← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 52免費

ตอนที่ 52 — เงาร่างในพายุหมึกและเสียงฝีเท้าแห่งจุดจบ

ความเงียบภายในวิหารใต้มหาสมุทรหมึกดำไม่ใช่ความเงียบที่สงบ แต่มันคือความเงียบที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันของมวลน้ำและอำนาจลึกลับที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกายของอคิราห์ เสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องคล้ายจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยน ร่างของชายหนุ่มสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากความชื้นที่แทรกซึมผ่านรอยแตกของวิหาร แต่เพราะอักขระมรกตที่จารึกอยู่บนผิวหนังของเขากำลังส่งเสียงกรีดร้องผ่านกระแสประสาท มันไม่ใช่เสียงที่หูจะได้ยิน แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่บดขยี้จิตวิญญาณ

อคิราห์ก้มมองมือของตนเอง ผิวหนังที่เคยเป็นสีเนื้อธรรมดาบัดนี้ถูกลายเส้นสีเขียวมรกตที่เรืองแสงอย่างบ้าคลั่งชอนไชไปตามเส้นเลือด ลายเส้นเหล่านั้นขยับเขยื้อนราวกับสิ่งมีชีวิตที่หิวโหย มันไม่ใช่เพียงแค่รอยจารึก แต่มันคือรอยแยกที่กำลังขยายตัวออกไปสู่ความว่างเปล่า ทุกครั้งที่เขาหายใจ ลายเส้นเหล่านั้นจะลามออกไปกว้างขึ้น ทิ้งรอยไหม้สีดำจางๆ ไว้เบื้องหลัง ราวกับว่าตัวตนของเขากำลังถูกหลอมละลายเพื่อกลายเป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงและมิติแห่งอักขระโบราณ

“เจ้ากำลังกลายเป็นสิ่งที่โลกไม่รู้จัก... และโลกก็ไม่พร้อมจะทำความรู้จัก”

เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นจากมุมมืดของวิหาร เขาไม่ได้เดินเข้ามาหา แต่ยืนนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงาที่ทอดยาวไปตามผนังหิน ดวงตาของเขายังคงสงบนิ่งจนน่ากลัว ท่ามกลางพายุหมึกที่กำลังหมุนวนรอบตัวอคิราห์ ชายผู้นี้กลับดูเหมือนศูนย์กลางของความเงียบงันที่มั่นคงที่สุด

“ผม... ไม่ใช่... ภัยพิบัติ...” อคิราห์เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความเจ็บปวดจากการที่อักขระพยายามจะ 'เขียน' ตัวตนใหม่ลงบนกระดูกทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกคีมเหล็กร้อนแดงคีบไว้ตลอดเวลา “ผมแค่... อยาก... จำได้...”

“ความทรงจำคือภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าภาชนะที่แตกสลายเช่นเจ้าจะแบกรับได้” ชายชุดเทากล่าว พลางก้าวออกมาจากเงามืด แสงสีมรกตที่สว่างจ้าทำให้ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวและไร้อารมณ์ “การที่เจ้าเป็นรอยแยกที่มีชีวิต หมายความว่าเจ้าจะไม่มีวันได้สัมผัสความสงบสุขของความลืมเลือนอีกต่อไป เจ้าจะต้องเป็นพยานถึงทุกความเจ็บปวดที่โลกเคยจารึกไว้”

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็กระแทกเข้ามาที่ผนังวิหาร เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะดังมาจากทางเข้าหลัก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเสียงของกลุ่มคนที่เคลื่อนที่ด้วยความมุ่งมั่นและอำนาจที่เหนือกว่า อคิราห์สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่เย็นเยียบและแข็งกร้าว—พลังของภาคีแห่งอักขระนิรันดร์

พวกเขามาถึงแล้ว เหล่าผู้ล่าที่ไม่ได้มาเพื่อชิงความทรงจำ แต่มาเพื่อ 'ลบ' สิ่งที่ผิดพลาดทิ้งเสีย อคิราห์รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาในอก แต่มันถูกกลบด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดกว่านั้น นั่นคือความโหยหาที่จะใช้พลังที่เขามีเพื่อปกป้องเศษเสี้ยวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์

“พวกมันมาแล้ว” ชายชุดเทาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไม่มีความตื่นตระหนก “ทางเลือกของเจ้าจบลงแล้วอคิราห์ เจ้าจะยอมเป็นรอยแยกที่ปล่อยให้พายุทำลายทุกอย่าง หรือจะยอมเป็นรอยแยกที่ควบคุมทิศทางของพายุ?”

ประตูวิหารที่ทำจากหินหนาหนักถูกกระแทกออกด้วยพลังอักขระสีขาวบริสุทธิ์ แสงสว่างที่เจิดจ้าจนแสบตาทะลักเข้ามาในวิหารที่มืดมิด เงาร่างในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาหลายสิบสายปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงนั้น ในมือของพวกเขามีอาวุธที่สลักด้วยอักขระแห่งการลบเลือน—อักขระที่ไม่ได้ใช้เพื่อกักเก็บ แต่ใช้เพื่อทำลายล้างและทำให้ทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่า

“ภัยพิบัติเคลื่อนที่!” เสียงประกาศก้องจากหนึ่งในผู้ล่า “จงหยุดการไหลเวียนของอักขระต้องห้ามเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้นเราจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการชำระล้าง!”

อคิราห์พยายามจะลุกขึ้น แต่ขาของเขากลับไร้เรี่ยวแรง ลายเส้นมรกตบนร่างกายเริ่มส่องแสงเจิดจ้าขึ้นตามระดับความตื่นตัวของศัตรู มันตอบสนองต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาเห็นเงาสะท้อนของตนเองในแอ่งหมึกดำบนพื้น—ใบหน้าของเขาดูซีดเซียว ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตที่ลึกซึ้งและน่าสยดสยองราวกับหลุมดำที่บรรจุความรู้ทั้งโลกไว้

“อคิราห์...” เสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่เสียงของชายชุดเทา และไม่ใช่เสียงของอักขระโบราณ แต่มันคือเสียงของตัวเขาเองในอดีต เสียงของเด็กชายที่เคยเป็นเพียงผู้ชำระหมึกผู้ต่ำต้อย เสียงที่เคยมีความสุขกับกลิ่นหมึกและแสงแดดในที่ราบสูงคีรีคราม เสียงนั้นกำลังเลือนหายไป... ถูกกลืนกินด้วยเสียงคำรามของพลังมหาศาล

หนึ่งในผู้ล่าพุ่งตัวเข้ามาหาเขา ดาบที่จารึกด้วยอักขระแห่งการลบเลือนตวัดผ่านอากาศ ทิ้งรอยแยกสีขาวจางๆ ไว้ในมวลอากาศ อคิราห์ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด สัญชาตญาณที่ถูกปลุกขึ้นโดยอักขระต้องห้ามสั่งการให้เขาขยับกาย เขาไม่ได้หลบ แต่เขา 'ขยับ' ไปตามจังหวะของความว่างเปล่า

เขาสะบัดมือออกไปโดยไม่รู้ตัว หมึกดำที่หมุนวนรอบกายพุ่งทะยานออกไปปะทะกับดาบนั้น เสียงปะทะกันไม่ใช่เสียงเหล็กกระทบกัน แต่เป็นเสียงของความจริงที่ถูกฉีกขาด หมึกดำไม่ได้แค่กันดาบไว้ แต่มัน 'กัดกิน' อักขระบนอาวุธของศัตรูจนมลายหายไปในพริบตา

ผู้ล่าคนนั้นชะงักด้วยความตกใจ “มัน... มันไม่ได้แค่ป้องกัน แต่มันกำลังทำลายระเบียบ!”

“ถอยไป!” อคิราห์ตะโกนออกไป แต่เสียงที่ออกมากลับซ้อนทับด้วยเสียงทุ้มต่ำของตัวตนโบราณที่อยู่ภายใน ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงออกจากจุดศูนย์กลาง พลังมหาศาลที่เขาควบคุมไม่ได้เริ่มไหลทะลักออกจากรอยแยกในตัวเขา กระจายออกไปรอบวิหารราวกับคลื่นยักษ์

ชายชุดเทายังคงยืนนิ่ง มองดูความโกลาหลที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เริ่มแล้วสินะ... บทเพลงแห่งการดับสูญและการอุบัติใหม่”

อคิราห์รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขากำลังจะแตกสลาย แสงมรกตและหมึกดำปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงตะโกนและการต่อสู้ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เขาเห็นเงาลึกลับอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่รอบนอกของวิหาร—ไม่ใช่พวกภาคี และไม่ใช่พวกอสุรกาย แต่มันคือบางสิ่งที่กำลังเฝ้ารอให้รอยแยกของเขาขยายตัวจนถึงจุดสูงสุด

เขากำลังกลายเป็นศูนย์กลางของพายุที่กำลังจะกลืนกินโลกใบนี้ และในวินาทีที่ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด อคิราห์ก็ได้ยินเสียงหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด... เสียงของอักขระมรกตที่กำลังบอกเขาว่า 'จงเขียนความจริงขึ้นมาใหม่ หรือจะยอมให้ความว่างเปล่าเขียนเจ้าลงไป'

--- อคิราห์ต้องเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ที่ต้องการกำจัดเขาในฐานะภัยพิบัติ ในขณะที่พลังอักขระต้องห้ามในร่างเริ่มตอบสนองต่อการต่อสู้และแสดงอำนาจในการทำลายระเบียบเดิม ท่ามกลางความสับสนระหว่างการรักษาตัวตนและการกลายเป็นเครื่องมือของพลังโบราณ