← 章節目錄

The Glass Library

章節 103免費

ตอนที่ 103 — หมึกที่ไหลย้อนกลับบนแผ่นหนังโบราณ

เสียงสัญญาณกะพริบจากผลึกแก้วที่หน้าต่างหอสมุดนั้นไม่ได้เป็นจังหวะปกติ มันกระตุกและรัวเร็วเหมือนชีพจรของคนที่กำลังจะขาดใจตาย บรอนเวนวางปากกาขนนกในมือลงทันที แสงสีฟ้าหม่นที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอนั้นสั่นไหวอย่างผิดธรรมชาติ เซเลสเทนกำลังเล่นกับจังหวะการไหลของพลังงานผลึกแก้ว—ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงของอาลักษณ์—เพื่อส่งข้อความบางอย่าง

“ถ้าเธอจะเตือนฉันด้วยการทำลายวงจรแสงจนหอสมุดระเบิด ก็ช่วยทำเร็วๆ หน่อยเถอะ” บรอนเวนพึมพำกับความเงียบ เธอหยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊ก มันคือบันทึกโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบ เนื้อในเป็นแผ่นหนังที่เย็นเฉียบและมีกลิ่นเหมือนฝุ่นที่ถูกทับถมมานับศตวรรษ ภายในนั้นมีถ้อยคำที่สลักลึกด้วยแสง: ‘...และเมื่อความสมดุลพังทลาย ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลกจะปรากฏกายท่ามกลางกองเพลิงแห่งความพินาศ...’

คำทำนายนี้รุนแรงเกินไป มันไม่ใช่แค่การพยากรณ์ แต่มันคือการชี้นำให้เกิดการนองเลือด บรอนเวนหยิบขวดหมึกที่สกัดจากแก่นผลึกแสงบริสุทธิ์ขึ้นมา เธอรู้ดีว่าการ ‘เขียนทับ’ (Overwriting) คืออาชญากรรมทางเวทมนตร์ที่ร้ายแรงที่สุดในเอลเดอร์เมียร์ หากอาลักษณ์คนใดพยายามเปลี่ยนข้อความในต้นฉบับโดยไม่มีอำนาจจากราชสำนัก นั่นหมายถึงการลบหลู่ความถูกต้องของประวัติศาสตร์

“ความถูกต้องคือเรื่องสมมติที่พวกนายสร้างขึ้นเพื่อคุมอำนาจต่างหาก” เธอพูดประชดกับอากาศ

บรอนเวนจุ่มปากกาลงในหมึกแสง เธอไม่ได้เริ่มเขียนคำใหม่ในทันที แต่เธอเริ่มจากการวางทิศทางของพลังงาน แสงจากหมึกต้องสอดประสานกับร่องรอยเดิมของตัวอักษร เธอเริ่มขยับมืออย่างมั่นคง เป้าหมายคือการเปลี่ยนคำว่า ‘กองเพลิงแห่งความพินาศ’ ให้กลายเป็น ‘แสงสว่างแห่งการเยียวยา’ การเปลี่ยนแปลงเพียงไม่กี่คำจะเปลี่ยนเส้นทางของนิมิตทั้งหมด

ทันทีที่ปลายปากกาสัมผัสแผ่นหนัง แรงต้านมหาศาลก็พุ่งสวนขึ้นมาตามด้ามปากกา บรอนเวนขมวดคิ้ว มือของเธอสั่นเทาแต่เธอยังไม่หยุด “แค่นี้ก็ขัดขืนแล้วเหรอ?” เธอเค้นเสียงรอดไรฟัน

เธอรวบรวมสมาธิ กดน้ำหนักหมึกให้หนักแน่นขึ้น พยายามแทรกแซงโครงสร้างทางเวทมนตร์ของหน้ากระดาษ แสงสีทองเริ่มหมุนวนรอบปลายปากกา บรอนเวนเห็นตัวอักษรเดิมเริ่มจางลงและถูกแทนที่ด้วยหมึกใหม่ที่เธอเขียน แต่แล้วความผิดปกติก็เกิดขึ้น แผ่นหนังใต้ปลายนิ้วของเธอไม่ได้แค่เปลี่ยนไป แต่มันเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงของเอเลียสตะโกนดังมาจากโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บรอนเวนรู้ว่าเขาคงได้ยินเสียงการไหลเวียนของพลังงานที่ผิดปกติ

ความร้อนระอุพุ่งขึ้นจากหนังสือเล่มแรก แต่มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แสงสว่างที่เธอสร้างขึ้นเริ่มลามออกไปนอกขอบกระดาษ มันกระโดดข้ามไปยังหนังสือเล่มที่สองที่วางอยู่ข้างๆ กัน—ซึ่งเป็นบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองของ Castellane—ราวกับมีกระแสไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างพวกมัน

“ไม่นะ... มันลามไปเล่มอื่น!” บรอนเวนพยายามจะดึงปากกาออก แต่หมึกแสงกลับดูดติดกับแผ่นหนังราวกับมีชีวิต ภาพในหนังสือเล่มที่สองเริ่มบิดเบี้ยว ตัวอักษรที่เคยเป็นเรื่องการจัดเก็บภาษีกลับกลายเป็นภาพนิมิตที่พร่าเลือน แสงจากหนังสือทั้งสองเล่มผสานกันจนกลายเป็นม่านแสงขนาดใหญ่ที่ลอยเด่นอยู่กลางห้อง

บรอนเวนชะงัก เธอไม่ได้มองเห็นแค่ข้อความอีกต่อไป แต่ม่านแสงนั้นกำลังแสดงภาพ... ภาพสะท้อนของอนาคตที่กำลังถูกเปลี่ยนไปตามแรงสั่นสะเทือนของหมึกที่เธอเขียน

ในม่านแสงนั้น เธอเห็นภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ดูต่างออกไป ตึกรามบ้านช่องมีรอยไหม้ และที่ใจกลางของภาพนั้น คือตัวเธอเอง

บรอนเวนจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองในอนาคตอย่างไม่เชื่อสายตา ในนิมิตนั้น เธอไม่ได้สวมชุดอาลักษณ์ที่สะอาดสะอ้าน แต่เธอกำลังถืออาวุธบางอย่างที่ดูเหมือนแท่งผลึกแก้วที่แตกหัก เธอกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำ การปะทะกันของแสงและเงาในนิมิตนั้นรุนแรงจนเธอรู้สึกถึงความร้อนที่ใบหน้า

“นั่นมันฉัน... กำลังสู้กับใคร?” เธอพึมพำ ลมหายใจเริ่มติดขัด

ภาพในม่านแสงเริ่มเปลี่ยนจังหวะ จากการต่อสู้ที่ดุเดือด กลายเป็นความโกลาหลที่รวดเร็ว ร่างของบรอนเวนในอนาคตถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มคนที่สวมเครื่องแบบอาลักษณ์แสงสีเงินวาววับ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อสยบ เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนออกมาจากแสงนิมิต บรอนเวนเห็นตัวเองถูกกระชากแขนลงกับพื้นหินที่เย็นเยียบ

ในภาพสะท้อนนั้น เอเลียส—หรือคนที่ดูเหมือนเอเลียส—ก้าวออกมาจากเงาด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เขาไม่ได้ถอนหายใจอย่างที่เคยทำ แต่เขากลับชูตราประทับของราชสำนักขึ้นมา บรอนเวนในนิมิตถูกกดใบหน้าลงกับพื้น และแสงสว่างจากพันธนาการเวทมนตร์ก็พุ่งเข้าใส่เธอจนภาพตัดเป็นสีขาวโพลน

“บรอนเวน! ถอยออกมาจากโต๊ะเดี๋ยวนี้!” เสียงของเอเลียสดังขึ้นที่ประตูห้อง พร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงที่สาดเข้ามา

บรอนเวนสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดึงปากกาออกจากหน้ากระดาษ แสงสว่างที่บ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง แต่หนังสือทั้งสองเล่มกลับมีรอยไหม้เป็นวงกว้าง และข้อความในเล่มแรกที่เธอพยายามจะแก้... มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอตั้งใจไว้ มันกลายเป็นตัวอักษรที่อ่านไม่ออกและดูน่าเกรงขามกว่าเดิม

เธอมองมือของตัวเองที่ยังสั่นเทา ความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่ได้มาจากความเหนื่อยล้า แต่มาจากความจริงที่ว่าเธอเพิ่งจะมองเห็น 'จุดจบ' ของตัวเองในนิมิตที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นเอง

--- บรอนเวนพยายามเขียนทับคำทำนายในหนังสือโบราณเพื่อเปลี่ยนอนาคต แต่การกระทำนั้นส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังหนังสือเล่มอื่น ทำให้เธอเห็นนิมิตภาพตัวเองกำลังต่อสู้และถูกจับกุมโดยกลุ่มอาลักษณ์