ตอนที่ 95 — การเปิดประตูศิลาจารึกกลางหุบเขาหมอก
เสียงฝีเท้าของไมโลกระทบกับพื้นหินเปียกชื้นดังสะท้อนไปตามผนังถ้ำที่ปกคลุมด้วยไอหมอกหนาทึบ ในมือของเขากำวัตถุทรงกลมที่ทำจากแร่หมึกเวทมนตร์เข้มข้นจนเกือบเป็นสีดำสนิท มันหนักและเย็นจัดจนปลายนิ้วของเขาเริ่มชา 'มันต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหม?' ไมโลพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางความเงียบสงัดของที่ราบสูงคีรีคราม เขาต้องนำ 'กุญแจ' ชิ้นนี้ไปให้ถึงแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่หมอกรอบตัวจะกลายเป็นสีเทาหม่นเหมือนโรคหมึกละลายที่กำลังกัดกินเมืองด้านล่าง
“เดินให้ไวหน่อยไมโล! ถ้าเจ้าหยุดเดินแม้แต่วินาทีเดียว อักขระป้องกันที่นี่จะตรวจจับความร้อนจากร่างกายเจ้าได้!” เสียงห้วนสั้นของเซราฟิน่าดังมาจากด้านหลัง เธอเดินนำหน้าด้วยท่าทางระแวดระวัง มือข้างหนึ่งแตะที่ด้ามมีดสลักอักขระที่เอวเสมอ “ข้าบอกแล้วว่าการข้ามผ่านเขตแดนสภาจารึกโดยไม่มีใบอนุญาตคือการฆ่าตัวตาย”
“แต่ข้าแค่ทำตามที่อาวุโสคัลลันบอก...” ไมโลพยายามอธิบาย พลางกระชับกุญแจในมือแน่นขึ้น “ท่านบอกว่ามันคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการสูญเสียความทรงจำ”
“ท่านคัลลันพูดเพื่อรักษาอำนาจของท่านต่างหาก” เซราฟิน่าแค่นเสียงเย็น “แต่ตอนนี้ข้าไม่สนตรรกะของพวกสภา สิ่งที่ข้าสนคืออย่าให้เจ้าทำกุญแจนั่นหล่นลงในร่องหมอกนั่นเด็ดขาด”
เมื่อทั้งสองมาถึงลานกว้างหน้าประตูศิลาขนาดมหึมา ไมโลก็ต้องชะงักลง ประตูนั้นไม่ได้ทำจากหินธรรมดา แต่มันถูกพันธนาการด้วยเส้นสายของอักขระจารึกที่ส่องแสงสีน้ำเงินเข้มจัด ลายเส้นเหล่านั้นไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มันเคลื่อนไหวเหมือนงูที่กำลังเลื้อยวนไปมาบนพื้นผิวหิน พลังงานที่แผ่ออกมาทำให้มวลอากาศรอบข้างหนักอึ้งจนไมโลรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ใต้น้ำ
“มัน... มันขยับได้” ไมโลถอยหลังกรูด “อักขระพวกนี้มันไม่ได้ถูกสลักไว้ แต่มันกำลัง 'ล่า' อะไรบางอย่างอยู่”
“ถอยไป!” เซราฟิน่าตะโกนพร้อมกับก้าวออกมาข้างหน้า เธอสะบัดมือวาดอักขระกลางอากาศเพื่อสร้างกำแพงแสงบางๆ ขึ้นมาป้องกัน แต่ทันทีที่แสงจากอักขระของเธอสัมผัสกับอาณาเขตประตูศิลา มันกลับถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา ราวกับว่าพลังงานเหล่านั้นเป็นเพียงหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทร
“ไม่ได้ผล!” เซราฟิน่ากัดฟันกรอด “พลังป้องกันของที่นี่สูงเกินไป มันไม่ใช่แค่การป้องกันทางกายภาพ แต่มันคือระบบอักขระโบราณที่ทำงานด้วยความถี่ที่ต่างจากเรา”
ไมโลมองดูประตูนั้นด้วยความสับสน เขามองกุญแจในมือที่เริ่มสั่นไหว ลายเส้นบนกุญแจเริ่มเรืองแสงล้อไปกับจังหวะการเต้นของอักขระบนประตู “เซราฟิน่า... ดูนี่สิ กุญแจมันไม่ได้แค่สั่น แต่มันกำลัง 'เรียก' ประตูนั้น”
“อย่าเข้าไปใกล้เด็ดขาด!” เซราฟิน่าสั่งเสียงแข็ง แต่ไมโลกลับพบว่าขาของเขากำลังก้าวไปข้างหน้าเองอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความคุ้นเคยที่อธิบายไม่ได้
เขาก้าวเข้าไปในเขตแดนพลังงาน ความร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะใบหน้า อักขระโบราณเริ่มหมุนวนรอบตัวเขาเหมือนพายุหมุนเล็กๆ ไมโลรู้สึกเหมือนความทรงจำในหัวกำลังถูกดึงออกไปทีละนิด ภาพใบหน้าของอคิราห์ ภาพคำสอนของคัลลัน และภาพความวุ่นวายในเมืองเริ่มเลือนลางลง แต่เขากลับไม่รู้สึกสูญเสีย มันกลับรู้สึกเหมือนเขากำลังถูก 'เติมเต็ม' ด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
“ไมโล! ออกมา!” เซราฟิน่าพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่กำแพงพลังงานที่มองไม่เห็นผลักเธอไว้จนกระเด็น
ไมโลมาหยุดอยู่ตรงหน้าช่องว่างกลางประตูศิลา กุญแจในมือเขาส่องแสงสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง เขาตัดสินใจยื่นกุญแจเข้าไปในใจกลางของวงล้อมอักขระที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง วินาทีที่ผิวสัมผัสของกุญแจแตะกับรอยสลักบนประตู โลกทั้งใบก็เงียบสนิท
ไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาล ไมโลเห็นภาพของที่ราบสูงคีรีครามในยุคบรรพกาล เห็นการไหลเวียนของหมึกเวทมนตร์ที่บริสุทธิ์ และเขาเห็นความจริงที่ถูกซ่อนไว้... กุญแจนี้ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับเปิดประตู แต่มันคือ 'ตัวกลาง' สำหรับการไหลเวียนพลังงานใหม่
“มันไม่ใช่กุญแจเพื่อเข้าสู่สถานที่... แต่มันคือกุญแจเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่ถูกกักขังไว้ข้างในต่างหาก!” ไมโลตะโกนสุดเสียงขณะที่เขากดกุญแจลงไปในร่องลึกของศิลา
เปรี้ยง!
เสียงแตกกระจายของพลังงานดังสนั่นหวั่นไหว อักขระที่เคยเป็นสีน้ำเงินเข้มและขึงขังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แสงสว่างระเบิดออกจากประตูศิลา กระจายตัวออกเป็นคลื่นวงกลมที่กวาดผ่านหุบเขาหมอก ไมโลรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลผ่านร่างกายเขา มันไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการซ่อมแซม เขามองเห็นรอยเปื้อนของ 'โรคหมึกละลาย' ที่อยู่ตามผนังถ้ำถูกชะล้างออกไปด้วยแสงสีขาวนั้น
พลังงานมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ผ่านชั้นเมฆหมอกหนาทึบของคีรีคราม ราวกับจะส่งสัญญาณไปถึงดวงดาวที่อยู่ไกลโพ้น ในวินาทีนั้นเอง ภาพนิมิตหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขา—คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่ว่าด้วยผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต มันไม่ใช่เรื่องของเขาในตอนนี้ แต่มันคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากแรงกระเพื่อมที่เขาสร้างขึ้น
เมื่อแสงสว่างเริ่มสงบลง ประตูศิลาก็เปิดออกอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นอายของหมึกเวทมนตร์ที่สะอาดบริสุทธิ์ ไมโลทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ขณะที่เซราฟิน่าค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมามองดูความเปลี่ยนแปลงรอบตัวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เจ้าทำอะไรลงไป ไมโล?” เซราฟิน่าถาม เสียงของเธอสั่นเครือเป็นครั้งแรก
ไมโลเงยหน้าขึ้นมองประตูที่เปิดกว้าง พลางพึมพำ “ข้าแค่ทำตามสัญญา... สัญญาที่ว่าโลกนี้ไม่ควรถูกจองจำด้วยอักขระที่ตายแล้ว”
--- ไมโลนำกุญแจหมึกเวทมนตร์ไปที่ประตูศิลาโบราณและค้นพบว่ามันคือเครื่องมือสำหรับปลดปล่อยพลังงาน ไม่ใช่แค่การเปิดทาง เขาตัดสินใจใช้กุญแจปลดปล่อยพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยชำระล้างโรคหมึกละลายและเปลี่ยนโฉมหน้าของระบบอักขระในคีรีคราม