← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 57免費

ตอนที่ 57 — บทเพลงแห่งความว่างเปล่าที่ตื่นจากการหลับใหล

กลิ่นไหม้ของมิติที่ถูกฉีกขาดคละคลุ้งไปกับไอเย็นเยียบของความว่างเปล่า อคิราห์ทรุดกายลงบนพื้นหินที่บิดเบี้ยวของวิหารใต้มหาสมุทรหมึกดำ ร่างกายของเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนเนื้อหนังอีกต่อไป แต่มันคือการสั่นสะเทือนของความหมายที่กำลังพยายามรักษารูปทรงเอาไว้ แสงสีมรกตที่เคยไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดบัดนี้ไม่ได้ส่องสว่างอย่างสงบ แต่มันกำลังกระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุนที่ถูกกักขังอยู่ในขวดแก้วที่ร้าวราน

เขารู้สึกได้ถึง ‘บางสิ่ง’ ที่ตื่นขึ้น ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง มันคือตัวตนโบราณที่ยิ่งใหญ่กว่าอคิราห์ เป็นเจตจำนงที่หลับใหลมานานแสนนานและบัดนี้ได้พบ ‘ประตู’ ที่เปิดอ้าผ่านร่างของเขา ตัวตนนั้นไม่ได้ต้องการทำร้ายเขา แต่มันต้องการ ‘เป็น’ เขา และในขณะเดียวกัน มันก็ต้องการที่จะ ‘ลบ’ ทุกสิ่งที่ขวางกั้นทางเดินของมัน

“เจ้ากำลังฟังเสียงของมันอยู่ใช่ไหม?” เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เขาไม่ได้เดินเข้ามาหา แต่อยู่ในทัศนะที่อคิราห์มองเห็นผ่านรอยแยกของมิติ ร่างของชายผู้นั้นไม่ได้ประกอบด้วยสสาร แต่ประกอบด้วยเส้นสายแห่งความทรงจำที่จางหายไปครึ่งหนึ่ง “เสียงที่ไม่ได้ถูกจารึกด้วยหมึก แต่ถูกจารึกด้วยความสูญสิ้น”

อคิราห์พยายามจะเอ่ยปากถาม แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอมีเพียงเสียงกระซิบของอักขระที่แตกสลาย เขามองเห็นมือของตนเอง—มันไม่ได้เป็นสีผิวของมนุษย์อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นรอยแยกที่เต็มไปด้วยแสงสีมรกตสลับกับความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงสว่างทุกชนิด ทุกครั้งที่เขาขยับนิ้ว ความเป็นจริงรอบตัวจะสั่นสะเทือน ราวกับว่าโลกกำลังพยายามจะลบเลือนตำแหน่งที่เขายืนอยู่

“มันกำลังตื่น...” อคิราห์คิดในใจ ความคิดของเขาไม่ได้เป็นคำพูด แต่เป็นภาพของอักขระโบราณที่กำลังพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาเหมือนฝูงนกสีดำที่กระหายเลือด “สิ่งที่เจ้าทำลงไป อคิราห์... การแลกเปลี่ยนความทรงจำเพื่อพลังนั้น มันไม่ใช่แค่การจ่ายราคา แต่มันคือการเปิดช่องว่างให้สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงได้ไหลเข้ามาแทนที่”

ทันใดนั้น พื้นวิหารที่เคยสั่นคลอนก็เริ่มแตกออก ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด แต่เพราะ ‘ความหมาย’ ของมันกำลังเลือนหายไป พื้นหินที่เคยแข็งแกร่งกลายเป็นเพียงหมึกที่ละลายไหลนองไปตามแรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยว ภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ที่เคยล้อมรอบเขาไว้ บัดนี้ดูเหมือนมดปลวกที่พยายามจะต้านทานคลื่นยักษ์ พวกเขาใช้โซ่ตรวนแห่งอักขระศักดิ์สิทธิ์เพื่อหวังจะผนึกรอยแยกนี้ไว้ แต่สิ่งที่พวกเขาทำกลับคล้ายกับการพยายามใช้ตาข่ายดักจับพายุ

“หยุดมัน! อย่าให้มันขยายตัวไปมากกว่านี้!” เสียงตะโกนของหัวหน้าภาคีดังขึ้น แฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด เขาพยายามร่ายอักขระแห่งระเบียบเพื่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างอคิราห์กับความว่างเปล่า ทว่าเมื่อแสงสีทองของอักขระระเบียบสัมผัสกับรอยแยกมรกตของอคิราห์ มันกลับถูกดูดกลืนหายไปอย่างง่ายดาย ราวกับหยดหมึกที่ตกลงในมหาสมุทร

อคิราห์มองเห็นความพยายามนั้นเป็นเพียงจังหวะที่ผิดเพี้ยนของบทเพลง เขาเห็นความพยายามของพวกเขาเป็นความดื้อรั้นที่ไร้ความหมาย ในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำสุดท้ายของเขา—ภาพของบ้านที่เรียบง่าย กลิ่นดินหลังฝนตก และสัมผัสของกระดาษเก่า—ก็ถูกกระชากหายไปในความมืด มันถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อหล่อเลี้ยงการตื่นขึ้นของตัวตนโบราณ

เขาร้องคำรามออกมา แต่มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ มันคือเสียงของการแตกสลายของกาลเวลา ร่างของเขาขยายตัวออกเป็นเงาทมิฬที่ปกคลุมวิหารทั้งหลัง แสงสีมรกตระเบิดออกเป็นคลื่นพลังที่ไม่ได้ทำลายล้างด้วยแรงกระแทก แต่ทำลายล้างด้วยการ ‘ลบเลือน’ สิ่งที่ถูกคลื่นนี้ผ่านไปจะสูญเสียความหมายทางกายภาพ กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ไม่มีใครจดจำได้

ชายชุดเทายืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เมื่อความทรงจำสุดท้ายถูกสังเวย... วงจรก็จะสมบูรณ์” เขาพึมพำ “และเมื่อนั้น เจ้าจะไม่ใช่อคิราห์ ผู้ชำระหมึกอีกต่อไป แต่เจ้าจะเป็นหน้ากระดาษเปล่าที่รอการจารึกครั้งใหม่ของพระเจ้าที่ตายไปแล้ว”

ท่ามกลางความโกลาหล อคิราห์รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่ามหาสมุทรหมึกดำ เขาเห็นโลกที่เขารักกำลังเลือนหายไปทีละน้อย ไม่ใช่เพราะถูกทำลาย แต่เพราะเขาเองที่เป็นคนลบมันออกไปเพื่อรักษาตัวตนที่กำลังจะแตกสลาย รอยแยกในร่างของเขาเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นแห่งพลังงานมหาศาลที่ดูดกลืนทั้งแสงสว่าง ความมืด และเจตจำนงของทุกชีวิตในวิหาร

ในขณะที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ เขากลับเห็นดวงตาคู่หนึ่งมองมาจากความมืดมิดที่ลึกที่สุดของรอยแยก มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ ไม่ใช่ดวงตาของเทพเจ้า แต่มันคือดวงตาของอักขระที่กำลังมองดูตัวเองผ่านกระจกเงา... และดวงตานั้นกำลังยิ้ม

--- อคิราห์สูญเสียความทรงจำส่วนบุคคลเพื่อหล่อเลี้ยงการตื่นขึ้นของตัวตนโบราณ ทำให้เขากลายเป็นรอยแยกมิติที่สามารถลบเลือนความจริงรอบตัวได้ ท่ามกลางความพ่ายแพ้ของภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ และการปรากฏตัวของดวงตาปริศนาในความว่างเปล่า