังเก่าคร่ำครึที่เธอเพิ่งไปค้นพบมาจากส่วนลึกของคลังเก็บเอกสารต้องห้าม 'มันเป็นตำราบันทึกประวัติศาสตร์ช่วงปี RY10 ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากเรื่องการส่งออกตำราทั่วไป แต่ดูการวางเลเยอร์ของหมึกนี่สิ'

เอเลียสรับสมุดมา เขาใช้ไฟฉายแสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้ากระดาษอย่างละเอียด 'มันคือการเขียนทับ... ไม่ใช่สิ นี่มันคือการจัดเรียงอนุภาคแสงในตัวหมึก' เขาพึมพำ ความเคร่งครัดในใจเริ่มสั่นคลอนด้วยความสงสัย 'เซเลสเทน มานี่หน่อย'

เซเลสเทนวิ่งเข้ามาทันที 'มีอะไร? พบความผิดปกติของค่าการหักเหเหรอ?'

'ไม่ใช่' เอเลียสตอบ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย 'ดูนี่... เมื่อเราใช้แสงสะท้อนจากเครื่องมือของคุณส่องผ่านหมึกที่เขียนด้วยความเข้มข้นต่างกัน มันไม่ได้แสดงแค่ตัวอักษร'

ทั้งสามคนยืนล้อมรอบโต๊ะทำงาน แสงจากเครื่องมือของเซเลสเทนถูกปรับให้มีความถี่เฉพาะที่สอดคล้องกับความหนาแน่นของมวลสารใหม่ที่บรอนเวนสังเกตเห็น เมื่อลำแสงพุ่งผ่านหน้ากระดาษที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าในบางจุด สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนผนังห้องทดลองไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นภาพโครงสร้างสามมิติที่สว่างไสว

'พระเจ้า...' เซเลสเทนอุทาน 'นั่นมัน... แบบแปลนเครื่องกำเนิดแสงสถาปัตยกรรมแบบใหม่?'

ภาพที่ปรากฏบนผนังคือแผนผังที่ซับซ้อนเกินกว่าที่อาลักษณ์คนใดในเอลเดอร์เมียร์เคยจดบันทึก มันไม่ใช่แค่การคัดลอก แต่เป็นการออกแบบเครื่องจักรที่สามารถ 'ดึง' พลังงานจากจินตนาการมาเปลี่ยนเป็นสสารที่จับต้องได้ แผนผังนั้นแสดงการเชื่อมต่อระหว่างผลึกแก้วกับโครงสร้างของมิติที่เงาดำเคยแทรกซึมเข้ามา

เอเลียสไล่สายตาไปตามเส้นสายที่สลับซับซ้อน 'มาสเตอร์เอเดรียนไม่ได้ซ่อนมันไว้ในความลับ... เขาซ่อนมันไว้ในที่ที่ทุกคนมองข้าม นั่นคือในบันทึกประวัติศาสตร์ที่ดูน่าเบื่อที่สุด'

'มันคือเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินกว่ายุคสมัยของเรา' บรอนเวนวิเคราะห์ พลางมองดูเส้นสายเหล่านั้น 'ถ้าเราใช้สิ่งนี้ เราจะไม่ต้องรอให้ราชสำนักมาคอยบงการว่าแสงควรจะสว่างแค่ไหน เราจะสร้างโลกที่แสงและจินตนาการเป็นเรื่องเดียวกัน'

เอเลียสกำหมัดแน่น ความรู้สึกหนักอึ้งของความรับผิดชอบถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในฐานะอาลักษณ์ผู้เคร่งครัด 'นี่ไม่ใช่แค่การค้นพบตำรา แต่มันคือการค้นพบเครื่องมือที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเอลเดอร์เมียร์ไปตลอดกาล'

ทันใดนั้น แสงที่ฉายแบบแปลนออกมาก็เริ่มเปลี่ยนสี มันเริ่มหมุนวนและขยายตัวออกไปตามผนังห้อง ราวกับว่าแบบแปลนนั้นกำลังตอบสนองต่อการมีอยู่ของพวกเขา

'เอเลียส! ดูนั่น!' เซเลสเทนชี้ไปที่ส่วนกลางของแบบแปลน 'มีข้อความซ่อนอยู่ในแกนกลางของแผนผัง!'

เอเลียสเพ่งมองไปที่จุดกึ่งกลางของโครงสร้างแสงที่กำลังหมุนวน มันเป็นตัวอักษรโบราณที่สลักอยู่ในแสงสว่าง ไม่ใช่บนกระดาษ: 'เมื่อแสงและเงาหลอมรวมเป็นหนึ่ง ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก จะปรากฏผ่านกุญแจแห่งจินตนาการนี้'

เอเลียสเบิกตากว้าง 'คำทำนาย... คำทำนายถึงราชินีที่บันทึกเก่าแก่เคยกล่าวไว้... มันถูกฝังอยู่ในเทคโนโลยีนี้งั้นเหรอ?'

ก่อนที่เขาจะได้วิเคราะห์ต่อ ลำแสงที่ฉายแบบแปลนก็เกิดการกระชากอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนทำให้ขวดแก้วบนโต๊ะแตกกระจาย แสงที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นพายุหมุนขนาดเล็กที่ใจกลางห้องทดลอง พลังงานสีดำและแสงสว่างเริ่มหมุนวนเข้าหากันจนเกิดเป็นรูโหว่เล็กๆ บนอากาศ!

'มันกำลังเปิดออก!' เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวของอากาศ

เอเลียสพยายามจะเอื้อมมือไปปิดเครื่องมือ แต่แรงดึงดูดจากรูโหว่นั้นกลับมหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์จะต้านทานได้ สิ่งที่หลุดออกมาจากรูโหว่นั้นไม่ใช่เงา แต่มันคือวัตถุโลหะทรงกลมที่ส่องแสงเรืองรองราวกับดวงดาว มันพุ่งตรงมาที่หน้าอกของเอเลียสด้วยความเร็วสูง!

--- เอเลียส เซเลสเทน และบรอนเวน ค้นพบแบบแปลนเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มาสเตอร์เอเดรียนซ่อนไว้ในตำราประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อมโยงกับคำทำนายเรื่องราชินีผู้จะมาจุติ แต่ในขณะที่กำลังศึกษามัน เครื่องมือกลับทำงานผิดปกติและสร้างรอยแยกมิติที่พ่นวัตถุประหลาดออกมา