← 章節目錄

The Glass Library

章節 119免費

ตอนที่ 119 — รอยสลักสุดท้ายบนผลึกแก้ว

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินหินด้านนอก ประตูไม้โอ๊กหนาของห้องเก็บรักษาตำราสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกที่พยายามจะพังเข้ามา เอเลียสไม่ได้หันไปมอง เขาไม่แม้แต่จะกะพริบตา ทว่าหยาดเหงื่อเม็ดโตกลับไหลซึมจากขมับลงมาตามสันกรามที่ขบกันแน่นจนเป็นสัน

“เอเลียส! อีกนิดเดียว! ฉันกำลังเร่งการไหลเวียนของประจุแสงในผลึกแก้วหลักอยู่!” เซเลสเทนตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่มือทั้งสองข้างประคองขอบผลึกแก้วขนาดมหึมาที่กำลังส่งเสียงครางหึ่งราวกับแมลงยักษ์ที่กำลังคลั่ง “มันต้านแรงสลัก! พลังงานมันพยายามจะไหลย้อนกลับมาที่วงจรเบี่ยงเบน ถ้าเราคุมมันไม่ได้ ผลึกจะแตกแล้วเราจะกลายเป็นฝุ่นแสงไปพร้อมกับหนังสือพวกนี้!”

“อย่าเพิ่งพูดมาก เซเลสเทน” เอเลียสตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเรียบเฉย ทว่านิ้วมือที่ถือมีดสลักอาลักษณ์กลับสั่นระริก “รักษาระดับความเข้มข้นของแสงให้คงที่ อย่าให้มันแกว่งไปตามแรงสั่นสะเทือน”

เขาก้มลงมองร่องลึกบนผิวผลึกแก้วที่เขาเพิ่งสลักไปได้เก้าสิบเก้าส่วน สัญลักษณ์เวทมนตร์ที่ซับซ้อนจนแทบจะดูเหมือนใยแมงมุมสีทองกำลังส่องแสงวูบวาบตามจังหวะการเต้นของหัวใจเขา ทันใดนั้น ผลึกแก้วหลักก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเอเลียสต้องใช้ไหล่ยันฐานรองรับไว้ แรงสั่นนั้นไม่ได้เป็นเพียงแรงทางกายภาพ แต่มันคือแรงกระแทกทางจิตวิญญาณที่พยายามจะฉีกกระชากสมาธิของเขาออกเป็นชิ้นๆ

“มันกำลังต่อต้าน!” บรอนเวนตะโกนขึ้น เธอไม่ได้ยืนอยู่ที่โต๊ะสลัก แต่เธอกำลังยืนอยู่หน้าหนังสือโบราณที่วางเปิดอยู่กลางห้อง แสงสว่างสีนวลตาที่แผ่ออกมาจากหน้ากระดาษเก่าคร่ำคร่าดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ “เอเลียส! อย่าไปฟังเสียงของมัน! มองแค่รอยสลักที่คุณต้องทำ!”

เอเลียสกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่แขนราวกับถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาเห็นภาพนิมิตวูบหนึ่งในหัว—ภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ล่มสลายใต้แสงสว่างที่เจิดจ้าเกินไป—แต่เขาต้องสลัดมันทิ้ง เขาต้องจดจ่ออยู่กับจุดสุดท้ายของวงจรเบี่ยงเบนพลังงาน

“เซเลสเทน! เพิ่มกำลัง!” เขาคำราม

“ฉันทำอยู่! แต่มันไม่พอ! มันต้องการอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่การหมุนเวียนพลังงาน!” เซเลสเทนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่การไหลเวียนของแสงในผลึก “มันต้องการเจตจำนงที่เด็ดขาด... เหมือนกับการยอมสละทุกอย่างเพื่อคุมมัน!”

เสียงประตูโถงด้านนอกถูกกระแทกอย่างแรงจนบานพับเริ่มปริออก ทหารจากราชสำนักกำลังจะเข้ามาถึงที่นี่แล้ว เอเลียสรู้ดีว่าถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ไม่ใช่แค่หนังสือจะถูกยึด แต่มันคือการทำลายสมดุลของอาลักษณ์แสงไปตลอดกาล เขาโน้มตัวลงต่ำ ใช้มีดสลักจ่อลงบนผิวแก้วที่ร้อนจัดจนเกือบไหม้

ในวินาทีที่ปลายมีดกำลังจะแตะลงบนจุดศูนย์กลางของวงจร แสงจากผลึกแก้วก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง เอเลียสไม่ได้เห็นความมืด แต่เขากลับเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในเนื้อแก้วที่ใสกระจ่าง ทว่ามันไม่ใช่ภาพสะท้อนธรรมดา ในผลึกนั้น เขากำลังเผชิญหน้ากับตัวเขาเองในอีกมิติหนึ่ง—ตัวเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยเปลวเพลิงแห่งคำทำนาย พลังงานสีทองที่ไหลเชี่ยวราวกับแม่น้ำที่คลุ้มคลั่งกำลังพยายามจะพุ่งเข้ามาหาเขา มันคือ ‘พลังงานแห่งคำทำนาย’ ที่บันทึกเก่าแก่เคยกล่าวถึง ‘ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ แสงนั้นไม่ใช่แค่แสงสว่าง แต่มันคือเจตจำนงที่ต้องการจะเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์

“ไม่ใช่... ฉันจะไม่เป็นเครื่องมือของใครทั้งนั้น” เอเลียสพึมพำกับภาพสะท้อนนั้น

เขารวบรวมความเงียบสงบสุดท้ายที่มี กดปลายมีดลงไปอย่างรุนแรงและแม่นยำ พลังงานที่ต้านทานอยู่ปะทะกับคมมีดจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ทำให้แก้วหูแทบแตก บรอนเวนขยับตัวเข้าใกล้หนังสือโบราณมากขึ้น แสงจากคำทำนายในเล่มนั้นส่องสว่างตอบรับกับการกระทำของเอเลียส ราวกับว่าอนาคตที่เธอกำลังจินตนาการถึงกำลังจะกลายเป็นความจริงในวินาทีนี้

ฉึก!

สัญลักษณ์สุดท้ายถูกสลักลงไปอย่างสมบูรณ์ รอยแยกเล็กๆ บนผิวผลึกปิดสนิทด้วยแสงสีทองที่นิ่งสงบ แรงสั่นสะเทือนที่เคยทำลายล้างทุกสิ่งหยุดกึกลงในทันที ราวกับโลกทั้งใบถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของทั้งสามคน แสงสว่างจ้าที่เคยแทบจะทำให้ตาบอดค่อยๆ จางลง กลายเป็นเพียงแสงสลัวที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและเย็นเยียบ ผลึกแก้วหลักกลับคืนสู่สภาวะสงบนิ่งเหมือนก้อนแก้วธรรมดา

“มัน... มันจบแล้วใช่ไหม?” เซเลสเทนถามด้วยเสียงที่เบาหวิว เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือยังคงสั่นไม่หยุด

เอเลียสถอนมีดสลักออกจากมือ เขามองดูรอยสลักที่สมบูรณ์แบบตรงหน้า ความรู้สึกหนึ่งแล่นผ่านใจของเขา—ไม่ใช่ความภาคภูมิใจ แต่เป็นความโล่งใจที่เย็นชา เขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าวงจรนี้ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว เขาได้ตัดขาดการเชื่อมโยงระหว่างพลังงานพยากรณ์ที่บ้าคลั่งกับผลึกแก้วนี้สำเร็จ เขาได้สร้างกำแพงกั้นระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกแห่งคำทำนายไว้ได้แล้ว

ทว่า ขณะที่เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นมองประตูที่ทหารกำลังพังเข้ามา เขากลับสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... รอยสลักที่เขาสลักเสร็จสมบูรณ์นั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนผลึกแก้ว แต่มันกำลังค่อยๆ ลามเป็นเส้นใยแสงจางๆ ลามไปตามพื้นหิน มุ่งตรงไปยังหนังสือโบราณที่บรอนเวนถืออยู่

--- เอเลียสพยายามสลักสัญลักษณ์สุดท้ายบนผลึกแก้วท่ามกลางการขัดขืนของพลังงานคำทำนายและการบุกรุกของทหาร จนกระทั่งเขาสามารถทำสำเร็จและเชื่อว่าได้ตัดขาดพลังงานนั้นได้แล้ว แต่เขากลับพบว่ารอยสลักกำลังลามไปหาหนังสือโบราณ