← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 20免費

ตอนที่ 20 — ความสั่นสะเทือนในรอยเปื้อน

เสียงฝีเท้าหนักของรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นดินโคลนดังสะท้อนมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน อคิราห์ไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาสัมผัสได้ถึงมวลอากาศที่เปลี่ยนไป มันคือความกดดันที่เย็นเยียบซึ่งมักจะมาพร้อมกับสัญลักษณ์แห่งระเบียบวินัย—หน่วยตรวจการจากสภาจารึก มือของเขาที่กำลังยื่นออกไปหาเด็กหญิงสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แสงสีส้มสลัวจากคบเพลิงที่กำลังจะมาถึงฉายให้เห็นเงาของต้นไม้ที่ดูเหมือนนิ้วมือปีศาจขยับเขยื้อนอยู่บนผนังดิน

“วิ่ง... ไปที่โคนต้นไม้ใหญ่!” อคิราห์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าราวกับมีเศษทรายอุดอยู่ในลำคอ เขาคว้าข้อมือเล็กๆ ของเด็กหญิงที่บัดนี้เย็นเฉียบราวกับก้อนหิน รอยเปื้อนสีดำบนลำคอของเธอไม่ได้เพียงแค่ขยายตัว แต่มันกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจรที่รัวเร็ว ราวกับว่าหมึกเหล่านั้นมีหัวใจเป็นของตัวเอง

เด็กหญิงไม่ได้ร้องไห้ ดวงตาของเธอที่เคยใสกระจ่างบัดนี้ดูพร่าเลือนด้วยม่านหมึกสีดำที่กำลังกลืนกินการมองเห็น “มัน... มันหนัก... อคิราห์... ความทรงจำมันหนักเหลือเกิน...” เธอพึมพำ คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงการบรรยายอาการ แต่เขาสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของมันผ่านแรงดึงดูดประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ราวกับว่าความทรงจำที่กำลังละลายกำลังเปลี่ยนสถานะจากความคิดให้กลายเป็นมวลสารที่มีน้ำหนักจริง

อคิราห์พยายามลากเธอผ่านพุ่มไม้หนาทึบ กลิ่นดินชื้นและกลิ่นคาวของหมึกที่กำลังเสื่อมสลายรุนแรงขึ้นจนเขารู้สึกคลื่นไส้ ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงก็สว่างจ้าขึ้นเหนือยอดไม้ เสียงตะโกนสั่งการที่เฉียบขาดและไร้ความปรานีดังขึ้น “หยุดอยู่ตรงนั้น! ผู้ชำระหมึกที่ทรยศและผู้ติดเชื้อ!”

อคิราห์ชะงักกึก เขาไม่มีทางหนีพ้นทางลาดชันเบื้องหลังได้อีกแล้ว เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มทหารในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ประดับด้วยอักขระ ‘พันธนาการ’ สีเงินวาววับบนหน้าอก หัวหน้าหน่วยตรวจการก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากโลหะที่สลักลวดลายเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบจนน่าอึดอัด—ความสมบูรณ์แบบที่ปฏิเสธความบิดเบี้ยวทั้งปวง

“อคิราห์ เจ้ากำลังทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระด้วยการปล่อยให้ความโกลาหลนี้แพร่กระจาย” หัวหน้าหน่วยกล่าว เสียงของเขาผ่านหน้ากากโลหะฟังดูไร้อารมณ์ “การปล่อยให้หมึกละลายไหลไปตามดิน... นั่นคือการดูหมิ่นบรรพบุรุษ”

“มันไม่ใช่ความโกลาหล!” อคิราห์ตะโกนสวนกลับ พลางโอบกอดเด็กหญิงไว้ข้างกาย “มันคือการเปลี่ยนแปลง! พวกท่านกำลังพยายามแช่แข็งโลกนี้ไว้ในอักขระที่ตายตัว ในขณะที่ชีวิตกำลังพยายามหาทางไหลเวียนใหม่!”

หัวหน้าหน่วยไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาชูคทาขึ้น แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากยอดคทาสว่างจ้าจนอคิราห์ต้องหยีตา มันคืออักขระ ‘ชำระล้าง’ ในระดับสูงสุดที่ใช้สำหรับกวาดล้างรอยเปื้อนที่ไม่อาจแก้ไข อคิราห์รู้ดีว่าหากแสงนั้นสัมผัสร่างของเด็กหญิง ไม่ใช่แค่รอยหมึกที่จะหายไป แต่ตัวตนและความทรงจำทั้งหมดของเธอจะถูกลบเลือนจนเหลือเพียงร่างที่ว่างเปล่า

ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด อคิราห์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นจากใต้เท้า รอยเปื้อนบนลำคอของเด็กหญิงไม่ได้แค่ขยายตัว แต่มันเริ่ม ‘ไหล’ ออกจากผิวหนังของเธอลงสู่ดินที่เธอกำลังนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินที่เปียกชื้น อคิราห์เห็นรอยวาดรูปใบหน้าของเขาบนดินที่เธอทำไว้เมื่อครู่ เริ่มบิดเบี้ยวและขยายตัวออกราวกับหลุมดำที่กำลังสูบกินทุกอย่าง

“ไม่นะ... อย่าทำแบบนั้น!” อคิราห์ร้องเตือน แต่ดูเหมือนเด็กหญิงจะสูญเสียการควบคุมไปแล้ว ร่างของเธอเริ่มสั่นเทิ้ม รอยหมึกสีดำพุ่งพล่านออกมาจากรูขุมขนราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงออกจากผืนผ้า มันไม่ได้ไหลลงพื้นธรรมดา แต่มันพุ่งเข้าหาอักขระบนชุดของพวกทหารตรวจการ

แสงสีขาวจากคทาปะทะกับมวลหมึกที่พุ่งออกมา เกิดเป็นเสียงระเบิดที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ทันใดนั้น ความจริงที่อคิราห์ไม่เคยคาดคิดก็ปรากฏขึ้น—หมึกที่ดูเหมือนจะละลายและไร้ระเบียบนั้น ไม่ได้ถูกทำลายด้วยพลังแห่งระเบียบ แต่มันกลับ ‘กลืนกิน’ แสงสีขาวนั้นเข้าไป! อักขระ ‘ชำระล้าง’ ที่ควรจะสว่างไสว กลับถูกดูดซับเข้าสู่ความมืดมิดของรอยเปื้อนจนกลายเป็นเพียงแสงริบหรี่ที่ถูกกักขังไว้ภายในความดำมืด

ทหารตรวจการคนหนึ่งกรีดร้องเมื่ออักขระบนเกราะของเขาเริ่มบิดเบี้ยวและกลายเป็นรอยเปื้อนสีดำ “มันกำลังกินอักขระของเรา! มันไม่ใช่โรค... มันคือสิ่งมีชีวิต!”

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ท่ามกลางแสงไฟที่วูบวาบและเสียงอาวุธกระทบกัน อคิราห์เห็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียว เขาไม่ได้พยายามสู้กับทหาร แต่เขาพยายามประคองสติของเด็กหญิงไว้ ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังถูกหมึกสีดำที่ดูเหมือนจะมีชีวิตและเจตจำนงของตัวเองเข้าครอบงำ

“อคิราห์... ช่วย... ช่วยเก็บมันไว้...” เสียงของเด็กหญิงแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ร่างของเธอเริ่มจมลงไปในพื้นดินที่กลายเป็นแอ่งหมึกเหลว

อคิราห์ตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้ใช้มือดึงเธอขึ้นมา แต่เขาใช้ความสามารถ ‘ผู้ชำระหมึก’ ของเขา—ไม่ใช่เพื่อชำระล้างให้หายไป แต่เพื่อ ‘เชื่อมต่อ’ เขาหลับตาลงและส่งผ่านกระแสพลังงานของตนเองเข้าไปในรอยเปื้อนที่กำลังคลั่ง เขาพยายามอ่านร่องรอยที่จางหายในมวลหมึกนั้น และสิ่งที่เขาพบไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นคลื่นความทรงจำที่ซับซ้อนและรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว

ภาพเหตุการณ์นับพันไหลผ่านจิตใจของเขา—ภาพเมืองที่ล่มสลาย ภาพการจารึกที่ถูกเผา และภาพของต้นน้ำที่กำลังไหลบ่าด้วยหมึกสีมรกตที่น่าสะพรึงกลัว อคิราห์กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อความทรงจำเหล่านั้นพยายามจะฝังรากลงในจิตวิญญาณของเขา

ทันใดนั้น แสงสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นจากใจกลางของมวลหมึกดำ ทะลวงผ่านความมืดมิดและแสงขาวของสภาจารึก มันคือแสงที่ดูแปลกแยก—ไม่ใช่ทั้งความสว่างที่บริสุทธิ์และไม่ใช่ความมืดที่ไร้ระเบียบ แต่มันคือแสงที่มี ‘ทิศทาง’ และ ‘ความหมาย’

แรงระเบิดของแสงมรกตผลักร่างของอคิราห์และเด็กหญิงกระเด็นถอยหลังออกไป ทหารตรวจการล้มลุกคลุกคลาน ทิ้งคบเพลิงไว้เบื้องหลังจนเกิดเป็นกองเพลิงที่ลุกโชนท่ามกลางหมอกหนา เมื่อฝุ่นและหมึกเริ่มจางลง อคิราห์พบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นดินที่เย็นเยียบข้างๆ ร่างที่หมดสติของเด็กหญิง

แต่สิ่งที่ทำให้เขาใจหายวาบคือรอยเปื้อนบนแขนของเขาเอง มันไม่ได้จางหายไป แต่มันได้เปลี่ยนรูปทรงไปโดยสิ้นเชิง อักขระที่เขาเคยชำระล้างมาตลอดชีวิต บัดนี้ได้กลายเป็นเส้นสายที่ซับซ้อนและมีประกายสีมรกตจางๆ แทรกซึมอยู่ภายใน มันคืออักขระที่เขาไม่เคยเห็นในตำราเล่มใด... และมันกำลังสั่นสะเทือนราวกับกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่อยู่ลึกลงไปใต้ผืนดินนี้

--- อคิราห์พยายามปกป้องเด็กหญิงจากการกวาดล้างของหน่วยตรวจการ แต่กลับพบว่ารอยหมึกละลายสามารถดูดซับพลังอักขระศักดิ์สิทธิ์ได้ และการปะทะกันทำให้เขาได้รับอักขระรูปแบบใหม่ที่มีแสงสีมรกตลึกลับบนร่างกาย